วันที่ 30 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมืองพัทยายอมรับเห็นใจชาวบ้านเดือดร้อนหนักจากโครงการฝังท่อระบายน้ำทำผิวจราจรใหม่ มิหนำซ้ำยังทำฝาท่อคนละระดับเดียวกับผิวถนน จนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีสั่งให้ทบทวนแก้ไข ขณะที่โครงการดังกล่าวสังคมวิพากษ์ วิจารณ์หนัก ถอดใจเมืองพัทยาไร้ความชัดเจน ปรับแผนแก้ไขไปๆมาๆ สุดท้ายปัญหายังถูกทิ้งค้าง
ด้าน นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวถึงปัญหาฝาตะแกรงท่อระบายน้ำที่มีระดับสูงเกินกว่าผิวถนนกว่า 7 ซม. การปูและปรับระดับพื้นผิวฟุตปาธ และผิวจราจรที่ผู้รับจ้างกำลังจัดทำตลอดเส้นทางยาวกว่า 3 กม.นั้น ต้องรับว่าใช้เวลาการทำงานนานพอสมควร เพราะมีเรื่องของการขยายเวลาการก่อสร้างในสัญญาที่ภาครัฐประกาศให้ช่วยเหลือผู้เหมาที่อาจมีผลกระทบในเรื่องของแรงงาน จึงทำให้โครงการดูเหมือนถูกปล่อยทิ้งขว้าง โดยเฉพาะฝาตะแกรงท่อระบายน้ำที่สูงกว่าผิวถนนจนเป็นภาพไวรัลไปทั่วประเทศ
ซึ่งต่อมาสำนักตรวจเงินแผ่นดินได้นำคณะลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงได้นำคณะไปดูสถานที่พร้อมอธิบายสาเหตุว่าที่ต้องฝาตะแกรงสูงกว่าถนนเพราะเมืองพัทยามีแผนจะโอเวอร์เรย์ถนนใหม่ทั้งเส้น โดยจะมีการเทราดยางแอสฟัลท์ใหม่ที่จะอยู่ในระดับเดียวกับตะแกรงเหล็ก แต่ต้องรอให้การขุดเจาะฝั่งทิศใต้ให้แล้วเสร็จจึงเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายไม่เข้าใจ ทั้งนี้ขั้นแรกมีการนำเสนอให้ทำการตัดฝาท่อระบายน้ำให้เท่ากับผิว ค.ส.ล. ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นแนวคิดมาเป็นการเทราดยางแอสฟัลท์ใหม่ให้เท่ากับระดับฝาท่อตะแกรงเฉพาะในเลนที่มีปัญหา
ล่าสุดมีการเรียกผู้รับจ้างมาหารือและแนวทางการแก้ไขใหม่ โดยจะให้ทำการโอเวอร์เรย์หรือเทราดยางแอสฟัลท์ตลอดแนวถนนที่มีฝาท่อตะเกรงสูงยาวตั้งแต่ปากทางเทพประสิทย์ไปจนถึงแยกทัพพระยา แต่จะทำทีเดียวทั้ง 3 เลนจราจร จากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการในฝั่งทิศใต้ ซึ่งคงจะใช้รูปแบบเดียวกัน เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าชาวบ้านและผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก แต่เมืองพัทยาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามหาทางแก้อย่างที่ จึงอยากให้อดทนรออีกไม่นานเมื่อทำโครงการเสร็จก็จะเป็นถนนที่สวยอีกแห่งของเมืองพัทยาแน่นอน