เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทองพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างอุทยานธรรมสถานพานทอง เร่งรัดเข้าตรวจสอบบ้านเลขหลังหนึ่ง ที่หมู่ 1 ต.หนองตำลึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งมีคนคุ้มคลั่งพังข้าวของภายในบ้านเสียหายและขังตัวเองภายในบ้าน เมื่อมาถึงพบเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวปิดไฟมืด มีชาวบ้านมุ่งและช่วยกันเรียกชื่อผู้ก่อเหตุให้ออกมาจากบ้านแต่ไม่มีวี่แวว จนกระทั่งตำรวจและกู้ภัยฯได้เข้าเจรจาใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุจึงได้เปิดประตูบ้านทราบชื่อนายเทพพร อายุ 33 ปี เจ้าของบ้านจากการตรวจสอบพบว่า ภายในบ้านตู้กระจกเฟอร์นิเจอร์ฝ้าเพดานและหน้าต่างถูกทุบพังเสียหายทั้งหมดไม่เหลือชิ้นดี
จากการสอบถามนายเทพพร ไม่ยอมเล่าว่าที่ทำไปเพราะสาเหตุใด แต่ได้มีชาวบ้านมีการพูดคุยและอธิบายถึงการใช้บัตรสวัสดิการประชารัฐและบัตรกดเงินสด ATM จากการพูดคุยจับใจความได้ว่าชาวบ้านได้อธิบายให้นายเทพพร ฟังว่าจะเอาบัตรสวัสดิการประชารัฐไปกดเงินสดในตู้ATM แต่เงินไม่ออก เพราะใช้แทนกันไม่ได้เงินจึงไม่ออก คาดว่าเพราะสาเหตุนี้จึงทำให้กลับมาบ้านแล้วเกิดอารม ณ์โมโหทำลายข้าวของภายในบ้านดังกล่าว
สอบถาม เพื่อนบ้าน เล่าว่า นายเทพพรเป็นคนคล้ายคนเก็บกดตนเองและเพื่อนๆก็ได้เข้ามาพูดคุย และมาถามไถ่อยู่ประจำแต่นายเทพพร ไม่เคยเล่าอะไรให้ใครฟังเป็นคนสติดี แต่ถ้าโมโห หรือ ไม่พอใจก็จะใช้อารมณ์และชอบทำลายข้าวของประจำ แต่จะทำลายทรัพย์สินของตัวเองมีครั้งนี้หนักสุด ซึ่งไม่มีใครรู้สาเหตุปกติเขาจะอยู่กับแม่ แต่เพราะเป็นแบบนี้แม่เขาจึงไปอยู่บ้านญาติที่อยู่ใกล้ๆกัน
ทางด้านนางบี(สงวนชื่อนามสกุล)แม่ของผู้ก่อเหตุ เผยว่า ลูกชายชอบทำลายข้าวของจึงกลัวและได้ไปอยู่บ้านญาติที่อยู่ใกล้กัน ปกติลูกชายถ้าโมโหจะดุร้ายทำลายข้าวของและบ้านหลังนี้ ตนเองก็เอาไปจำนองไว้ก็เหมือนเป็นบ้านคนอื่นไปแล้ว และที่อาศัยอยู่ก็เหมือนไม่ใช่บ้านตัวเองแล้วซึ่งบ้านหลังนี้ตนก็ได้ตกแต่งซื้อของมาใส่อย่างดี วันนี้มาถูกทุบทลายจนพังเสียหายหมดแล้วตนอยู่ด้วยไม่ได้กลัวจะโดนฆ่าตายจึงให้อยู่คนเดียวไป ใจจริงอยากให้ตำรวจเอาไปตรวจสุขภาพจิตว่าป่วยจิตเวชหรือป่าวและรักษาให้หายดีจะได้ไม่มาก่อเรื่องวุ่นวายแบบนี้อีก ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายเทพพร ไปสอบสวนและทำประวัติที่ สภ.พานทอง จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทรัพย์สินที่เสียหายภายในล้านของตัวเองไม่มีเจ้าทุกข์จึงไม่ได้ตั้งข้อหาแต่อย่างใด