“พ่อบุญธรรม” ฟิวส์ขาด ทวงคืนสมบัติ ลูกอดีตนักกีฬาแม่นปืน ดีกรีทีมชาติ ไม่สำเร็จ คว้าปืนกระหน่ำยิง 5 นัดซ้อน หลังก่อเหตุโร่มอบตัวตำรวจ ก่อนได้รับการประกัน ขณะที่เมียและญาติผู้ตาย หวั่นไม่ปลอดภัย หวั่นถูกตามล้างโคตร
11 พฤศจิกายน 2565 พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผกก.สภ.พานทอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันภายในบ้านบ้านพัก ต.หนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี จึงประสานชุดสืบสวนเดินทาไปตรวจสอบ พบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บ ทางญาติได้ช่วยนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อ นายมงคล (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ดีกรีอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ ถูกยิงเข้าที่ ขาซ้าย แขนซ้าย หน้าท้อง รวม 5 นัด ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายทองย้อย เอี่ยมศรีเพ็ง อายุ 78 ปี พ่อบุญธรรม ได้นำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.พานทอง เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน จากนั้นตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และส่งฟ้องศาล ซึ่งผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมา เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 10 พฤศจิกายน และเดินทางกลับที่พักทันที

นายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี พี่ชายภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุ นายมงคล นั่งทำงานตรวจสอบเอกสารจัดส่งสินค้า ให้กับลูกค้าที่ห้องตามปกติ จากนั้นนายทองย้อย ผู้ก่อเหตุได้ถืออาวุธปืนเข้ามายืนที่ประตูข้างห้องทำงาน ซึ่งประตูดังกล่าวสามารถเปิดหาไปมากันได้ จากนั้นได้ยินเสียงผู้ก่อเหตุตะโกนด่า ว่า “ไอ้ใช้ มึงตาย” ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธปืน ขนาด .45 ยิงนายมงคล 5 นัดซ้อน แล้วเดินออกมานั่งหลบข้างรถกระบะตนเอง
ขณะนั้นมีแม่บ้านเข้ามาเห็นนายมงคล ล้มฟุบลงไปนอนอยู่ใต้โต๊ะทำงาน และมีเลือดไหลนองพื้น จึงตะโกนเรียกคนงาน ให้รีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลทันที
ส่วนนายทองย้อย ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางไปมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา ทำให้ภรรยาของผู้เสียชีวิต รวมถึงครอบครัว เกิดความหวาดกลัว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา นายทองย้อย เคยพูดเชิงข่มขู่กับทางผู้เสียชีวิต และภรรยาของผู้เสียชีวิต เอาไว้ว่า “ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็อย่าอยู่ร่วมโลกกันเลย” ทำให้ทางภรรยาของผู้เสียชีวิตและครอบครัวเกรงว่านายทองย้อย จะก่อเหตุซ้ำอีก
จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า ชนวนเหตุของความขัดแย้ง มาจากช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา นายทองย้อย ได้มอบทรัพย์สิน รวมทั้งกิจการต่าง ๆ ให้นายมงคล เป็นผู้ดูแลกิจการต่อ จากนั้นนายทองย้อย ก็ได้แยกตัวไปทำธุรกิจของตัวเอง แต่ยังอยู่ในเขตรั้วบ้านเดียวกัน กระทั่งช่วง 2 ปี ให้หลัง เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้นายทองย้อย ประสบปัญหาทางด้านธุรกิจ จึงกลับมาทวงถามเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ที่เคยให้ไว้กับนายมงคล คืนกลับมาทั้งหมด
แต่นายมงคล ได้กู้เงินจำนวนมากมาลงทุน จนกระทั่งเป็นหนี้ จึงยังไม่ได้คืนทรัพย์สินให้ เพราะต้องนำไปทำธุรกิจ และใช้หนี้คืนทุนก่อน ทำให้นายทองย้อย เกิดความไม่พอใจ หันดื่มเหล้าหนัก เมาอาละวาดผู้เสียสีวิตเป็นประจำ กระทั่งมาเกิดเหตุสลดขึ้น