จากกรณี มีกระแสข่าวจากแหล่งข่าวจาก สตช.เปิดเผยว่าวันที่ 14 พ.ย. จะมีรายการเชือดนายตำรวจใหญ่ระดับ “พลตำรวจตรี” ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่สังกัด บก.บช.ภ.2 ถึงขั้นให้ออกจากราชการ เพราะพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออก แทบทุกเรื่องมีพยานหลักฐานชัดเจน ในกรณีแก๊งทวงหนี้โหดเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ 8 คน บุกใช้ด้ามปืนทำร้ายกลุ่มชายในพูลวิลล่า แห่งหนึ่งย่านจอมเทียน-พัทยา จ.ชลบุรี ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และยังใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ยิงยางรถยนต์แตกรวม 3 คัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา
หลังมีการเผยแพร่คลิปภาพระหว่างก่อเหตุ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์แชร์ในโลกออนไลน์ มีการคอมเม้นจำนวนมาก ต่อมาวันที่ 19 ต.ค.หลังเจ้าหน้าที่กดดัน จนกลุ่มผู้ต้องหาทยอยเข้ามอบตัวส่วนที่หลบหนีตำรวจสามารถตามจับกุมได้ 5 คน ระหว่างเตรียมข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ชายแดน จ.เชียงราย คือนายจักรกฤษณ์ หรือเอ็ม อายุ 32 ปีหัวโจกแก๊งทวงหนี้ นายปวุฒิ หรือเต้ย อายุ 26 ปี และนายจิรวัฒน์ อายุ 26 ปี นายบุญฤทธิ์ หรือฉุย บางบอน อายุ 24 ปีและนายสราลัญ หรือท็อปตลิ่งชัน อายุ 23 ปี ทั้งหมดเป็นแก๊งทวงหนี้ ทำมาหากินอยู่เขต กทม. หลังการจับกุมขยายผลกระทั่งทราบว่ามีการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหา 2 คน อีกทั้งแก๊งทวงหนี้ยังตบตาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ด้วยการใช้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องในคดีมารับสมอ้างอีก 2 คน
คดีนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ให้ความสนใจเป็นพิเศษลงมาคุมคดีด้วยตนเอง จึงพบความผิดปกติ และทราบว่ามีนายตำรวจระดับสูงอยู่เบื้องหลังการจัดฉาก จึงมีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ออกจากพื้นที่ พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาความผิดมาตรา 149 คือเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และมาตรา 200 ช่วยเหลือไม่ให้รับโทษหรือโทษลดลงแก่ พ.ต.อ.ดังกล่าวด้วย
และต่อมา จากการสอบสวนในเชิงลึกยังพบนายตำรวจระดับ พล.ต.ต.ร่วมรับผลประโยชน์และสั่งการให้บิดคดีแก๊งทวงหนี้โหดด้วย ซึ่งประชาชนรวมทั้งสื่อต่างจับตามองไปยังบิ๊กตำรวจนายหนึ่งซึ่งเพิ่งมาประจำการไม่นานและเปลี่ยนบรรยากาศธุรกิจสีเทา จากซบเซากลายเป็นคึกคักเช่น สถานบริการต่างๆแต่มาเกิดกรณีคลับวัน ที่เกิดบานปลายเพราะมีคนปากไม่ดีตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ระหว่างตรวจค้น โดยระบุว่าจ่ายให้นายใหญ่แล้วทำไมยังมาตรวจ
นอกจากนี้ยังพบว่าสถานบริการดังกล่าว มียาเสพติดจำนวนมากทิ้งเกลื่อนที่พื้น
ต่อมานายนิติพัฒน์ โชคชัยธนพร อายุ 45 ปี หรือกู๋เอี๋ยว เจ้าของผับดังกล่าว ถูกจับระหว่างหลบหนี ฐานสวมบัตรประชาชนปลอม นอกจากนั้นยังมีกรณีบ่อนหมูกระทะ ซึ่งตกแต่งอย่างสวยหรูตามสไตล์บ่อนจีน ในอาณาจักร 16 ไร่ ถนนพัทยาสาย 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากการตรวจยังพบโต๊ะบาคาร่า 6 โต๊ะ เสือมังกร 1 โต๊ะ ห้องแลกชิปอยู่ในลักษณะใกล้จะเปิด ซึ่งคาดว่าจะต้องมีนายตำรวจใหญ่หนุนหลังแน่นอน
ต่อมาเมื่อเวลา 08.20 น.วันที่ 14 พ.ย.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ บก.ภ.จว.ชลบุรี เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่า พบ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี มาทำงานและกำลังไหว้พระ แต่ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าพบ โดยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ บก. มาบอกว่าไม่สะดวกให้รายละเอียดและไม่ชี้แจงใดๆ ให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา และหลังจากนั้นได้ขึ้นรถยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ทะเบียนตราโล่ ที่จอดอยู่ด้านหลัง บก.ภ.จว.ออกไป โดยมีรถเก๋งสีขาว ไม่ทราบทะเบียนขับตามกันออกไป ( ตอนแรกรถจอดอยู่ด้านหน้า )
ต่อมา ผู้สื่อเดินทางไปที่ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 แต่พบว่า ผบช.ภ.2 ไม่อยู่จึงโทรศัพท์สอบถามไปยัง พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 ( 081-8285595) นายเวร ผบช.ภ.2 บอกว่าไปราชการนอกพื้นที่ และได้เปิดเผยว่า เรื่องที่มีการลงข่าวในเพจข่าวและกระแสข่าวลือดังกล่าว ตนเปิดเผยไม่ได้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ นั้นได้รวบรวมหลักฐานส่งให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.หมดแล้ว ต้องรอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวเอง หากตนเปิดเผยหรือแถลงข่าวไป เกิดไม่ตรงกับทาง สตช.จะเป็นการไม่ดี