Chonburi Sponsored

ชาวบ้านพนัสนิคมรวมตัวร้องตำรวจ ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นทีมงานผู้สมัคร ส.ส.หลอกเอาบัตรประชาชนเปิดบัญชีม้า

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวศรีราชา – มาอีกแล้ว มิจาฉาชีพอ้างเป็นทีมงานว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี หลอกแจกข้าวสารซื้อใจชาวบ้านแลกบัตรประชาชน พร้อมขอสแกนใบหน้าเพื่อเป็นหลักฐาน สุดท้ายนำไปเปิดบัญชีม้าเล่นพนันออนไลน์ มีชาวบ้านเสียหายแล้วกว่า 100 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ก.ค.) ชาวบ้านกว่า 20 คนใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.พนัสนิคม ว่า ถูก น.ส.ศิริวรรณ สมาน หรือนิด อายุ 50 ปี และ น.ส.สุนิสา วงศ์แก้ว อายุ 31 ปี หลอกนำบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าไปใช้เปิดบัญชีม้าเพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนสำหรับเล่นพนันออนไลน์

โดยหญิงทั้ง 2 รายอ้างว่าได้นำข้าวสารซึ่งเป็นของ นายพรชัย วงศ์ล้อมนิล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคไทยสร้างไทย มาแจกแต่ผู้รับจะต้องมอบบัตรประจำตัวประชาชนให้ก่อนและจะนำมาคืนให้ภายหลัง และยังขอทำการสแกนใบหน้าเพื่อเป็นหลักฐานจนทำให้มีประชาชนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก

แต่สุดท้ายกลับทราบว่าวิธีการดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้เพื่อเปิดบัญชีม้า ที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 60,000 บาท ซึ่งขณะนี้มีชาวบ้านใน ต.หนองปรือ ต.หัวถนน และ ต.สระสี่เหลี่ยม อ.พนัสนิคม หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 100 คน และเตรียมที่จะทยอยเดินทางเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ


น.ส.อารียา สมินเย อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า น.ส.ศิริวรรณ สมาน หรือนิด เป็นที่รู้จักกันดีของชาวบ้านในพื้นที่เนื่องจากเป็นทีมงานของนายพรชัย วงศ์ล้อมนิล หรือ ส.จ.ไก่ ที่เตรียมลงสมัคร ส.ส.ในปีหน้า ซึ่งการที่ชาวบ้านยอมรับข้าวสารไว้และยอมทำตามวิธีที่เสนอเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี โดยไม่คิดว่าถูกหลอกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย

“หลังทราบข่าวว่ามีชาวบ้านในพื้นที่ถูกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีลองไปเช็กกับธนาคารดูจึงรู้ว่ามีชื่อของเราด้วย วันนี้จึงต้องรีบนำหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ก่อนเพื่อป้องกันความเสียหาย” น.ส.อารียา กล่าว

ด้าน นายพรชัย หรือ ส.จ.ไก่ บอกว่าตนเองรู้จักกับ น.ส.นิด เนื่องจากเคยเข้ามาช่วยกันแต่ในระยะหลังไม่ค่อยได้เจอกันพร้อมยืนยันว่าไม่เคยแจกข้าวสารให้ชาวบ้าน แต่ที่ผ่านมาได้แจกให้เฉพาะหน้ากากอนามัย และยาที่ใช้สำหรับโควิด-19 และขณะนี้ได้เข้าแจ้งความพร้อมกับชาวบ้นแล้วเช่นกัน


ขณะที่ พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผู้กำกับการ สภ.พนัสนิคม เผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวได้แล้ว 1 ราย คือ นางพิ้ง (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 50 ปี

และยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมขบวนการอีก 3 ราย ซึ่งในเบื้องตนจะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันนำบัตร หรือใบรับ หรือใบแทนบัตรประชาชนของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของบัตร และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหาย

“คาดว่าจะสามารถจับตัวทั้งหมดได้เร็วๆ นี้ และขอฝากเตือนประชาชนให้รักษาข้อมูลส่วนตัวของตนเองให้ดีโดยเฉพาะบัตรประจำตัวประชาชนที่อย่าให้ใครอย่างเด็ดขาด เพราะสามารถนำไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินได้ ซึ่งสุดท้ายจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนในภายหลัง” ผกก.สภ.พนัสนิคม กล่าว

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม