ตร.นนท์ จับ 2 ผู้ต้องหาหลอกโอนเงินกล่องสุ่ม พิมรี่พาย
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ1 พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม ผกก.สส.3 พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.1 สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภ.1 ได้ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.ฟีย้อน ชอง อายุ 22 ปี รับเปิดบัญชี (บัญชีม้า) ได้ค่าจ้าง 3,000 บาท อยู่บ้านเลขที่ 99/11 หมู่ 9 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 72/2565 ข้อหาฉ้อโกง จับกุมตัวได้ร้านกาแฟริมถนนพัทยาใต้ สาย 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
และจับกุมนายปุณณพัฒน์ ยอดทอง อายุ 25 ปี อาชีพรับจัดงานอีเวน อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 6 ต.ห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จังหวัดนนทบุรี ที่ 73/2565 ข้อหา ฉ้อโกง และยังมีหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 16/2565 ข้อหา นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือ ฉ้อโกง จับกุมตัวได้ที่ พลัม คอนโด ลาดพร้าว 101 ห้องเลขที่ 9/109 ถนนลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ต.อุดร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 64 ผู้เสียหายได้โพสต์ข้อความขอรับเงินคืนภายในเฟซบุ๊ก ชื่อ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง…” จากนั้นวันที่ 24 ธันวาคม 64 ได้มีคนร้ายซึ่งใช้ เฟซบุ๊กชื่อ Pim Pim ติดต่อมายังผู้เสียหายและแอบอ้างว่าตนเองเป็นแอดมินของเพจดังกล่าว จากนั้นได้ส่งคิวอาร์โค้ด มาให้ ผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นการรับคืนยอดจาก บจก.พิมรี่พาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้สแกนคิวอาร์โค้ด จำนวน 2 ครั้ง ทำให้เงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปยังบัญชีของคนร้าย ผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความดำเนินคดี
พล.ต.ต.อุดร กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุในคดีนี้คือ น.ส.ฟีย้อน ชอง อายุ 22 ปี สัญชาติไทย-มาเลเซียและ นายปุณณพัฒน์ ยอดทอง อายุ 25 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายปุณณพัฒน์ ยอดทอง อายุ 25 ปี ติดอยู่ในกลุ่มผู้ขายสินค้าที่ควรระวัง ในบัญชีแบ็คลิตและเคยก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายมาแล้วหลายราย และมีประวัติต้องโทษ คดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์อีกจำนวน 3 คดี จึงได้ขอหมายจับและติดตามจับกุมตัวมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 65 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 ได้ติดตามจับกุมตัว น.ส.ฟีย้อน และนายปุณณพัฒน์ ซึ่งผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน
พล.ต.ต.อุดร กล่าวว่า สอบสวนนายปุณณพัฒน์ ก่อเหตุจริงได้จ้างให้ น.ส.ฟีย้อน เปิดบัญชีธนาคารไทยพานิช เพื่อเอาคิวอาร์โค๊ต หลังได้คิวอาร์โค๊ตมาแล้ว ตนจะเป็นคนหลอกผู้เสียหายให้โอนเงินพอผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้ามาในบัญชีที่เปิดไว้ น.ส.ฟีย้อน ก่อนจะโอนกลับมาให้นายปุณณพัฒน์ โดย น.ส.ฟีย้อน ได้ค่าจ้าง 3,000 บาท ส่วนนายปุณณพัฒน์ สาเหตุที่ทำเพราะต้องการหาเงินมาใช้จ่ายและกินเที่ยว
พล.ต.ต.อุดร กล่าวอีกว่า อยากฝากแจ้งเตือนผู้ที่คิดจะก่อเหตุลักษณะแบบนี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และสร้างความเสียหายให้กับประชาชน จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และนำ พ.ร.บ.ฟอกเงินมาใช้ควบคู่กันไปด้วย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดี