Chonburi Sponsored

รวบมือปืนคลั่งอ้างแค้นถูกตบหน้า รัวดับ 2 ศพ ประกาศใครขวางทางยิงดะ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.31 น.

รวบมือปืนคลั่งอ้างแค้นถูกตบหน้า รัวดับ 2 ศพ ประกาศใครขวางทางยิงดะ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชลบุรี ว่า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 เกิดเหตุคนร้าย คือ นายศุภกรณ์ อายุ 38 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงคู่อริในวงเหล้า หน้าร้านขายของชำ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายนิพนธ์ อายุ 56 ปี และ นายวิชาญ อายุ 55 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ นายอุดร อายุ 50 ปี หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรานยนต์ (จยย.) หลบหนีไป

ต่อมา พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.บ้านบึง พร้อมกำลัง ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และไล่ล่าติดตามนายศุภกรณ์ ที่หลบหนีเข้าเขตรับผิดชอบ สภ.พนัสนิคม มุ่งหน้ามายังบ้านในหมู่ 2 ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของพ่อตา เพื่อมาหาแฟนสาว โดยได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ทำการปิดล้อมสวนผักหลังบ้าน เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน และอยู่ในที่มืด มีอาการระแวง ใช้ปืนจ่อศีรษะตัวเองตลอดเวลา พร้อมตะโกนบอกไม่ให้ใครๆเข้าใกล้  เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้โล่เหล็กบังคุมเชิง และเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธ ใช้เวลานานกว่า 4-5 ชั่วโมง นายศุภกรณ์จึงยอมวางอาวุธ  ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาที่ สภ.บ้านบึง

จากการสอบถามนายศุภกรณ์ ยังอยู่ในอาการคล้ายคนเมา จับใจความได้ว่าตนเองได้ซื้ออาวุธปืนมาได้เพียง 4 วัน ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถ จยย.มายังร้านค้าที่มีกลุ่มผู้ตายนั่งดื่มกินกันที่โต๊ะม้าหินอ่อน 4 คน ส่วนตนเองดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะข้างๆ หลังจากดื่มเบียร์ไปจนหมด จึงกลับเข้าบ้านที่อยู่ด้านหลังร้านค้าเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า และนำปืนพร้อมแม็กบรรจุกระสุนสำรองมาเพิ่มอีก 2 แม็ก รวมเป็น 3 แม็ก และกลับมาที่ร้านค้า ก่อนจะลงมือยิงนายนิพนธ์ เป็นคนแรก จากนั้นจึงยิงใส่นายอุดร ส่วนนายวิชาญ วิ่งตามพยายามแย่งปืน ตนจึงยิงสวนล้มฟุบล้มลงริมถนน ก่อนจะขี่รถ จยย.มาหาภรรยาที่บ้านพ่อตา เพื่อมายิงภรรยา และทุกคนที่ขวางหน้า กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ตาม จึงวิ่งมาหลบที่สวนหลังบ้าน และไม่นานก็ถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้

ส่วนสาเหตุนั้น นายศุภกรณ์อ้างว่าเกิดความเครียดสะสม และเคยถูกกลุ่มผู้ตายตักเตือนเรื่องนิสัยส่วนตัว เคยถูกตบหน้ามาแล้ว จึงขู่ว่าจะเอาปืนมายิงทิ้งให้หมด พอมาเจอกลุ่มผู้ตายที่นั่งดื่มกินที่หน้าร้านที่เกิดเหตุ จึงกลับไปเอาแม็กกาซีนบรรจุกระสุนเพิ่ม ก่อนลงมือยกมือไหว้ผู้ตาย จากนั้นจึงรัวยิงใส่คาวงเหล้า

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาพยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะ

-005

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม