Chonburi Sponsored

“บิณฑ์” รับตัว “อุเทน บุญยงค์” มารักษาที่บ้านสุขสุดท้าย

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

“บิณฑ์” รับตัว  “อุเทน บุญยงค์”  มารักษาที่บ้านสุขสุดท้าย 

       “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” เดินทางไปเยี่ยมเยียน พระเอกรุ่นใหญ่ “อุเทน บุญยงค์”  และอวยพรย้อนหลังในโอกาสวันโอกาสวันคล้ายวันเกิด ที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พร้อมรับตัวอดีตพระเอกรุ่นใหญ่ใจนักเลง มาฟื้นฟูสุขภาพและรักษาตัวที่บ้านสุขสุดท้าย ไทรน้อย นนทบุรี 

        เนื่องจาก “อุเทน บุญยงค์” มีปัญหาด้านสุขภาพจากหลายโรคที่รุมเร้า ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากครอบครัวของศิลปินรุ่นใหญ่เรียบร้อย

        ทั้งนี้เมื่อเวลา13:00น.ของวันอาทิตย์ ที่4 กันยายน 2565 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เดินทางมารับพี่อุเทน บุญยงค์ พามาพักรักษาตัวที่บ้านสุขสุดท้าย เพื่อให้ไปรักษาตัวและกายภาพบำบัดโดยมีทีมงานที่มีความชำนาญในเรื่องการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุของบ้านสุขสุดท้ายได้ดูแลอย่างใกล้ชิด 

       โดยฮีโร่คนบันเทิง มั่นใจว่า เมื่อพี่อุเทนมาพักที่บ้านสุขสุดท้าย และได้รับการดูแลทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอ ภายในสามเดือน สุขภาพร่างกายน่าจะดีขึ้นอย่างแน่นอน 
ทั้งนี้หากเพื่อนพ้องน้องพี่คนบันเทิง อยากแวะมาเยี่ยมเยียนเป็นกำลังให้พี่อุเทน สามารถมาเยี่ยมได้ในช่วงกลางวัน ที่บ้านสุขสุดท้าย

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม