‘ชูวิทย์’ แฉ 5 กลุ่มมาเฟียจีนในไทย บอกรู้จักชูวิทย์น้อยๆ แต่ยาวๆ แล้วข้อมูลจะมาอีกเยอะ
จากกรณี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ร่วมกันแถลงนำทีมการปฏิบัติ บช.น., บช.ภ.1, บช.ภ.2, บช.ภ.4, บช.ภ.7, บช.ภ.8, บช.สอท., บช.ปส., บช.สตม., บช.ทท. และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ 700 นาย กระจายกำลังปฏิบัติการเข้าตรวจค้นตามบ้าน อาคาร ที่พัก เพื่อเสาะหาพยานหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด อาวุธปืน และบ่อนการพนัน เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีเจ้าของสถานประกอบการท็อปวัน ร้านจินหลิง เบบี้เฟซและคลับวัน พัทยาโดยขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้น 35 จุด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ 17 จุด ชลบุรี 11 จุด สมุทรปราการ 2 จุด ชุมพร 2 จุด นนทบุรี 1 จุด สมุทรสาคร 1 จุด และขอนแก่น 1 จุด โดยมีจุดน่าสนใจอยู่ที่บริเวณบ้านของนายเดวิด หรือสุ่ย ไท่ เหว่ย บริเวณซอยเจริญมิตร ถนนสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม.ซึ่งเป็นผู้บริหารร้านเบบี้เฟซ ซอยสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม.
อ่านข่าว: ทัวร์ศูนย์เหรียญบานค้นบ้านอดีตรมต.-ฟันอาญา พ.ต.ท.-ร.ต.อ.ช่วยเหลือผู้ต้องหา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่า “สาวไส้ 5 กลุ่มมาเฟียจีน” หลังจากการเปิดแผลจาก “ผับแฝงยานนาวา” จิ๊กซอว์ “อาชญากรจีนเทา” ในไทยที่เสวยสุขมานาน แผ่ขยายกิ่งก้านสาขาทั้ง กรุงเทพฯ พัทยา ไปยันภูเก็ต เริ่มปรากฏภาพชัดเจนขึ้น
หากไม่จัดการวันนี้ เหล่า “อั้งยี่กุมารจีน” จะเหิมเกริม สร้างอิทธิพลแทรกซึมก่อความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับประเทศไทย คนจีนเหล่านี้ถือ 2 สัญชาติ เป็นคน 2 ซิม ใช้ทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติจีน เมื่อทำผิดก็หอบเงินหนีกลับบ้านเก่า
วิธีการแรกเริ่ม เอาชื่อคนตายสวมบัตร แปรสภาพเป็นคนไทย แล้วจ้างคนไทยเปิดบริษัทนอมินี เปิดบัญชีธนาคาร โอนเงินจากประเทศจีนที่ได้มาจากการโกงสารพัด ซึ่งระยะหลังรัฐบาลจีนเข้มงวดมากขึ้น
เงินสกปรกจากจีน ที่เป็นเงิน “เดอร์ตี้มันนี่“ (Dirty Money) ถูกนำมาฟอกให้ขาวในไทยด้วยการลงทุนที่หน้าฉากเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าเป็นผับ เป็นบาร์ เป็นร้านอาหาร แต่หลังฉากทำทั้ง บ่อน ยา คอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์
เสร็จแล้วกว้านซื้อที่ดิน ทรัพย์สินในไทย ทั้งโรงงาน และหมู่บ้าน เช่น รัชดา บางหมู่บ้านคนจีนเป็นเจ้าของเกือบครึ่ง โดยใช้ชื่อบริษัทนอมินีซื้อเงินสดเป็นเจ้าของโฉนด
คนไทยกลายเป็นชนกลุ่มน้อย โดยไม่ต้องรอกฎหมายขายที่ให้ต่างชาติ
จึงขอเปิดเผยเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมให้ได้ทราบ ถึงพฤติกรรมเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองของมาเฟียจีน 5 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่ม 1 “ต.ห.” คนจีนแปลงสัญชาติไทย ใจถึง เพราะอยู่นาน เส้นใหญ่ ใช้นอมินีจีนเสี่ยวเอ้อเป๋อป่องออกหน้า ตำรวจเกรงใจ เพราะมักอ้างตำรวจชั้นผู้ใหญ่
ข่าวที่บุกยานนาวา จับคนจีนมาร่วมร้อย ได้ปลาซิวปลาสร้อย
แต่มีตำรวจมือดี แอบปล่อยตัวผู้ต้องหาปลาใหญ่ไป 1 ตัว พรายกระซิบมาว่า คือ “ต.ห.” นั่นเอง ตอนนี้หายเข้ากลีบเมฆ แล้วทำตัวแอ๊กอาร์ตออกข่าวว่าไม่เกี่ยว
หากวันนั้นถูกจับ กระเทือนไปถึงพรรคการเมืองหนึ่ง ชิบหายวายป่วงกันแน่ เลยต้องเอาตัวออกมาก่อน
ขนาดระดับรองผู้กำกับลงมือหิ้วผู้ต้องหาออกจากโรงพักหน้าตาเฉย คิดดูว่าต้องใหญ่แค่ไหน?
กลุ่ม 2 “โทนี่” สไตล์จีนชอบโชว์ นั่งรถโรลส์รอย มีนางแบบจีนขนาบข้างคลอเคลีย บอดี้การ์ดตามเป็นพรวน
โทนี่พยายามเข้าหานักการเมืองไทย ขอแจมโครงการรัฐบาลสารพัดช่วงโควิด ไม่ว่าหน้ากากอนามัย เครื่องตรวจ ATK เอาหมด
เป็นเจ้าของ “S P ผับ” ที่โด่งดัง ทำอะไรเล็กไม่เป็น ต้องใหญ่ๆ บิ๊กๆ ลงทุน 400-500 ล้าน ขนเครื่องเสียง ลำโพง อุปกรณ์ไฟ ชิปมาจากเสิ่นเจิ้น
S P ผับ มีช่องทางลับ ประตูพิเศษเชื่อมต่อไปให้เฉพาะคนจีนเข้าได้เท่านั้น มีห้องไว้เล่นยาต่างหากเป็นสัดส่วน เวลาตำรวจตรวจก็ไม่เจอ
มีคนชื่อ “น้อย” คอยเคลียร์ที่ สน.แห่งหนึ่ง ตำรวจเขารู้จักกันดี
ตอนนี้โทนี่เห็นท่าไม่ดี ประกาศขายหุ้นละ 5 ล้านบาท ขาย 100 หุ้น ได้เงิน 500 ล้าน เตรียมเผ่นกลับไปตั้งหลักเมืองจีน
กลุ่ม 3 “เดวิด“ เจ้าของ “B F ผับ” แหล่งซ่องสุมคนเล่นยาใส่แว่นดำสั่นหัวกันทั่วผับคืนวันฮาโลวีน ศุกร์-เสาร์ แต่ตำรวจไม่รู้ ดันไปวันจันทร์
จะไปเห็นอะไรมาก? งง
ขานี้อยู่ไทยนาน พูดไทยคล่อง แต่ก่อนเปิดบ่อนซี้กับนายตำรวจใหญ่ระดับนายพล ชื่อเล่นย่อ “ก.” ที่เข้าคุกเรื่องบ่อน
กระสันเปิดบ่อนในซอยสถานฑูตลาวเมื่อหลายปีก่อน แต่งหรูหราแต่ไม่ทันเปิด โดนแฉเสียก่อน
เมื่อก่อนเป็นแค่ระดับ “ผู้จัดการ” แต่เริ่มแตกตัวตั้งตนเป็นใหญ่ แยกกลุ่มออกมาเหมือนนักการเมืองไทยยังไงยังงั้น ดังแล้วแยกวง
กลุ่ม 4 “ยู่ ฉาง เฟย” ไปสร้างอาณาจักรผับใหญ่ที่พัทยา มีบ้านใหญ่โตหรูหราอย่างกับวัง หูตาไว พอมีเรื่องเผ่นไปมุกดาหาร จะข้ามฝั่งนั่งรถไฟความเร็วสูงของลาวกลับจีน แต่ไม่ทันตำรวจไทย “บิ๊กโจ๊ก” โดดรวบคาด่าน
กลุ่ม 5 “หมิง” แห่ง “T O ผับ” แตกตัวมาจาก ยู่ ฉาง เฟย ทิ้งให้คุมกรุงเทพฯ ย่านรัชดา ทำมานาน หลากหลายอบายมุข ไม่มีเรื่องดี คู่กับ “กู๋เอี่ยว” แห่ง “C O ผับ” ที่พัทยา ไอ้นี่สไตล์จีนแท้ โวยวายจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่แล้ว มาจับอั๊วอีกได้ไง?
พุธโธ่! มันไม่ทั่วถึงหรือเปล่า จะมาโวยอะไร? เลยต้องโดนไปตามระเบียบ
งานนี้แตกกระเซ็นกระซอนไปคนละทิศคนละทาง
ทั้ง 5 กลุ่ม รู้จักกัน อยู่ภายใต้ “กงสีใหญ่” ของ “เจ้าเหว่ย” แห่ง “คิงส์โรมัน” คนนี้คือตัวจริงเสียงจริง ไม่เคยย่างกรายมาเหยียบเมืองไทย แต่เส้นสนกลในมากมาย หากไทยมีปัญหาก็ข้ามไปพม่า เมียวดี ลาว หรือเขมร ที่สีหนุห์วิลล์
และยังมีคอนเน็กชั่นไปถึงกลุ่มทุนจีนที่ไปลงทุนคาสิโนอยู่ที่ฟิลิปปินส์
ส่วนรองหัวหน้าของกงสีใหญ่ชื่อ “อาเฟย” อายุ 70 กว่า มีเงินระดับหลายหมื่นล้าน
ทั้ง 5 กลุ่มจะต้องส่งเงินให้กงสีใหญ่ผ่าน อาเฟย ไปถึง จ้าวเหว่ย ที่เป็นเสมือนบริษัทแม่คิงส์โรมัน
งานนี้ทั้งใหญ่ ทั้งยาวครับท่าน บิ๊กต่อกับบิ๊กโจ๊ก รายงานไปถึง ผบตร. และนายกฯ ได้เลย
เรื่องที่บอกนี้ รู้จักชูวิทย์น้อยๆ แต่รู้จักชูวิทย์ยาวๆ แล้วข้อมูลจะไหลมาอีกเยอะ