ไม่มีบริษัทใดในโลกนี้ที่มีพนักงานมากไปกว่า Walmart โดยข้อมูลล่าสุดจากบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริการะบุว่าตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 2.3 ล้านคน แม้แต่ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon ก็ยังน้อยกว่ามาก ถึงจะอยู่ในอันดับที่ 2 ก็ตาม เพราะมีพนักงาน 1.61 ล้านคน แต่เมื่อพูดถึงการจ้างงานที่มากที่สุด มีภาคส่วนหนึ่งที่ต้องการกำลังคนมากกว่าการค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซนั่นคือ “การป้องกันประเทศ”
“กระทรวงกลาโหม อินเดีย” ครองตำแหน่งนายจ้างรายใหญ่ที่สุดของโลก รวมกำลังพลประจำกองหนุน กองหนุน และเจ้าหน้าที่พลเรือน ด้วยจำนวนพนักงาน/บุคลากรรวมกันอยู่ที่ 2.99 ล้านคน ซึ่งมากกว่า “กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา” ที่มีจำนวนพนักงาน/บุคลากรในสังกัด 2.91 ล้านคน
ส่วน “กองทัพปลดปล่อยประชาชน” (ซึ่งไม่รวมตำแหน่งพลเรือน) ของจีน หรือ PLA มีพนักงาน/บุคลากรประมาณ 2.55 ล้านคน ขณะที่ “คณะกรรมาธิการทหารกลาง” ของจีน ซึ่งเทียบเท่ากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาอาจมีการจ้างงานมากถึง 6.8 ล้านคน แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะไม่ถือว่าน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะรวมอยู่ในรายชื่อนี้ก็ตาม
เมื่อพูดถึงอำนาจทางทหาร ขนาดก็มีความสำคัญอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ประเทศใหญ่อย่าง อินเดีย สหรัฐอเมริกา และจีน จึงมีกำลังทหารจำนวนมากดังปรากฎในอินโฟกราฟิกของ Statista

ด้วยการจ้างงานจำนวนมากเช่นนี้ จึงทำให้บรรดากองทัพของประเทศเหล่านี้ มีงบประมาณมหาศาล โดยงบประมาณกลาโหมของอินเดียสำหรับปี 2565-2566 อยู่ที่ 70.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะเป็นเงินเดือน (31%) และเงินบำนาญ (23%) ขณะที่งบประมาณกลาโหมประมาณ 24% ถูกจัดสรรสำหรับอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อความทันสมัย

ทั้งนี้ นอกเหนือจากกองทัพแล้ว อินเดียยังมีการจ้างงานขนาดใหญ่ระดับโลกอีก (แม้ไม่ปรากฏในอินโฟกราฟิกของ Statista) ก็ตาม นั่นก็คือ “การรถไฟอินเดีย” ที่มีพนักงาน 1.4 ล้านคน องค์กรนี้ขึ้นชื่อเรื่องความตรงต่อเวลาและขนาดการให้บริการที่น่าฉงน เนื่องจากเครือข่ายรถไฟของรัฐแห่งนี้กว้างขวางและครอบคลุม โดยให้บริการทั้งในเขตชานเมืองและพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล รวมระยะทางหลายแสนกิโลเมตร และบรรทุกผู้โดยสารมากถึง 8.1 พันล้านคนต่อปีเลยทีเดียวโดยการรถไฟมีรายได้ภายในหลักจากปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า ในปี พ.ศ. 2565-2566 การรถไฟคาดว่าจะมีรายได้ภายใน 69% จากการขนส่งสินค้าและ 24% จากปริมาณผู้โดยสาร ส่วนที่เหลืออีก 7% จะได้รับจากแหล่งเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เช่น บริการพัสดุ ใบเสร็จการฝึกสอน และการขายตั๋วชานชาลา (ตั๋วรถไฟประเภทหนึ่งที่ออกโดยระบบรถไฟบางระบบ ซึ่งอนุญาตให้ผู้ถือตั๋วประเภทนี้เข้าถึงชานชาลาของสถานีรถไฟ แต่ไม่สามารถขึ้นและใช้บริการรถไฟใดๆ ได้)
ส่วนกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา แม้จะมีการจ้างงานมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่งบประมาณกลับมากกว่าอินเดียกว่า 10 เท่า โดยนอกเหนือจากงบประมาณฐานในปีงบประมาณ 2565 ที่ได้รับถึง 742.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว ยังมีเงินอีก 14.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการรับมือกับหตุฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการถอนกำลังทหารของสหรัฐอเมริกาออกจากอัฟกานิสถาน สงครามในยูเครน และการรั่วไหลของเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นของกองทัพเรือลงในแหล่งน้ำดื่มที่ฮาวาย เป็นต้น
ในขณะที่งบประมาณด้านกลาโหมของจีนมากกว่าอินเดียราว 3 เท่า และมีค่าใช้จ่ายด้านการทหารมากกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และอินเดียรวมกัน โดยจากการประชุมครั้งที่ 5 ของสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 13 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประกาศงบประมาณด้านกลาโหม 1.45 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 229 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) สำหรับปีงบประมาณ 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.1% จากปี 2564
สำหรับ Walmart ถือเป็นนายจ้างภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดในโลก นอกเหนือจากพนักงานจำนวนดังกล่าวในสหรัฐอเมริกาแล้วยังมีการจ้างงานในบางประเทศ โดยดำเนินการภายใต้ชื่อ Walmart ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา Walmart de México y Centroamérica ในเม็กซิโกและอเมริกากลาง และ Flipkart Wholesale ในอินเดีย มีการดำเนินงานทั้งหมดในประเทศชิลี แคนาดา และแอฟริกาใต้ ขณะเดียวกันยังเป็นเจ้าของบริษัทในเครือที่สำคัญหลายแห่ง รวมถึง Massmart ของแอฟริกาใต้
ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกระดับโลกรายนี้ ยังเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจากรายได้ด้วย โดยมีมูลค่าการซื้อขายต่อปีอยู่ที่ 559 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2563-2564
ด้าน “China National Petroleum Corporation” (CNPC) วิสาหกิจปิโตรเลียมรายใหญ่ที่สุดของจีนที่ร่วมมือกับเมืองเจียหยางมณฑลกวางตุ้งสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อเชื่อมกับโครงข่ายก๊าซธรรมชาติจากภาคตะวันตกมายังภาคตะวันออกของจีน มีการจ้างงาน 1.45 ล้านคน รั้งอันดับ 5 รองจาก Amazon โดยบริษัทพลังงานของรัฐแห่งนี้มีกำไร 9.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้น 111% จากปี 2563 ที่มีการระบาดของ โควิด และมีการปิดโรงงาน (CNP รายงานรายรับ 411.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อนหน้า)
ขณะที่ “NHS” หรือ ระบบบริการสาธารณสุขแห่งชาติ ของสหราชอาณาจักร มีพนักงาน 1.38 ล้านคนมีงบประมาณการบริหารส่วนกลางสำหรับในปี 2565-2566 ตั้งไว้ที่ 608 ล้านปอนด์ และมีวงเงินสนับสนุน 2.5 พันล้านปอนด์
ส่วน “FOXCONN” ในเครือของหองไห่พรีซีชันอินดัสทรี บริษัทสัญชาติไต้หวันที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดในโลก มีการจ้างงานทั่วโลก 1.29 ล้านคน และในปี 2564 รายงานรายได้เพิ่มขึ้น 10.9% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 214.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ)
ล่าสุด Foxconn ขยายการจ้างงานสู่ประเทศไทย ด้วยการจับมือ ปตท. ทำพิธีเริ่มการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ หนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี มีกำลังผลิตเฟสแรก 50,000 คันต่อปี และตั้งเป้าทยอยเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 คันต่อปีในเฟสที่ 2 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567
ที่มา :
- The World’s Biggest Employers
- India’s defence budget for 2022-23
Post Views: 34