Chonburi Sponsored

สลด! ส่งท้าย 7 วันอันตราย จยย.พ่วงข้างชนเหล็กกั้นทางโค้งดับคาที่

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored
สยามรัฐออนไลน์ 18 เมษายน 2565 01:30 น. ภูมิภาค

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 17 เม.ย.65 พ.ต.ท.สามารถ บุญฤทธิ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.พนัสนิคม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถ จยย.พ่วงข้างแหกโค้งชนเหล็กกั้นข้างทาง มีผู้บาดเจ็บสาหัสบนถนนสายเนินหิน-โพธิ (ขาเข้าเนินหิน) หน้าอู่แห่งหนึ่งใน ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมรถกู้ชีพโรงพยาบาลพนัสนิคม และหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุทุ่งเหียงพนัสนิคม จุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งมีราวเหล็กกั้น จากการตรวจสอบพบร่องรอยรถ จยย.พ่วงข้าง พุ่งอีกฝั่งเข้าชนราวเหล็กฝั่งเข้าเนินหิน มีร่างนายอุทิศ รองวัง อายุ 53 ปี อยู่ ต.หนองไม้แก่น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ค้นในตัวพบบัตรระบุบุคคลพิการประเภท 3 (สูญเสียความสามารถในการทรงตัว) สภาพนอนหมดสติปลุกไม่ตื่นไม่มีชีพจร มีบาดแผลเลือดออกที่ใบหูข้างซ้าย แขนขวาท่อนบนหักผิดรูป ใต้ค้างเป็นแผลฉกรรจ์ กู้ภัยฯ เร่งช่วยกันปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจยื้อชีวิต ต่อมาทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลพนัสนิคม ได้ยืนยันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ถัดไปอีก 50 เมตร พบรถ จยย.พ่วงข้างยามาฮ่า สปาร์ค สีเทา-ดำ ทะเบียน คขท 561 ชลบุรี ครูดกับรางเหล็กกั้นโค้ง ไปชนกับขอบท่อระบายน้ำข้างทาง จากการสอบถาม นายนิคม สวนสุวรรณ อายุ 35 ปี อาสากู้ภัยสว่างเหตุทุ่งเหียง ผู้เข้าช่วยเหลือผู้เสียชีวิต เล่าว่า ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ เมื่อมาถึงเห็นเพื่อนกู้ภัยฯ ช่วยกันพลิกตัวผู้บาดเจ็บที่นอนคว่ำหน้า ปลุกไม่ตื่นไม่มีชีพจร จึงช่วยกันปั๊มหัวใจรอเพื่อรถกู้ชีพฯ แต่ผู้ประสบเหตุอาการสาหัสทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทางกู้ชีพ รพ.พนัสนิคม ยืนยันเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ถ่ายภาพบริเวณที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะได้ขอดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุว่ามีคู่กรณีหรือเสียหลักเอง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ให้กู้ภัยฯ นำส่งชันสูตรที่ โรงพยาบาลพนัสนิคม เพื่อจะได้ติดต่อให้ญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม