วันพฤหัสบดี ที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.24 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 3 ก.พ.65 นายกิตติพงษ์ กิติคุณนายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นางมนัสนันท์ ศุภพิทักษ์สกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) นายไชยเทพ บุญเลิศ รองนายกเทศมตรีเมืองสัตหีบ และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่รุดเยี่ยม พร้อมมอบอาหาร นมผง และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับเด็ก ช่วยเหลือครอบครัว 4 เด็กน้อย ผู้รับผลกระทบจากการที่มารดาผู้ให้กำเนิด ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ ณ บ้านเลขที่ 35/15 ม.3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ในการนี้ น.ส.ทิพวรรณ สืบสุวรรณ อายุ 32 ปี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์สายไฟ ได้รับการพักโทษชั่วคราว ผู้เป็นมารดาของเด็กทั้ง 4 คน คนโตเด็กสาว วัย 10 ขวบ รองมาเป็นเด็กชายวัย 7 ขวบ และเด็กชายวัย 4 ขวบ ส่วนคนสุดท้องเป็นทารกชายพึ่งคลอดมาได้เพียง 7 เดือน พร้อมด้วย นายนคร แสงระ อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นคุณตา เสาหลักของครอบครัว ได้ออกร่วมให้การต้อนรับ และแสดงการขอบคุณ ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเด็กทั้ง 4 คน ให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และได้รับการดูแลจากหน่วยงานภาครัฐ ตามสิทธิที่ควรได้รับทุกประการ
นางมนัสนันท์ ศุภพิทักษ์สกุล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวสารการถูกจับของ น.ส.ทิพวรรณ ที่ก่อเหตุลักทรัพย์สายไฟบนถนนหลวง พื้นที่ ต.นาจอมเทียน เมื่อกลางดึกวันที่ 27 ม.ค.65 เพื่อต้องการหาเงินซื้อนมให้ลูก ทำให้ต้องพลัดพรากจากลูกน้อย 4 ชีวิต ที่กำลังเฝ้ารอการกลับบ้านของผู้เป็นแม่ ด้วยความเมตตาสงสารในตัวเด็ก ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในความผิดด้วย ต้องมารับชะตากรรมอันเลวร้าย จึงตัดสินใจใช้ตำแหน่งตนเอง แทนเงินประกันตัว 5.5 แสนบาท ประกันตัว น.ส.ทิพวรรณ ให้ได้รับการพักโทษเป็นอิสระชั่วคราว จากเรือนจำหนองปลาไหลพัทยา เพื่อให้ผู้เป็นลูกได้พบหน้าแม่ผู้ให้กำเนิดอีกครั้ง
นอกจากนี้ นายกิตติพงษ์ กิติคุณนายอำเภอสัตหีบ ร่วมกับเทศบาลเมืองสัตหีบ และหน่วยงานในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือครอบครัวให้พ่อแม่เด็กได้มีงานทำ และเด็กทั้ง 4 คน ยังได้รับการฉีดวัคซีน ได้รับการศึกษาตามหลักเกณฑ์ และได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 600 บาท ทุกเดือน เพื่อพัฒนาชีวิตให้เด็กได้มีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า ต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่