Chonburi Sponsored

'ชลบุรี' ลงดาบแบน 'เฉลิมพงษ์' 2 นัด ปรับ 1 แสนบาท

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ชลบุรี เอฟซี ลงโทษแบน เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว อดีตปราหลังทีมชาตาไทย หลังประพฤติตัวไม่เหมาะสม และผิดวินัยสโมสร ซึ่งเจ้าตัวจะไม่มีชื่อในเกมไทยลีก และฟุตบอลถ้วย รวม 2 นัด พร้อมปรับเงินอีก 1 แสนบาท นอกจากนี้สโมสรดังจากภาคตะวันออกยังเผยว่าทีมจะเพิ่มมาตราการป้องกัน พร้อมมีบทลงโทษสถานหนักทันทีถ้าพบนักเตะฝ่าฝืนกฎ

จากเหตุการณ์ที่ วรวุฒิ สุขุนา อดีตนักฟุตบอลชลบุรี เอฟซี ก่อเหตุเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุชนคนเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส ซึ่งได้มีปรากฎทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ของ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่เดินทางไปในที่เกิดเหตุ และแสดงกิริยาท่าทาง พร้อมทั้งวาจาที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

หลังจากได้มีการรวมรวบข้อมูลและหลักฐานต่างๆ รวมถึงเรียกเจ้าตัว และผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนภายในเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งสุดท้ายเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิดกัน อย่างไรก็ตาม เฉลิมพงษ์ ถือเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่มีชื่อเสียง และเคยติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อีกทั้งภายในสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้รับมอบหมายให้ลงเล่นเป็นผู้เล่นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำลายภาพลักษณ์ที่ไม่ดีทั้งสโมสรชลบุรี เอฟซี, สโมสรฟุตบอลทีมอื่นๆ, นักกีฬาฟุตบอลอาชีพด้วยกัน รวมไปถึงวงการฟุตบอลภายในประเทศ ดังนั้น “ฉลามชล” จึงได้พิจารณาสรุปบทลงโทษดังนี้

  • ลงโทษโดยสโมสรจะไม่ส่งลงสนาม ทั้งการแข่งขัน รีโว่ ไทยลีก 2022/23 และ การแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ ช้าง เอฟเอคัพ 2022/23 จำนวน 2 นัด โดยมีผลทันทีตั้งแต่ในเกมการแข่งขันไทยลีก ที่จะพบกับ สุโขทัย เอฟซี ที่สนามชลบุรี ยูทีเอ สเตเดี้ยม ในวันพรุ่งนี้ (เสาร์ที่ 29 ตุลาคม) และ การแข่งขัน ช้าง เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีมสุดท้ายที่ชลบุรี เอฟซีจะเดินทางไปเยือนทีม นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน รวมทั้งสิ้น 2 นัด
  • ลงโทษปรับเงิน 100,000 (หนึ่งแสน) บาท

สุดท้ายนี้สโมสรชลบุรี เอฟซี ในฐานะต้นสังกัดปัจจุบัน ต้องขออภัยเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นอีกกครั้ง และขอแสดงความขอโทษไปถึงเพื่อนๆ นักกีฬา สโมสร และหน่วยงานในวงการที่เกี่ยวข้องที่นักกีฬาของเราสร้างปัญหาดังกล่าวขึ้น ซึ่งสโมสรชลบุรี เอฟซี เองรับทราบถึงความร้ายแรงของปัญหาและผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากเหตุดังกล่าว

โดยประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี วิทยา คุณปลื้ม ได้มีการมอบหมายให้มีการเพิ่มมาตราการที่เข้มงวดขึ้นไปอีก และบทลงโทษเพิ่มเติมที่หนักขึ้นภายในทีม และกำหนดเป็นแผนงานเร่งด่วนที่จะต้องเริ่งดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งแม้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่สโมสรมีความตั้งใจจริงที่จะหามาตราการเพื่อป้องกันและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผิดพลาดดังกล่าวซ้ำขึ้นอีก

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม