Chonburi Sponsored

โจรบุกเดี่ยวชิงทอง 7 บาท ห้างดังพนัสนิคม ก่อนขี่จยย.หลบหนีลอยนวล (คลิป)

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ระทึก คนร้ายบุกเดี่ยววิ่งราวสร้อยคอทองคำหนัก 7 บาทกว่า 2 แสนบาท ภายในห้างโลตัสพนัสนิคม ก่อนขึ้น จยย.ที่จอดหน้าห้างขี่หลบหนี ตร.ชลบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อล่าตัวโจรรายนี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ก.พ. 65 พ.ต.อ.ธนาวุฒิ จงจิระ รอง ผบก.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทองภายในร้านทอง ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาพนัสนิคม ภายในห้างโลตัส พนัสนิคม หมู่ 1 ตำบลกุฎโง้ง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงได้รีบรุดเดินทางเข้าตรวจสอบ พบประชาชนกำลังยืนดูเหตุการณ์จำนวนมาก และได้พบพนักงานของทางร้านยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตกใจ

จากการสอบถามนางสาวสุนิตตา อิ่มสุวรรฤทัย อายุ 24 ปี พนักงานขายทอง กล่าวว่า คนร้ายทำทีเข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำรูปพรรณทั้งหมด หนัก 7 บาท ราคารวม 206,000 บาท โดยคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี ลักษณะสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทาดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน สวมแมสก์สีฟ้าได้จอดรถไว้ที่ฟุตปาทหน้าห้าง หลังจากนั้นได้เดินเข้ามาเหมือนลูกค้าทั่วไป และมาขอดูทองหนัก 3 บาท และ 2 บาท พนักงานจึงได้หยิบทองมาให้ดูที่ตู้ หลังจากนั้นได้พูดคุยประมาณ 3 นาที และได้เอามือหยิบทองแล้วใส่กระเป๋าแล้วได้วิ่งหลบหนีออกไปหน้าห้าง โดยคนร้ายได้วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แล้วขี่รถออกไปทางหน้าห้างแล้วออกถนนใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว

ด้านนายภูวนาท นาทุ่งมน อายุ 49 ปี พ่อค้านาฬิกาที่อยู่หน้าร้านทองและเป็นคนวิ่งตามคนร้าย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นว่ามีคนร้ายขโมยทองและทางร้านได้กดปุ่มสัญญาณ เห็นคนร้ายวิ่งออกไปจึงได้วิ่งตามไปก็เห็นว่าคนร้ายกำลังจะติดเครื่องรถจักรยานยนต์ จึงวิ่งตามและร้องบอกให้ชาวบ้านช่วยกันจับตัวแต่ก็ไม่ทัน คนร้ายขี่รถออกไปอย่างรวดเร็ว และไม่รู้ว่าจะไปทิศทางไหน

พ.ต.อ.ธนาวุฒิ จงจิระ รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทำการสกัดเส้นทางหลบหนี พร้อมให้ชุดสืบสวนออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดในตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เส้นทางผ่าน และให้พิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บลายนิ้วมือของคนร้ายเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด.

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม