Chonburi Sponsored

เช็คไพร่พล “สนธยา คุณปลื้ม” VS “สุชาติ ชมกลิ่น” พลังบ้านใหญ่ปะทะพลังใหม่

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

คอลัมน์ : มังกรซ่อนพยัคฆ์ / บายไลน์ : ประชา บูรพาวิถี วิเคราะห์ ศึกชิง “ชลบุรี” เช็คไพร่พล “สนธยา คุณปลื้ม” VS “สุชาติ ชมกลิ่น” พลังบ้านใหญ่ปะทะพลังใหม่

ศึกวัดบารมีซุ้มเก่าซุ้มใหม่ “สนธยา-สุชาติ” อุณหภูมิการเมืองชลบุรีระอุเดือด นับแต่สิ้นกำนันเป๊าะ ก็มีครั้งนี้ที่บ้านใหญ่แสนสุข ถูกท้าทายจากคนเคยอยู่ซุ้มเดียวกัน 

เครือข่าย “สนธยา-สุชาติ” ประลองกำลังกันมาตั้งแต่เลือกตั้งนายกเทศมนตรี และนายก อบต. ปรากฏว่า พลังเฮ้งเหนือกว่าพลังบ้านใหญ่ 

สัปดาห์ที่แล้ว วิวาทะผ่านโซเชียลระหว่าง สนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กับ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน เป็นจุดระเบิดของความขัดแย้งที่สั่งสมมานานกว่าสองปี 

ด้านหนึ่งเป็นภาพสะท้อนศึกเมืองชลคนกันเอง กลุ่มพลังบ้านใหญ่ ของตระกูลคุณปลื้ม ปะทะกลุ่มพลังใหม่ของเสี่ยเฮ้ง

หลังการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สนามชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. 5 คน แยกเป็นกลุ่มสุชาติ 3 คน ,กลุ่มสามมิตร 1 คน และสายตรงบ้านป่ารอยต่อ 1 คน ส่วนผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี สังกัดกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขหรือกลุ่มลูกกำนันเป๊าะ สอบตกหมด

(ภาพ ส.ค. ปี 2562)

ช่วงการจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ สนธยา คุณปลื้ม ดันน้องชาย อิทธิพล คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม ขณะที่สุชาติ ชมกลิ่น พยายามทวงสัญญาจากกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีที่เคยรับปากกันไว้ แต่ก็ไร้คำตอบ

เมื่อสุชาติ โตในซุ้มไม่ได้ จึงหาทางสร้างอาณาจักรนอกซุ้ม และเข้าหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประมุขบ้านป่ารอยต่อ เหมือนที่เสี่ยเฮ้งบอกว่า ตอนนี้มีนาย 2 คนคือ นายเป๊าะผู้ล่วงลับ และนายป้อม 

ปลายปี 2562 สุชาติ ชมกลิ่น ประกาศจะส่งผู้สมัคร ส.อบจ.ในนามกลุ่มชลบุรีโฉมใหม่ ในเขต อ.เมืองชลบุรี, อ.พานทอง และ อ.พนัสนิคม ซึ่งเป็นฐานเสียงของตัวเองในฐานะ ส.ส.เขต 1 
นี่เป็นสัญญาณแรกจากเสี่ยเฮ้ง ส.ส.ชลบุรี 2 สมัย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก “นายกอุ๊ย” อุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี ซึ่งนายกอุ๊ยเป็นลูกน้องกำนันเป๊าะ แต่ไม่ได้เป็นลูกน้องสนธยา-วิทยา คุณปลื้ม

หลังจาก สุชาติ ชมกลิ่น ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีแรงงาน ก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีก จึงประกาศตั้งกลุ่มพลังใหม่ โดยมีสโลแกน “พวกกัน..สำคัญเสมอ” เสมือนเป็นการท้ารบกลุ่มพลังบ้านใหญ่ ของลูกกำนันเป๊าะ

พลังใหม่-พลังเฮ้ง
 

การประลองกำลังยกแรกระหว่าง “สนธยา-สุชาติ” หรือกลุ่มพลังบ้านใหญ่ กับกลุ่มพลังใหม่ คือการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ในเขต อ.เมืองชลบุรี ต้นปี 2564 โดยมี 6 เทศบาลเป็นเดิมพัน แต่เสี่ยเฮ้งเว้นไว้เทศบาลเดียว ไม่ส่งคนลงแข่งคือ เทศบาลเมืองแสนสุข ของลูกชายคนเล็กของกำนันเป๊าะ

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า กลุ่มพลังใหม่ของเสี่ยเฮ้ง ได้ 4 เทศบาล และกลุ่มพลังบ้านใหญ่ ได้ 2 เทศบาล อันเป็นชนวนนำมาสู่การแตกหักกันในวันนี้

เทศบาลเมืองชลบุรี สูติกรณ์ จำเริญพานิช นายกเทศมนตรี มือขวาอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี

เทศบาลตำบลเสม็ด เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ นายกเทศมนตรี คนสนิทของเสี่ยเฮ้ง ที่เคยวางตัวจะลงสมัคร ส.อบจ.ชลบุรี แต่ไม่มีที่ว่างในกลุ่มเรารักชลบุรี

เทศบาลเมืองบ้านสวน กำนันเผือก-วิชิต ชิตวิเศษ นายกเทศมนตรี และเทศบาลตำบลเหมือง สุรเชษฐ์ ศรีสำอางค์ นายกเทศมนตรี 
นี่คือโฉมหน้า 4 นายกเทศมนตรี สังกัดพลังใหม่หรือพลังเฮ้ง และเป็นขุมกำลังของเสี่ยเฮ้ง สำหรับศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

ส่วน 2 เทศบาลของกลุ่มพลังบ้านใหญ่ ก็คือ “กำนันนัย” วินัย พ้นภัยพาล นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา และ “นายกตุ้ย” ณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข 

การเลือกตั้งนายก อบต.ปลายปีที่แล้ว กลุ่มพลังใหม่ ได้รับชัยชนะหลายตำบล ซึ่งที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี มี 4 อบต. สังกัดเสี่ยเฮ้ง ได้แก่ รัชกฤต เจริญสุข นายก อบต.หน้าประดู่  , นวรัตน์ แก้วตา นายก อบต.เกาะลอยบางหัก, สุรีรัตน์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางนาง และบุญยัง ไพรวัลย์ นายก อบต.พานทองหนองกะขะ 

พลังบ้านใหญ่
แม้ว่า เลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี ปี 2562 กลุ่มพลังบ้านใหญ่ในสีเสื้อพลังประชารัฐ พ่ายแพ้ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย เขต 5 พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา อดีต ส.ส.ชลบุรี ,เขต 6 อิทธิพล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี 2 สมัย และเขต 7 ปรเมศฐ์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี แต่การเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี กลุ่มเรารักชลบุรี กู้หน้าได้สำเร็จ วิทยา คุณปลื้ม ได้เป็นนายก อบจ.ชลบุรี อีกสมัย

การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ที่จะมีขึ้นกลางปีนี้ สนธยา คุณปลื้ม มีเดิมพันสูงมาก หากชนะก็จะทำให้กลุ่มพลังบ้านใหญ่ มีขวัญกำลังใจในการลุยสนามเลือกตั้ง ส.ส. แต่ถ้าแพ้คงเจอกลุ่มพลังเฮ้งไล่บี้แน่ๆ 

ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งเทศบาล เขต อ.เมืองชลบุรี กลุ่มพลังบ้านใหญ่ เริ่มปรับขบวน เตรียมรับการเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี โดยมี “สท.เหี่ยว” ภาสกร หอมหวล  มือขวากำนันเป๊าะ และ “กำนันนัย” วินัย พ้นภัยพาล นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา เป็นแม่ทัพใหญ่
มีกระแสข่าวในพื้นที่ระบุว่า กลุ่มพลังบ้านใหญ่ เตรียมจะส่ง “สจ.แอ้” สุภีพันธุ์ หอมหวล ลูกสาวคนเดียวของ สท.เหี่ยว ภาสกร ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 ชนเสี่ยเฮ้ง 

แม่ทัพเลือกตั้งสมัยหน้า คงหนีไม่พ้น สุกุมล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี ภรรยาของสนธยา ตามมาด้วยขุนพลบ้านใหญ่อย่าง อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม, พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา รองนายก อบจ.ชลบุรี และ ปรเมศฐ์ งามพิเชษฐ์ 

นอกจากนี้ ก็ยังมีกลุ่มดาวรุ่งบ้านใหญ่ อาทิ จักรวาล ตั้งประกอบ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน , จิติล คุ้มครอง อดีตรองนายก อบจ.ชลบุรี, พฤฒิพงศ์ สิงห์โตทอง ประธาน ส.อบจ.ชลบุรี และ พนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ ที่พร้อมจะลงสู่สังเวียนเลือกตั้ง

“แป๊ะ” สนธยา เคยบอกกับนักข่าวท้องถิ่นเมืองชลว่า มีหลายพรรคติดต่อมาให้ไปร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นพรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา แต่กลุ่มพลังบ้านใหญ่ยังไม่ตัดสินใจใดๆ 

อย่างไรก็ตาม พรรคพลังชลยังอยู่ และพร้อมจะลุยศึกเลือกตั้ง ซึ่งในอนาคต กลุ่มพลังบ้านใหญ่จะไปทางไหน ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกๆ กำนันเป๊าะ

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม