วันที่ 2 พ.ย.65 เป็นดราม่ากันมาอย่างต่อเนื่อง จากกรณีที่เมืองพัทยาได้ว่าจ้างผู้รับเหมามาทำกาขุดเจาะฟุตปาธและผิวจราจรเพื่อวางระบบท่อระบายน้ำ แต่เป็นที่แคลงใจว่าหลังดำเนินการเสร็จในฝั่งขวาจากถนนสุขุมวิทถึงแยกแกรนด์ พบว่าผาตะแกรงท่อระบายน้ำจำนวนกว่า 100 จุด มีระดับฝาท่อสูงกว่าแนวถนนถึง 7 ซม.ก่อนจะมีการเทพื้น ค.ส.ล. จึงเป็นประเด็นให้ผู้คนส่วนใหญ่มองถึงเหตุผลความจำเป็นในการจัดทำ อีกทั้งยังสร้างความลำบากให้กับประชาชนในใช้เป็นพื้นที่จอดรถ และยังสร้างอันตรายแก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งพบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียหายจำนวนหลายรายแล้ว
ล่าสุด นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมนายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และคณะตรวจราชการ ลงพื้นที่ร่วม นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา และทีมผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา บริเวณตลอดแนวถนนเทพประสิทธิ์ เพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาพืนที่จริง ซึ่งก็พบว่าฝาท่อระบายน้ำสูงกว่าพื้นผิวถนนตลอดทั้งเส้นทาง
นายมาโนช รองนายกเมืองพัทยา กล่าวชี้แจงว่าเมืองพัทยาจัดทำโครงการท่อระบายน้ำใหม่เพื่อรองรับน้ำฝนจากฝั่งตะวันออกลงสู่ทะเล จึงลงว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการซึ่งปัจจุบันฝั่งขวาด้านที่หันหน้าลงทะเลดำเนินการวางท่อระบายเสร็จเป็นที่เรียบร้อย รวมทั้งการก่อสร้างฝ่าท่อระบายน้ำตลอดแนวถนนก่อนจะเท ค.ส.ล.เพื่อให้คืนสภาพไปก่อน ไม่ใช่เป็นการทำฝาท่อยกสูงอย่างที่เข้าใจกันเพียงแต่ยกระดับไว้เพื่อรอการปูแอสฟัลท์ติกขึ้นมาเท่าอยู่ในระดับเดียวกัน เพราะมีแผนในการ Overlay ผิวจราจรด้วย เพราะปัจจุบันสภาพของผิวจราจรยังคงแข็งแรงจึงมีแผนจะปูแอสฟัลท์ติกส์ทับเพื่อให้ถนนมีความสมบูรณ์ สวยงาม และสะดวกในการเดินทาง อย่าไรก็ตามเมื่อได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่เข้าใจว่าการทำถนนเสร็จสิ้นแล้วแล้วแต่เมืองพัทยากลับปล่อยให้ฝาท่อระบายน้ำสูงกว่าพื้นถนน ซึ่งทำให้ผู้คนเกิดความสงสัย อีกทั้งยังทำให้เกิดความไม่สะดวกและเกรงว่าจะเกิดอันตายแก่ผู้ใช้รถ ใช้ถนนด้วย โดยนี้มีหน่วยงานอย่าง สตง.และประชา ชนสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมากซึ่งก็ได้ชี้แจงไปแล้วหลายครั้ง แต่คงเป็นเพราะการวางแผนประชาสัมพันธ์เข้าไม่ถึงจึงทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ด้านนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่าหลังจากการประชุมมอบนโยบายที่อำเภอบางละมุงก็ได้ลงพื้นที่ติดตามสภาพปัญหาต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องแนวท่อระบายน้ำของถนนเทพประสิทธิ์ที่มีกำลังมีการก่อสร้างและมีการยกฝาท่อระบายน้ำสูงกว่าพื้นถนนที่ได้วางระบบแล้วเสร็จ จนปัจจุบันได้เริ่มงานใหม่ในฝั่งตรงข้าม ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวถือว่ามีกระแสดราม่าไปทั่วในโลกเฟสบุ๊ค แต่เมืองพัทยายังขาดการประชา สัมพันธ์ข่าวสารชี้แจงที่เข้าถึงประชาชนอย่างแท่จริง ซึ่งจากการมองดูสภาพแล้วก็คิดว่าหากปล่อยไว้และไปทำส่วนอื่นก่อน คงเป็นเรื่องที่จะรอไม่ได้และไม่น่าจะมีความปลอดภัย ทั้งนี้จึงหารือร่วมเมืองพัทยาให้เรียกผู้รับจ้างมาเจรจาในเรื่องของสัญญาว่าจ้างใหม่ โดยให้ดำเนินการปูแอสฟัลท์ติกส์ ในฝั่งที่วางระบบท่อไว้ให้เรยกร้อยก่อนที่จะย้ายไปทำในแนวฝั่งตรงข้ามต่อไป ซึ่งเมืองพัทยาจะได้ทำการปรับแผนโครงการใหม่โดยจะสั่งให้มีการเทแอสฟัลท์ติกส์ให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อลดผลกระทบและความเดือดร้อนในการใช้รถใช้ถนนของประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนนี้