Chonburi Sponsored

ระทึก! สาวซิ่งเบนซ์หรู ฝ่าสายฝนชนอัดเสาไฟ-รถบัส เพลิงลุกท่วมไหม้วอดทั้งคัน

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

24 พ.ย.2565 – ร.ต.อ.พรชัย เหลือผล รองสารวัตรสอบสวน สภ.พลูตาหลวง รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้รถเก๋งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ริมถนนสุขุมวิท เส้นทางแยกสัตหีบ – แยกไฟแดงกิโลเมตรที่ 10 บริเวณหน้าหมู่บ้านนภาภัณฑ์แลนด์ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงประสานขอรับการสนับสนุน รถดับเพลิง อบต.พลูตาหลวง เข้าระงับเพลิงเมื่อเวลา 02.00 น.

ที่เกิดเหตุกำลังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ริมถนนบนฟุตบาทพบ รถเบนซ์ รุ่น E250 สีแดง ทะเบียน 2กส-5271 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถพังเสียหายยับเยิน ล้อคู่หน้าบิดเบี้ยว กำลังถูกเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะช่วงถังน้ำมันเพลิงได้โหมลุกลามอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้น รถดับเพลิงจำนวน 2 คัน ชนิดน้ำ และโฟม เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันระดมฉีดอย่างหนัก ต้องใช้ราว 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบภายในรถ ถูกเพลิงเผาผลาญวอดเสียหายทั้งคัน ส่วนคนขับทราบชื่อคือ น.ส.จิดาภา รุ่งเรืองกอน อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอกถูกแรงกระแทก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ให้การช่วยเหลือนำตัวส่งรักษายัง ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ไปก่อนหน้า

นอกจากนี้ ช่วงก่อนถึงจุดเกิดเหตุราว 10 เมตร พบว่า รถคันดังกล่าว ได้เสียหลักเหินขึ้นฟุตบาทพุ่งชนกับร้านค้าจนพังเสียหาย และชนอัดเสาไฟส่องสว่างหักโค่น 1 ต้น ก่อนจะพุ่งชนอัดท้ายรถบัส รับส่งพนักงานโรงงาน สีเหลือง ทะเบียน 30-5381 ชลบุรี ที่จอดอยู่ริมถนนจนพังเสียหาย กระเด็นไถลไปไกลกว่า 10 เมตร อีกทั้ง ยังพบชิ้นส่วนรถเบนซ์กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

ด้าน ร.ต.อ.พรชัย เหลือผล ร้อยเวรเจ้าของคดี ได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากมีทรัพย์สินของทางราชการ และทรัพย์สินชาวบ้าน ได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่า คนขับได้ขับรถฝ่าสายฝนที่กำลังตกลงมาอย่างหนัก จนเป็นเหตุให้รถเสียหลักพุ่งชนจนเพลิงลุกไหม้ ดังกล่าว

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้