Chonburi Sponsored

คนร้ายบุกยิงหนุ่มชาวนาที่พนัสนิคม 9 นัด เจ็บสาหัส ตร.มุ่งปมล้างแค้น-ยา

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

หนุ่มชาวนาวัย 44 ปีถูกคนร้ายรัวยิง 9 นัดคากระท่อมกลางนาในพื้นที่ อ.พนัสนิคม อาการสาหัสฯ ตรวจสอบพบยาบ้า 3 เม็ดด้านใน เบื้องต้น จนท.คาดสาเหตุหวังยิงปลิดชีพหรือล้างแค้นปมยาบ้า

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 6 ก.พ. 2565 พ.ต.ท.สามารถ บุญฤทธิ์ สว.(สอบสวน) สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงในกระท่อมกลางนาหมู่บ้านเนินโก หมู่ 4 ต.นาเริก อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม ในที่เกิดเหตุพบเป็นกระท่อมกลางนามุงด้วยสังกะสีในกระท่อมพบนายวิษณุวัฒน์ บัณฑิตจีน อายุ 44 ปีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือดที่แห้งกังกู้ภัยฯ เข้าตรวจสอบและปฐมพยาบาลเบื้องต้นพบบาดแผลบริเวณหน้าแข้งของขาทั้งสองข้างทะลุแก้มก้นซ้าย โหนกแก้มซ้าย มือขวา นิ้วชี้ทะลุนิ้วกลางและกกหูซ้ายหลังปฐมพยาบาลรีบนำคนเจ็บไปส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพนัสนิคม นอกจากนี้ จากการตรวจสอบในกระท่อมพบยาบ้าจำนวน 3 เม็ดในถุงซิปสีน้ำเงิน เงินเหรียญ 35 บาทและไฟแช็ก 2 อันตกอยู่ และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. อยู่ข้างที่นอน 5 ปลอกตกอยู่บริเวณพื้นดินอีก 4 ปลอก รวม 9 ปลอกเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามบุญช่วย เขียวผม อายุ 50 ปีผู้มาพบคนเจ็บคนแรกเล่าว่าตนได้มาเดินดูทุ่งนาและเดินมาเรื่อยๆตนจึงมองมาที่กระท่อมเห็นรถคนเจ็บจอดอยู่จึงได้แวะมาหาเพื่อจะนั่งพักและมาเล่นตามประสาคนรู้จักและจะถามไถ่เรื่องทำนาแต่พอมาถึงเรียกไม่ตอบจึงได้เข้าไปดูพบว่าคนเจ็บนอนจมกองเลือดอยู่จนแห้งแล้วตนจึงถามแต่คนเจ็บก็ไม่ตอบร้องครางอือๆ เบาๆ บอกตนว่าถูกฟันมาพอตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแจ้งตำรวจทันที

ด้านนายแร บัณฑิตจีน อายุ 72 ปี พ่อของผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ลูกชายมีอาชีพทำนาและปลูกพริกปลูกผักตามประสาและลูกชายจะอยู่กระท่อมคนเดียว จึงไม่มีใครรู้ว่าลูกชายมีอริ หรือมีศัตรูที่ไหนตนก็ไม่รู้ว่าลูกมีเรื่องกับใครหรือเปล่า เพราะตนอยู่บ้านมีแต่ลูกชายที่มานอนกระท่อมที่นาคนเดียว และที่ตนรู้ก็เพราะเพื่อนบ้านไปบอกว่าลูกถูกยิงจึงรีบออกมาดู

ขณะที่ นายอดิศักดิ์ ผ่องใส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เปิดเผยว่า ทางศูนย์กู้ภัยมูลนิธิสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียงได้รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสในกระท่อมกลางนา หลังรับแจ้งรีบมาตรวจสอบก็พบว่า คนเจ็บนอนจมกองเลือดจนเลือดแห้ง แต่คนเจ็บยังรู้สึกตัวดีแต่ถามตอบไม่รู้เรื่อง สาเหตุไม่มีใครรู้เรื่องเลย แต่มีชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงคล้ายคนจุดประทัดตั้งแต่ประมาณ 22.00 น. แต่ไม่คิดว่าเป็นเสียงปืนจึงไม่มีใครรู้เรื่องจนกระทั่งเช้ามีคนมาพบคนเจ็บดังกล่าว

ส่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเก็บพยานหลักฐานและพยานวัตถุต่างๆ จะสอบสวนเพื่อนสนิทและญาติของคนเจ็บเพิ่มเติมว่าเคยมีเรื่องทะเลาะกับใครก่อนหน้านี้หรือไม่ เบื้องต้นได้คาดว่าคนเจ็บน่าจะมีปัญหาเรื่องยาเสพติด และเหมือนจะฆ่าตัดตอนเพราะจากการยิงถึง 9 นัดหวังปลิดชีพให้ตายคาที่ อย่างไรก็ตามจะได้รอให้คนเจ็บหายดีและจะอายัดตัวไว้สอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม