Chonburi Sponsored

ชลบุรีก็มี! ทุเรียนงบน้อยเริ่มต้นขายพูละ 10-60 บาท ช่วยผู้มีเงินน้อยได้รับประทาน

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ศูนย์ข่าวศรีราชา – ชลบุรีก็มี! ร้านทุเรียนงบน้อยแบ่งขายเป็นพูในราคาเริ่มต้นที่ 10 บาท เรื่อยไปจนถึง 60 บาท ช่วยผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับประทานของอร่อย ทำชาวบ้านแห่เข้าคิวซื้อ พิกัดห้าแยกวัดพลับ อ.พนัสนิคม

วันนี้ (28 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เข้าสังเกตการณ์บริเวณหน้าร้านทุเรียนงบน้อย ตั้งอยู่บริเวณห้าแยกวัดพลับ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี หลังทราบว่าร้านแห่งนี้ได้แกะทุเรียนขายแบบแบ่งพูเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยให้ได้รับประทานทุเรียนแสนอร่อย

โดยพบว่ามีประชาชนจำนวนมากทยอยพากันเข้ามาต่อแถวเพื่อเลือกซื้อทุเรียนในราคาเริ่มต้นที่พูละ 10 บาท เรื่อยไปจนถึง 60 บาท จนทำให้พ่อค้าแม่ค้าภายในร้านแทบจะไม่มีเวลาได้กินข้าวและดื่มน้ำ

น.ส.จีรวรรณ พรมโชติ อายุ 36 ปี เจ้าของร้านทุเรียนงบน้อย เผยถึงแรงจูงใจที่ทำให้เปิดร้านขายทุเรียนแบบแกะพู ว่า เป็นเพราะตนเองและน้องสาวชื่นชอบการรับประทานทุเรียน และในบางครั้งต้องจ่ายเงินเกือบ 1,000 บาทเพื่อซื้อทุเรียน 1 ลูก จึงคิดว่าหากไม่มีเงินคงไม่ได้รับประทานผลไม้สุดแสนอร่อย โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง

จึงเกิดแนวคิดที่จะแกะทุเรียนแบ่งขาย เพี่อให้คนมีเงินน้อยได้รับประทานตามงบที่มี และหากเป็นคนท้องทางร้านจะให้รับประทานฟรีอีกด้วย


ขณะที่ น.ส.สุภาพร จันทร์อุทัย อายุ 34 ปี ลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อทุเรียนแบ่งขาย บอกว่า ดีใจที่ผู้ค้าแบ่งขายทุเรียนในราคาถูกเพื่อช่วยให้ผู้ที่มีรายได้น้อยได้มีโอกาสรับประทานทุเรียน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่หลายครอบครัวต้องแบ่งเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น ซึ่งหากให้ซื้อทุเรียนแบบยกลูกที่มีราคาตั้งแต่ 200-500 บาท คงเป็นเรื่องยาก

“อย่างน้อยคนที่มีเงินเพียง 10-20 บาท ยังได้กินทุเรียนเช่นเดียวกับตัวเองที่จ่ายเงินแค่เพียง 100 บาท ได้กินทุเรียนแล้ว และยังถือว่าคุ้มอีกด้วย” น.ส.สุภาพร กล่าว

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม