Chonburi Sponsored

เผาแล้ว! เหยื่อเมาขับ “วรวุฒิ สุขุนา” อดีตนักเตะชลบุรีเอฟซีโผล่บวชหน้าไฟ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ทั่วไป

29 ต.ค. 2565 เวลา 19:08 น.354

สุดเศร้า! เผาแล้วเหยื่อเมาแล้วขับ “วรวุฒิ สุขุนา” อดีตผู้รักษาประตูทีมชลบุรีเอฟซี โผล่ร่วมบวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้

วันนี้(29 ตุลาคม 2565) เมื่อเวลา 16.30 น. ที่วัดเนินตามาก ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรชลบุรีเอฟซี และนายกอบจ.ชลบุรี ได้เดินทางมาเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพนางกัญญา พงษ์หัสบรรณ อายุ 61 ปี ที่เสียชีวิตจากการถูกนาย วรวุฒิ สุขุนา อายุ 23 ปี อดีตนักฟุตบอลตำแหน่งผู้รักษาประตูทีมชลบุรีเอฟซี ขับรถเก๋งพุ่งชนที่บริเวณถนนเลียบชายทะเล ตอน 2 เทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

โดยมีผู้มาร่วมงานอีกหลายท่าน อาทิ พลเอก วิจารณ์ จดแตง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กระทรวงกลาโหม รวมทั้งประชาชนจำนวนมากรวมกว่า 500 คนมาร่วมไว้อาลัยด้วย ทั้งนี้นาย วรวุฒิ สุขุนา อดีตผู้รักษาประตูทีมชลบุรีเอฟซี ได้มาบวชหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ด้วย ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและญาติ ๆ

ก่อนหน้านั้นนายวิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรชลบุรีเอฟซี และนายกอบจ.ชลบุรี ได้เปิดเผยก่อนจะเดินทางไปร่วมงานศพว่า ตนได้เข้าไปดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต และครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างที่สุดแล้ว โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตสโมสรฟุตบอลชลบุรีได้รับเป็นเจ้าภาพตลอดทั้งงาน นอกจากนี้ยังได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้วส่วนหนึ่ง หลังจากเสร็จงานศพแล้วจะชดเชยความเสียหาย รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บจะเข้าไปดูแลให้หายดีอีกด้วย

“ทางสโมสรชลบุรีเอฟซีขอแสดงความเสียใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง ทั้งที่สโมสรชลบุรีเอฟซีมีเจตนาจะปั้นเด็กและเยาวชน หวังว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ผู้บริหารจะวางมาตรการให้รัดกุมในการดูแลนักกีฬามากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นมาอีก เมื่อมีผลกระทบต่อทีม รวมทั้งภาพลักษณ์ของสโมสรชลบุรีเอฟซี จึงต้องยกเลิกสัญญากับ นายวรวุฒิ สุขุนา” ประธานสโมสรชลบุรีเอฟซี กล่าว

ทั้งนี้เมื่อวานเพจเฟซบุ๊กชลบุรีเอฟซีได้โพสต์ข้อความระบุว่า ทีมฟุตบอลชลบุรีเอฟซี (ฉลามชล) ได้แบน เฉลิมพงษ์ ประพฤติตัวไม่เหมาะสม-ผิดวินัยสโมสร เกมลีกและบอลถ้วยรวม 2 นัด พร้อมปรับเงินอีก 1 แสนบาท, ทีมเพิ่มมาตราการป้องกัน-บทลงโทษสถานหนักทันทีจากเหตุการณ์ที่อดีตนักฟุตบอลชลบุรีเอฟซี ก่อเหตุเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุชนคนตาย และปรากฏทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของนายเฉลิมพงษ์ นักฟุตบอลทีมชลบุรีเอฟซี ที่เดินทางไปในที่เกิดเหตุ แสดงกิริยาท่าทางและวาจาไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

หลังจากได้มีการรวมรวบข้อมูลและหลักฐานต่างๆ รวมถึงเรียกเจ้าตัวและผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนภายในเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งสุดท้ายเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิดกัน อย่างไรก็ตาม เฉลิมพงษ์ ถือเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่มีชื่อเสียง และเคยติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ อีกทั้งภายในสโมสรชลบุรีเอฟซี ได้รับมอบหมายให้ลงเล่นเป็นผู้เล่นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำลายภาพลักษณ์ที่ไม่ดีทั้งสโมสรชลบุรี เอฟซี, สโมสรฟุตบอลทีมอื่นๆ, นักกีฬาฟุตบอลอาชีพด้วยกัน รวมไปถึงวงการฟุตบอลภายในประเทศ ดังนั้นสโมสรชลบุรีเอฟซี ได้พิจารณาสรุปบทลงโทษดังนี้

ลงโทษโดย สโมสรจะไม่ส่งลงสนามทั้งการแข่งขัน รีโว่ ไทยลีก 2022/23 และการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ ช้าง เอฟเอคัพ 2022/23 จำนวน 2 นัด โดยมีผลทันทีตั้งแต่ในเกมการแข่งขันไทยลีก ที่จะพบกับ สุโขทัย เอฟซี ที่สนามชลบุรี ยูทีเอ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม และการแข่งขัน ช้าง เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีมสุดท้ายที่ชลบุรี เอฟซีจะเดินทางไปเยือนทีม นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน รวมทั้งสิ้น 2 นัด ลงโทษปรับเงิน 100,000 (หนึ่งแสนบาท)

และสุดท้ายนี้ สโมสรชลบุรี เอฟซี ในฐานะต้นสังกัดปัจจุบัน ต้องขออภัยเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นอีกกครั้ง และขอแสดงความขอโทษไปถึงเพื่อนๆ นักกีฬา สโมสร และหน่วยงานในวงการที่เกี่ยวข้องที่นักกีฬาของเราสร้างปัญหาดังกล่าวขึ้น ซึ่งสโมสรชลบุรี เอฟซี เองรับทราบถึงความร้ายแรงของปัญหาและผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากเหตุดังกล่าว โดยประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี คุณวิทยา คุณปลื้ม ได้มีการมอบหมายให้มีการเพิ่มมาตราการที่เข้มงวดขึ้นไปอีก และบทลงโทษเพิ่มเติมที่หนักขึ้นภายในทีม และกำหนดเป็นแผนงานเร่งด่วนที่จะต้องเริ่งดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งแม้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่สโมสรมีความตั้งใจจริงที่จะหามาตรการเพื่อป้องกันและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผิดพลาดดังกล่าวซ้ำขึ้นอีก

ข่าวโดย วิศาล แสงเจริญ จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม