อีก 2 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้การดูแลการผลิตจากบริษัท ฮอริษอน พลัส จํากัด (HORIZON PLUS) ที่เกิดจากการผสานความร่วมมือระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ผู้นำด้านระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร หนึ่งในกลุ่มธุรกิจใหม่ของ ปตท. กับ Hon Hai Precision Industry Co., Ltd. (FOXCONN) ผู้นำเทคโนโลยีนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาได้ถือโอกาสดีจัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าบนพื้นที่ 313 ไร่ ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อําเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี
พิธีวางศิลาฤกษ์นี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นว่า กลุ่ม ปตท. และบริษัทพันธมิตร จะดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ Powering Life with Future Energy and Beyond ยิ่งไปกว่านั้น การรุกเข้าสู่ธุรกิจ ยานยนต์ไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้กลุ่ม ปตท. สามารถมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ที่ตั้งไว้ภายในปี 2050 ตอกย้ำการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังแห่งอนาคตที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตไปในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน
Horizon+ ดำเนินธุรกิจรับผลิตและรับประกอบรถยนต์ไฟฟ้าแบบครวงจร ให้บริการตั้งแต่การออกแบบ วางระบบการผลิต การบริหาร Supply Chain รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ โดยสิ่งที่ทำให้ Horizon+ แตกต่างจากผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นคือทาง Horizon+ มีการใช้เทคโนโลยี MIH Platform ซึ่งเป็นฐานช่วงล่างของรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้มีการ
ภายใต้การทำงานด้วยหลักการ Modular System โดยรถยนต์ไฟฟ้าปรับเปลี่ยนทุกส่วนได้ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี มีความยืดหยุ่นกับการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าด้วยโครงสร้างมาตรฐาน และสุดท้ายสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการเพื่อให้เหมาะสมกับประเภททของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรูปแบบ
โดยบริษัท ฮอริษอน พลัส ใช้เงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เบื้องต้นมีกำลังการผลิตเริ่มที่ 50,000 คันต่อปี และจะขยายเป็น 150,000 คันต่อปี ในปี 2573 การก่อสร้างจะแล้วเสร็จสามารถเริ่มการผลิตและส่งมอบรถ EV ได้ในปี 2567
โดยปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมที่จะให้บริการค่ายรถ EV ที่สนใจด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ลดระยะเวลาในการพัฒนาและลดต้นทุนการผลิต ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคตามมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า