Chonburi Sponsored

โจรงัดบ้านแม่ค้าขายกระเป๋าแบรนด์เนม เจอกระเป๋าหลุยส์ราคาหลักแสน เหวี่ยงทิ้ง สุดท้ายไม่ได้อะไรติดมือไป

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เมื่อเวลา 16.00 น.30 กรกฎาคม 2565 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม รับแจ้งจากมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนงัดบ้าน ที่ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม  จังหวัดชลบุรี บ้านหลังเกิดเหตุ เป็นบ้านชั้นเดียว มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ เปิดเป็นบริษัทขายสินค้ากระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนมชื่อดัง พบเจ้าของบ้าน ทราบชื่อคือนางสาวเสาวภาคย์ อายุ 26 ปี ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ ภายในบ้านพบคนร้าย ได้งัดกุญแจประตูหลังบ้าน แล้วก็เข้าไปรื้อค้นภายในห้องนอน ซึ่งเก็บของหลายอย่าง ส่วนใหญ่เป็นกระเป๋าแบรนด์เนม ถูกรื้อค้นกระจุยกระจายเต็มห้อง ซึ่งตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบทรัพย์สินหรือของมีค่าอื่นๆหายไปแต่อย่างใด
        
เจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจกล้องวงจรปิด ปรากฎว่ากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในบ้านถูกคนร้ายถอดเอาไปด้วย จึงไม่สามารถที่จะดูรูปพรรณของคนร้ายรายนี้ได้  จึงได้เก็บหลักฐานเป็นลายนิ้วมือแฝงตามประตู และภายในห้องเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามคนร้ายต่อไป

ทางนางสาวเสาวภาคย์ เล่าว่า ตนเองได้ไปทำธุระที่กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาตนเองก็ดูกล้องวงจรปิดก็เป็นปกติดี และเมื่อคืนทางพี่ชายก็มาดูรอบๆบ้านก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนวันนี้ตนเองทำธุระเสร็จกลับมาบ้าน กุญแจหน้าบ้านก็ยังปกติ พอเปิดไปดูภายในห้องพบข้าวของถูกรื้อค้น ตรวจสอบก็ไม่มีทรัพย์สินหายไป ซึ่งกระเป๋าแบรนด์เนม (หลุยส์วิตตอง)  าคาประมาณ แสนกว่าบาท ก็ยังอยู่ครบ ซึ่งคาดว่าคนร้ายไม่รู้ว่าเป็นกระเป๋าอะไร  จึงไม่เอาไป
     
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนเข้าบ้าน เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย คาดว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้านเป็นอย่างดี จึงใช้เวลาคนในบ้านไม่อยู่ ลงมืองัดบ้าน พร้อมกับขโมยกล้องวงจรปิด เพื่อทำลายหลักฐาน ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวได้ คนร้ายน่าจะมีอายุมาก ไม่รู้จักกระเป๋าแบรนด์เนม มุ่งเอาแต่ของมีค่าเช่นเงิน ทองรูปพรรณ จึงไม่สนใจพวกกระเป๋าแต่อย่างใด

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม