Chonburi Sponsored

หนุ่มใหญ่ควบกระบะ ชนรถสาวเจ็บ 1 จับเป่าพุ่งปรี๊ด ปัดชน-อ้างแค่เฉี่ยว

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

“กระบะ 2 คันชนกัน-เสียหายทั้งคู่” กระบะสีเทาพังยับ สาวเจ็บหนักติดคาซาก ส่วนกระบะสีขาวพลิกคว่ำหงายท้อง โชคดีคนขับปลอดภัย-หิ้วเป่าแอลกอฮอล์ พุ่งปรี๊ด 143 มก./เปอร์เซ็น

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 4 ธ.ค.65 ร.ต.อ.หญิง จริยา ทองย้อย รอง สว.สอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกัน บริเวณหน้าปั้มน้ำมันบางจาก กม.5 ฝั่งขาเข้าสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีผู้บาดเจ็บ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียนชลบุรี สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ในร่องน้ำข้างถนน ห่างออกไปอีกฝั่งถนนพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซุซุ สีเทา ทะเบียนระยอง สภาพพังยับเยินทั้งคัน ชนอัดติดกับรถแบคโฮที่จอดอยู่บริเวณข้างทาง ภายในรถพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.ธนัทธารินทร์ โกเมศ อายุ 21 ปี มีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณข้อศอก และขาท่อนบนหักผิดรูป  เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเร่งนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบ รถยนต์ได้รับความเสียเพิ่มอีก 1 คัน และเสาไฟฟ้าหักโค่นอีก 1 ต้น

จากการสอบถาม นายฐิติวิชญ์ (ขอสงวนนามสกุล) คนขับรถกระบะ มาสด้า สีขาว เล่าว่า ตนขับรถมาจาก กม.10 ต.พลูตาหลวง ส่วนรถกระบะอีกคันอยู่ข้างหน้า ซึ่งไม่ได้ชนกันแต่อย่างใด เพียงแค่เฉี่ยวรถเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญ นายฐิติวิชญ์ คนขับรถกระบะ มาสด้า สีขาว มาให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.สัตหีบ และเป่าแอลกอฮอล์พบว่ามีปริมาณสูงถึง 143 มก./เปอร์เซ็น จึงนำตัวดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้