Chonburi Sponsored

ภัยใกล้ตัว โทรศัพท์มือถือระเบิดขณะลูกหลับ จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

สนามข่าว 7 สี – โทรศัพท์มือถือตอนนี้เหมือนเป็นปัจจัยที่ 5 เชื่อว่าส่วนใหญ่มีติดตัวตลอด โดยเฉพาะตอนนอน หลายคนวางโทรศัพท์ไว้บนที่นอนด้วยซ้ำ เรียกว่า รู้สึกตัวเมื่อไหร่ ก็หยิบโทรศัพท์มาเข้าสู่โลกโซเชียลทันที แต่วันนี้มีเรื่องมาเตือนใครที่นำโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัว อาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้

เราย้อนคลิปให้คุณผู้ชมดูกันอีกครั้ง เป็นคลิปกล้องวงจรปิดในห้องนอน อยู่ดี ๆ ก็มีประกายไฟ โดยคลิปนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์พร้อมข้อความ ระบุว่า “เตือนภัยโทรศัพท์ระเบิดสาเหตุไม่รู้เลย ไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ คลิปจากกล้องวงจรปิดในห้องนอนเด็ก วางโทรศัพท์ไว้เฉย ๆ มีแสงไฟขึ้นมา 1 ครั้ง จากนั้นก็ระเบิด เกิดประกายไฟ ระวังกันไว้ด้วย ทางที่ดี ก่อนนอนเอาไว้ไกลตัวดีที่สุด”

คืนที่ผ่านมาทีมสนามข่าว 7 สี เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในตำบลนาเริก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พบกับนางสาวจิตรลดา ศรีตะเวน อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่โพสต์คลิปดังกล่าว และได้พาไปดูจุดเกิดเหตุที่บริเวณโต๊ะข้างหัวเตียงในห้องนอนของลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 10 ขวบ และคนเล็ก อายุ 4 ขวบ ซึ่งก็พบว่า บริเวณโต๊ะมีรอยไหม้จากการระเบิด พบโทรศัพท์ยี่ห้อดัง ในสภาพพังเสียหาย ฝาหน้า-หลังหลุดออกมา และเป็นรอยไหม้พังเสียหายทั้งเครื่อง 

พร้อมกับเล่าว่า เมื่อช่วงประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 3 เมษายน ลูกสาวคนเล็ก ตื่นขึ้นมาปลุกเธอที่ห้องนอน แต่ตอนนั้นเธอได้กลิ่นเหม็นไหม้มาจากตัวลูกสาว ก็รู้สึกแปลกใจ จึงไปดูในห้องนอนของลูกสาว ก็พบว่าโทรศัพท์มือถือที่วางบนโต๊ะหัวเตียงมีรอยไหม้ จึงไปเปิดกล้องวงจรปิดดู ก็ต้องตกใจที่พบว่า โทรศัพท์เกิดการระเบิดและมีประกายไฟ แต่ยังเคราะห์ดีที่ลูกสาววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะไกลจากที่นอน และตัวลูกสาว จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และไม่มีวัสดุที่ติดไฟอยู่ใกล้ ๆ แต่เธอก็ยังรู้สึกงง เพราะโทรศัพท์ที่เกิดระเบิด ก็ไม่ได้เสียบสายชาร์จแบตเตอรี่แต่อย่างใด จึงไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Jitlada Sritawane

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม