Chonburi Sponsored

พ่อ-แม่-ร้องสื่อ ลูกโดนรุมทำร้ายบาดเจ็บ ผ่านไปเกือบ 1 ปี คดียังไม่คืบหน้า – TOPNEWS

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

พ่อ-แม่-ร้องสื่อ ลูกโดนรุมทำร้ายบาดเจ็บหลายเดือน ผ่านไปเกือบ 1 ปี คดียังไม่คืบหน้า วอนขอความเป็นธรรม ให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาดูแล ด้านทางตำรวจ สภ.พนัสนิคม เผย มีการดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ล่าช้า เนื่องจากมี 1 ในผู้ต้องหา เป็นเยาวชน

เวลา 14.00 น. ว้นที่ 2 มิ.ย. 2565 เพจอยากดัง เดี๋ยวจัดให้พลัส 2 ลงข้อความ#ร้องเรียนตรวจสอบความยุติธรรมที่ล่าช้าอาจทำให้ผู้เสียหายคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผิดถูกด้านคดีความอย่างไรขอให้รีบดำเนินการและสื่อสารกับผู้เสียหายให้คลายกังวล อยากจอความช่วยเหลือจะทำยังไงจึงร้องทุกได้ครับ กราบสวัสดีครับผมมีเรื่องร้องทุกลูกโดนทำร้ายอาการสาหัส คดีไม่คืบครับที่โรงพักพนัสนิคมชลบุรีครับขอความกรุณาเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ช่วยเป็นสื่อกลางให้ด้วยครับผมเรื่องผ่านมาจะเป็นปีแล้วคดีไม่คืบเลย

เหตุเกิด วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 01.00 น. ซอยหนองโครน ม.14 เกาะโพธิ์ พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดนเด็กวัยรุ่น 3 คน รุมทำร้ายอาการสาหัสตามภาพกามหักรักษาตัวสองเดือนวัยรุ่นที่ทำร้ายก็อยุ่ในซอยรู้ชื่อหมดแล้วเรื่องจะเป็นปีคดีไม่คืบนายตำรวจที่ทำคดีชื่อ…ท่าน…ร้อยตำรวจตรี…ที่โรงพักพนัสนิคมชลบุรีผมจึงอยากขอความช่วยเป็นสื่อกลางให้ผมด้วยขอขอบคุณไว้นะที่นี่ด้วยครับด้วยความนับถือ

ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 94 / 9 หมู่ที่ 14 ซอย หนองโคลน ตำบลนาเริก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ได้พบกับทาง นาย บุญ อายุ 55 ปี ได้พาไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ที่เป็นร้านลาบ แต่ปัจจุบัน ได้เลิกขายไปแล้ว ทำให้ที่บริเวณนี้รกร้างไปแล้ว เหตุเกิด วันที่ 22 มิถุนายน 2564 พร้อมนำหลักฐานการลงบันทึกประจำวันไว้แล้วที่ สภ.พนัสนิคม และได้ชูรูปถ่ายของ นาย ทรง อายุ 35 ปี ลูกชาย ที่ได้โดนรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หน้าตาต้องเย็บหลายเข็ม กรามหัก ต้องนอนโรงพยาบาลพนัสนิคม กว่า 1 เดือน แล้วต้องกลับมารักษาตัวที่บ้านต่อกว่า 3 เดือน

จากการสอบถาม นาย ทรง ผู้เสียหายที่ถูกรุมทำร้ายเล่าว่า วันเกิดเหตุ ระหว่างใกล้ถึงบ้าน ได้แวะร้านลาบ และเจอกับคู่กรณีที่รู้จักกันดี แต่ไม่สนิท หลังจากนั้น ก็ได้มีปากเสียงกัน จนเป็นชนวนเหตุถูกรุมทำร้ายดังกล่าว ที่ก็ต้องการให้ทางฝั่งคู่กรณี เข้ามาคุยกันให้เรื่องจบ เพื่อที่กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ ยอมรับยังรู้สึกหวั่นๆอยู่ ขณะที่ทาง นาย บุญ ผู้เป็นพ่อ เล่าว่า เรื่องลูกถูกทำร้าย ผ่านไปเกือบ 1 ปี แต่คดียังไม่คืบหน้า เลยต้องการให้ฝั่งคู่กรณีมาเยียวยาบ้าง เพราะต้องใช้เงินรักษาลูกไปจำนวนหลายหมื่นบาท พร้อมอยากให้ทางตำรวจ สภ.พนัสนิคม เร่งรัดคดีโดยเร็ว

ด้าน พ.ต.ท.วรรณกิจ บูรณ์เจริญ รอง ผู้กับการ สอบสวน สภ.พนัสนิคม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ดำเนินการติดตามจับกุมดำเนินคดีในทันที ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย จนทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ นำสำนวนส่งไปถึงชั้นอัยการ จนถูกไปขังในเรือนจำกลางชลบุรี และอีกราย เป็นเยาวชน ถูกไปคุมขังที่สถานพินิจ และมีการประกันตัวออกไป ส่วนที่อาจจะช้าไปบ้าง เป็นเพราะมีผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ต้องสอบคนละส่วน ที่ตอนนี้ อยู่ในขั้นตอนของอัยการ เป็นผู้สอบเพิ่มเติม ขอให้ญาติมั่นใจ ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการดำเนินการตามของขั้นตอนของกฎหมาย ไปเรียบร้อยแล้ว

วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าวTOPNEWS ประจำ จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม