Chonburi Sponsored

รวบแล้วคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทอง 7 บาทใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี สารภาพติดหนี้พนันออนไลน์

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา –
 รวบแล้ว! คนร้ายบุกเดี่ยวชิงสร้อยคอทองคำรวม 7 บาท จากร้านทองในห้างโลตัส สาขาพนัสนิคม จ.ชลบุรี สารภาพติดหนี้พนันฟุตบอลออนไลน์จนต้องลงมือก่อเหตุ ทั้งที่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิด

จากเหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยวชิงสร้อยทองหนัก 7 บาท มูลค่ากว่า 200,000 บาทจากร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างโลตัส สาขาพนัสนิคม จ.ชลบุรี และวิ่งหลบหนีออกไปหน้าห้าง ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวานนี้ (2 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม สามารถติดตัวจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ขณะหลบหนีอยู่ภายในซอยมาบโป่ง 11 อ.พานทอง จ.ชลบุรี หลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบว่าผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าไปในซอยดังกล่าว โดยขณะจับกุมยังพบสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทอยู่ภายในตัว

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายกันพัทธ์ ศรีสวัสดิ์ อายุ 43 ปี ลูกจ้างขับรถองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเพลาะ อ.พนัสนิคม ซึ่งพักอาศัยอยู่ภายหอพักใน ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี  


หลังจับกุมตัวได้ พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผู้กำกับการ สภ.พนัสนิคม และกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย ได้ควบคุมไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

นายกันพัทธ์ ศรีสวัสดิ์ ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าเพราะติดหนี้พนันฟุตบอลออนไลน์เป็นเงินจำนวน 40,000-50,000 บาท และถูกเจ้าหนี้ตามทวงอย่างหนักจนต้องก่อเหตุชิงทองทั้งที่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิด และยังบอกว่าได้นำสร้อยคอทองคำทั้งหมดไปจำนำที่โรงรับจำนำสินเมืองชล ใน ต.บางปลาสร้อย อ.เมืองชลบุรี ในราคา 100,000 บาท

และนำเงินที่ได้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือราคา 14,000 บาท และจายค่าไถ่สว่านไฟฟ้าจำนวน 1,500 บาท ใช้หนี้ 1,000 บาท
เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาชิงทรัพย์

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม