เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา – มาอีกแล้ว! แม่ใจยักษ์ทิ้งลูกเพิ่งคลอดไม่ถึง 24 ชม.ชาวบ้านแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ หลังพบทารกแรกเกิดเพศชายถูกทิ้งข้างถังผสมปูนหลังห้องพักในเขตเทศบาลตำบลหัวกุญแจ จ.ชลบุรี สภาพถูกแมลงกัดต่อยทั้งตัว คาดเป็นแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในพื้นที่ เร่งตามตัวดำเนินคดี
เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (11 ก.ย.) ร.ต.อ.สงวนศักดิ์ น้อยตำแย รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.คลองกิ่ว ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า มีทารกถูกทิ้งข้างถังผสมสีบริเวณด้านหลังห้องพักในเขตเทศบาลตำบลหัวกุญแจ จึงประสานแพทย์โรงพยาบาลบ้านบึง และอาสากู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนทำการปฐมพยาบาล และนำตัวไปชำระร่างกายที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวกุญแจ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
จากการสอบถาม นางสมจิตร อินทร์ฉาย อายุ 70 ปี ผู้ที่พบเด็กทารกถูกทิ้งกล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.คืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่บริเวณที่จอดรถหลังบ้าน จึงเปิดประตูออกไปดูแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ กระทั่งรุ่งเช้าเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.ขณะนำขวดน้ำไปทิ้งในที่เก็บของเก่าได้เห็นขาเด็กโผล่ออกมาจากผ้าขนหนูสีน้ำตาล จึงเรียกลูกสาวให้เข้ามาช่วยดูจนพบว่าเป็นทารกแรกเกิดเพศชาย
และยังพบสายสะดือที่ถูกตัดออกและถูกมัดด้วยเชือกวางไว้ข้างตัว แต่ที่น่าสลดใจคือ ทารกน้อยมีร่องรอยของการถูกแมลงกัดต่อยที่บริเวณหนังตาทั้งสองข้างจนปูดบวม และมือข้างซ้ายยังมีรอยแดง 3 จุด เชื่อว่าน่าจะถูกมดกัด จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงผู้นำท้องถิ่นเพื่อให้การช่วยเหลือ
จากการสอบถาม น.ส.กัลยา พรหมนิยม แพทย์ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัวกุญแจ ทราบว่า จากการตรวจสอบร่างกายของทารกที่ถูกห่อด้วยผ้าขนหนู ยังมีคราบเลือดน้ำคร่ำและรกห่อมาในผ้าด้วย คาดทารกเพศชายน่าจะเพิ่งคลอดได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง และทารกมีน้ำหนักตัว 1,600 กรัม สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี
ด้าน ร.ต.อ.สงวนศักดิ์ เผยว่า ในพื้นที่บ้านหัวกุญแจ และ ต.คลองกิ่ว มีโรงงานตั้งอยู่หลายแห่ง และยังมีแรงงานต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่าแม่ของทารกน่าจะเป็นแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่และไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตรจึงนำมาทิ้งไว้
และหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำเศษรกที่ติดมากับตัวทารกไปตรวจหาดีเอ็นเอ พร้อมจะทำการตรวจสอบว่ามีโรงพยาบาลใดในพื้นที่ที่เพิ่งทำคลอดให้หญิงสาวรายใดหรือไม่ อีกทั้งยังจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสแม่ใจร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป