Chonburi Sponsored

โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา สนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนในเขตอำเภอศรีราชา กว่า 1 ล้านบาท

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored


ศูนย์ข่าวศรีราชา – โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา และ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ภายใต้โครงการ “กองทุนการศึกษาโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา และพนักงาน”

วันนี้ ( 28 พ.ย.65) นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล ผู้จัดการโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา พร้อมด้วย ดร.ทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์ กรรมการ บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) มีพิธีมอบทุนการศึกษา จากเงินบริจาคของพนักงาน จำนวน 1,215,300 บาท ให้กับนักเรียนในเขตอำเภอศรีราชา ภายใต้โครงการ “กองทุนการศึกษาโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา และพนักงาน” ประจำปี 2565 โดยมีนายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอศรีราชา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาดังกล่าว ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทางการศึกษา และคณะผู้บริหารของโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา เข้าร่วมงาน ณ ศาลาประชาคมศรีราชา ที่ว่าการอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล ผู้จัดการโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา กล่าวว่า การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ จำนวน 455 ทุน โดยแบ่งเป็นระดับชั้นประถมศึกษาจำนวน 309 ทุน ทุนละ 2,000 บาท, ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 139 ทุน ทุนละ 3,000 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 7 ทุน ทุนละ 4,000 บาท ให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือด้อยโอกาส โดยการคัดกรองจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

สำหรับกองทุนการศึกษา “โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชา” ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2542 ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญทางการศึกษาของเยาวชนในท้องถิ่น และมุ่งมั่นที่จะมอบโอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนที่ด้อยโอกาส และขาดแคลนทุนทรัพย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต โดยมีพนักงานบริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทเอ็กซอนโมบิลจำกัด จำนวนกว่า 280 คน ได้ร่วมบริจาคทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ ศรีราชา

อำเภอศรีราชาเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอบางละมุง ตัวเมืองบางละมุงเดิมตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุงในเขตอำเภอบางละมุงในปัจจุบัน เมื่อประมาณ 100 ปีเศษมานี้ เมืองบางละมุงได้ย้ายมาตั้งอยู่ที่บ้านบางพระ แต่ยังคงใช้ชื่อเดิมว่า "เมืองบางละมุง" ในขณะที่ตั้งเมืองบางละมุงในขณะนั้น ระบบบริหารราชการแผ่นดินยังไม่มีอำเภอ ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นมณฑล จึงได้ย้ายเมืองบางพระไปตั้งอยู่ที่บางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรีในปัจจุบัน และรวมเมืองพนัสนิคมเข้าด้วยกัน เรียกว่า "เมืองชลบุรี"