13มิถุนายน พ.ศ.2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวง ร.6 โปรดเกล้าฯ ให้ “กองทหารอาสา” จากสยามประเทศ จำนวน 1,248 นาย ออกเดินทางจากท่าเรือราชวรดิฐ
ไปเปลี่ยนเป็นเรือเดินสมุทรของฝรั่งเศส ณ เกาะสีชัง ออกทะเลหลวง เพื่อมุ่งหน้าสู่ประเทศฝรั่งเศส…ไม่มีใครรู้อนาคต
เส้นทางเดินเรือไปฝรั่งเศส…มีเรือรบเยอรมัน “จ้องสังหาร”
วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2460 เรือเอ็มไพร์ บรรทุกกองทหารอาสาจากสยามเทียบท่าที่มาร์กเซย ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
เด็กหนุ่มห้าวหาญที่มาจากชนบทของสยาม ผ่านการฝึกอย่างเร่งด่วน ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตที่ได้ข้ามโลกไปราชการสงครามในยุโรป
รัฐบาลสยาม “เลือกข้าง” จะอยู่ฝ่ายอังกฤษ ฝรั่งเศส เพื่อจะรบกับกองทัพเยอรมันในทวีปยุโรป
มีหน่วยยานยนต์ หน่วยบิน และหน่วยแพทย์
ไปถึงฝรั่งเศส แยกย้ายกันไปฝึกเพิ่มเติม เพื่อปรับสภาพ ปรับความรู้
นักรบจากสยาม 2 หน่วยทำงานได้ดี โดยเฉพาะหน่วยยานยนต์ (หน่วยขนส่ง) ที่พร้อมขับรถ และหน่วยแพทย์ ถูกส่งเข้าสนามรบทันที
หน่วยบิน นักบิน ช่างเครื่อง ต้องไปฝึกกันใหม่
11 พฤศจิกายน พ.ศ.2461 กองทัพเยอรมัน ประกาศ “ยอมแพ้สงคราม” …นักบินจากสยามที่สำเร็จการฝึกจากกองทัพอากาศฝรั่งเศส “หงุดหงิด” ที่ไม่ได้เข้าสนามรบ
ประเด็นหลัก ที่ขอยกมาบอกลูก หลาน เหลน ไทย คือ มีทหารจากสยามส่วนหนึ่งเสียชีวิต เรียกกันว่า “ปอดบวมตาย” เพราะสภาพอากาศในฝรั่งเศส หน้าหนาว ก็กลายเป็น “เพชฌฆาต” พรากชีวิตทหารได้… เสียดายไม่มีข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจน
ต้องยอมรับในจิตใจของทหารสยามจากพื้นที่เขตร้อนชื้น กล้าไปเผชิญกับ…ความหนาวเย็น ที่ไม่เคยปรานีใคร
แม้กระทั่งในประเทศไทย ช่วงการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ (รบกับ ผกค.) ทหาร ตำรวจ ที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ไปตั้งฐานบนดอย บนที่สูง เพื่อปกปักรักษาแผ่นดิน ในเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ฯลฯ
“ความเย็น” บวกกับ “ลมแรง” บนยอดภู ต้องออกลาดตระเวน เฝ้าตรวจ หนาวจัดก็ป่วย “ตายได้” เช่นกัน
หน้าที่เพื่อแผ่นดินไทย…หนาวแค่ไหนก็ต้องอยู่
ทหารในอเมริกา ในยุโรป และทหารในเมืองหนาวทั้งหลาย ก็ใช่ว่าจะชอบ เคยชิน ทนได้ เพราะ…หนาวคือหนาว
มิถุนายน พ.ศ.2355 สงครามที่กองทัพนโปเลียนไปบุกรัสเซีย… ทหารฝรั่งเศสหนาวตาย ถูกฝังในหิมะนับแสนนาย แพ้ย่อยยับ
มิถุนายน พ.ศ.2484 ฮิตเลอร์จอมโหด สั่งทหารนาซีนับแสนไปบุกรัสเซีย เจอกองทัพหมีขาว “รบหน่วงเวลา” ให้เข้าสู่หน้าหนาว
ทหารนาซีต้องถอยทัพกลับ กองทัพหมีขาวดักซุ่มโจมตี ตัดการส่งกำลังบำรุงระหว่างถอยทัพ เด็กหนุ่มนาซีนับแสนตายอนาถ น่าสมเพชใน “นรก” แห่งความหนาว
ท่านผู้อ่านที่เคยไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ ไปเรียนหนังสือ ไปทำงานคงเข้าใจดีว่า…หน้าหนาวมันโหดร้ายสำหรับ “ผู้ไม่พร้อม”
“หม้อน้ำ” ในรถยนต์ยังต้องเติมน้ำยาเพื่อมิให้น้ำ “แข็งตัว” ไม่ไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์…รถพัง เครื่องจักรกลทั้งหลายต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษในหน้าหนาว
กลับมาคุยกันต่อใน “สงครามรัสเซียบุกยูเครน” ครับ…
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 รัสเซียบุกยูเครน …เป็นปลายฤดูหนาว ภาพที่ปรากฏ…ช่วงแรกของสงคราม…ทหารของรัสเซียและยูเครน ใส่เครื่องแบบหนาเทอะทะ
สมรภูมิรบ มีหิมะปกคลุมบ้าง เป็นบางพื้นที่ พื้นดินเละเป็นโคลน
ชาวยูเครนที่อพยพหนีตาย ต้องทิ้งบ้านเรือน กระเสือกกระสนหนีไปตามถนน อุ้มลูก จูงหลาน ลากกระเป๋า ไปตามพื้นที่เฉอะแฉะ หยิบฉวยอะไรได้ ก็เอาไปแค่นั้น
เป็นโศกนาฏกรรมของมนุษย์ ที่ถูกถ่ายทอดให้ชาวโลกได้เห็นผ่านมือถือ ที่น่าเวทนาที่สุด คือ เด็กทารกในห่อผ้าอ้อม
สงครามเข้มข้น เอาเป็นเอาตาย ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บล้มตายเกลื่อน บ้านเมืองพินาศแหลกเป็นจุณกรุงเคียฟ…เมืองหลวง อาการร่อแร่
มนุษย์กลุ่มหนึ่งที่เราลืม คือ “คนป่วยติดเตียง” ในบ้านของชาวยูเครน ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ ต้อง “ถูกละทิ้ง” ในยามสงคราม ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีอาหาร …ไม่มียากิน
สงครามในยูเครน…โหด…เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว มันคือ นรกภูมิ
ทหารทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบ เพราะต้องอยู่ในสภาพอากาศเดียวกัน ทหารราบยานเกราะ ทหารม้า ทหารที่ใช้ยานพาหนะ ยังพอเข้าไปซุกตัวในยานเกราะได้เพราะมีเครื่องทำความอุ่นในตัวยานยนต์
ส่วนทหารที่ต้องอยู่ใน “หลุม-ในบังเกอร์” ในป้อมตรวจการณ์ ที่ไม่มีอุปกรณ์ทำความร้อน ต้องเดิน ต้องขับถ่าย ทำอาหาร เข้าเวรยาม แม้กระทั่งเวลานอน ตายได้ทุกโอกาสเพราะความหนาว
เอาละครับ…ทหารเหล่านี้ ผ่านการฝึก ใช้ชีวิตในสนามฝึก สนามรบในหน้าหนาวกันมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่…
ขณะเขียนต้นฉบับ ข่าวจากยูเครน ยอมรับว่า ระบบผลิตไฟฟ้าในยูเครน โดนจรวดของรัสเซียถล่มพังพินาศไปแล้วราวร้อยละ 40 และกองทัพหมีขาวยังยิงถล่มต่อไป
ประชาชนยูเครนหลายสิบล้านคน กำลังจะต้องเผชิญกับสภาพความหนาว ที่กลายเป็นอาวุธสังหารได้ เพราะไม่มีไฟฟ้าทำความร้อน ไม่มีไฟฟ้าหุงต้มอาหาร
เด็กทารก เด็กเล็ก รวมถึงคนป่วยที่บ้าน คนป่วยในสถานพยาบาล จะต้องเจอกับสภาพน่าเวทนาขนาดไหน สภาวะที่ปราศจากก๊าซธรรมชาติ น้ำ และไฟฟ้า
ไม่ต้องอ้อมค้อม…กองทัพรัสเซียกำลังกดดัน สร้างความหายนะ มอบความตาย ให้กับชาวยูเครน
ทหารรัสเซียก็เผชิญกับความหนาว… จึงลดการใช้หน่วยทหารในสนามรบ เปลี่ยนไปใช้อาวุธยิงระยะไกล กำหนดเป้าหมายในเมืองต่างๆ ของยูเครน เช่น เคียฟ ถล่มโรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ โดยใช้ขีปนาวุธและโดรน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียได้ทำลายโรงไฟฟ้าของยูเครนในหลายเมือง โดยเฉพาะเมืองหลวงเกิดไฟดับ
มึงยิงถล่ม…กูก็จะซ่อม เท่าที่ทำได้
เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลเมือง คาร์คิฟ กำลังทำงานเพื่อฟื้นฟูไฟฟ้าในพื้นที่ ซ่อมแซมท่อส่งน้ำและก๊าซ จัดหา “ฟืน” มาใช้
ภาพข่าวที่ปรากฏ คือ ใช้เทียนไขอุ่นอาหารแบบประทังชีวิต
ที่เลวร้ายสุดๆ คือ ชาวยูเครนนับล้านคนไม่มีที่นอน เพราะบ้านถูกทำลาย
ทหาร พลเรือน ผู้ที่บาดเจ็บ พิการ ขาขาด แขนขาดต้องสู้ชีวิต หนักหนาสาหัสกว่าคนทั่วไป
ข่าวโทรทัศน์และสื่อ นำเสนอสภาพในโรงพยาบาลหลายแห่งในยูเครนที่ขาดไฟฟ้า ขาดน้ำประปา แม้กระทั่งการเอกซเรย์คนไข้ ก็ทำไม่ได้ การฆ่าเชื้อโรคในเครื่องมือแพทย์ …ต้องยอมรับสภาพ
ผู้ที่อพยพออกไปนอกประเทศ (โดยเฉพาะที่ไปอยู่ในโปแลนด์ที่แสนดี โอบอุ้มชาวยูเครนมาราว 8 เดือน) กำลังขอกลับเข้ามาในยูเครน ทางรัฐบาลยูเครนต้องประกาศ ร้องขอว่า อย่าเพิ่งกลับเข้ามาในยูเครน เพราะไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร …
ชาวยูเครนเข้าใจว่า…“ถ้าพวกเขายอมแพ้ เขาจะสิ้นชาติ”
“ไฟดับ” จึงกลายเป็นวิถีชีวิตในประเทศที่มีพลังงานเหลือเฟือ
ผู้นำยูเครนเตือนว่า…รัสเซียจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายการต่อต้านของยูเครนในฤดูหนาวนี้
ฤดูหนาวในกรุงเคียฟ ในเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ คือ “จุดเยือกแข็ง”
รัสเซียยังคงใช้ความหนาวเย็นเป็นอาวุธโจมตีชาวยูเครนต่อไป
กองทัพรัสเซียจะยังไม่สามารถเอาชนะในสนามรบได้แบบเบ็ดเสร็จ ดังนั้นจึงต้องใช้ความหวาดกลัว โดยกระหน่ำยิงด้วยปืนใหญ่ ขีปนาวุธ โดรน โจมตีโครงสร้างพื้นฐาน
ฤดูหนาวจัด จะมีผลต่อยุทธวิธีอย่างไร ?
การปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหน่วยยานยนต์ จะลดลง เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นที่ลุ่ม ดินอ่อน โคลน จะไม่รองรับการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วของยุทโธปกรณ์ และหน่วยทหาร
“ยานยนต์ล้อ” …ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไปติดหล่ม คือ ฆ่าตัวตาย
“ยานยนต์สายพาน” ก็ใช่ว่าจะไปได้ทุกแห่งหน ใช้ส่งกำลังบำรุง ส่งอาหาร น้ำ น้ำมัน เติมกระสุน ก็พอทำได้
อากาศยานรบ ก็ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับสภาพอากาศแบบนี้
รัสเซีย น่าจะใช้การโจมตีด้วยโดรน บนโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนจะดำเนินต่อไปเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย
ในขณะที่กองทัพยูเครน ก็ต้องสู้ ถ้ายังมีอาวุธที่ชาติต่างๆ ส่งให้
อเมริกา กำลังช่วยให้กองทัพยูเครนเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาว สหรัฐได้มอบเสื้อพาร์กา (Parka) 50,000 ตัว กางเกงกันหนาว 4,700 ตัว หมวกฟลีซ 39,000 ตัว รองเท้าบู๊ต 23,000 คู่ ถุงมือ 18,000 คู่ และเต็นท์ 6,000 ชุด
อีกหลายประเทศยังยืนยันจะช่วยส่งอุปกรณ์กันหนาว
พลานุภาพ ความร่ำรวย ทางพลังงานของรัสเซีย ที่เคยขายก๊าซให้กับยุโรป ยังเป็น “หมาก” ตัวสำคัญที่บีบยุโรปให้ลำบากยากแค้น
ไม่ขายก๊าซให้…จะทำไม
รัฐบาลแทบทุกประเทศในยุโรป “หนาวสะท้าน” ต้องไปจัดหาก๊าซจากประเทศอื่นมากักตุน สำรองไว้ให้ประชาชนของตนในหน้าหนาว
ก๊าซ คือ ปัจจัยที่ไปผลิตพลังงานความร้อน
ขอเรียนท่านผู้อ่านที่เคารพนะครับ…ในยุโรป อเมริกา และอีกหลายประเทศ การใช้ก๊าซ… จะมาทางท่อ…เหมือนกับท่อน้ำประปาในเมืองไทย ชีวิตในแต่ละวันถ้าขาดแคลน คือ เรื่องใหญ่
อยู่บนตึกสูงแค่ไหน… ท่อก๊าซก็ไปถึง (บางที่ก็ใช้ไฟฟ้า)
มิได้ใส่ถัง ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งตามบ้าน
เครื่องทำน้ำอุ่น ใช้พลังงานมากที่สุดในบรรดาเครื่องใช้สร้างความอบอุ่นในบ้าน ราว 14% เครื่องซัก-อบผ้า ราว 13% ไฟฟ้าแสงสว่างราว 12% …
สำหรับทหารในสนาม เราถูกสอนว่า “เท้าสำคัญกว่าใบหน้า”
ทหารที่อยู่สภาพอากาศหนาวจัด จะมีปัญหาเรื่อง “เท้า” ที่ต้องมีรองเท้า ถุงเท้า ที่มีคุณภาพ
เท้าที่เย็นจัดตลอดเวลา การไหลเวียนโลหิตไม่สะดวก อับชื้น หมักหมม ไม่สะอาด สามารถติดเชื้อ ทำให้ทหารเสียชีวิตได้ เท้าจะบวมขึ้นและเป็นแผลลึก
ผู้บังคับหน่วยทหารจะต้องใส่ใจ ต้องให้ทหารล้างเท้าและเปลี่ยนเป็นถุงเท้าแห้งเป็นประจำ และตรวจสอบเท้าเป็นระยะๆ
เท้าที่สกปรก…จะบวม เปลี่ยนสี เป็นขี้ผึ้ง เจ็บปวดเหมือนเข็มทิ่มตำ ในกรณีร้ายแรง อาจจำเป็นต้องตัดเนื้อและตัดแขนขา
ปัจจุบัน..กองทัพคิดค้น วิจัย จัดหาเสื้อผ้า “รองใน” สำหรับอากาศหนาวจัด ที่มีน้ำหนัก “เบา” สำหรับทหารได้อย่างเหมาะสม
ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องกลายเป็นผู้เคราะห์ร้าย ระทมทุกข์ทรมาน แสนสาหัส
หลายประเทศในยุโรปกำลัง “ผวา” เรื่องการอพยพหนีหนาว หนีตายครั้งใหญ่ของชาวยูเครนนับแสน นับล้านคน
ฤดูหนาวในยูเครนกำลังคืบคลานเข้ามาเป็น “ทูตมรณะ” จะยาวนาน ทรมานที่สุด เพราะมนุษย์ด้วยกัน