วันนี้(18 ตุลาคม 2565) ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ พัฒนากอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โรงงานแบตเตอรี่ ของบริษัท ไทยหัวเวย แบตเตอรี่ จำกัด ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียและชุมชนที่เกี่ยวข้อง
โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานอนุญาตจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย “โครงการโรงงานแบตเตอรี่ ของบริษัท ไทยหัวเวย แบตเตอรี่ จำกัด” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 ครั้งนี้ โดยแบ่งเป็น 2 รอบ รอบเช้าเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. ไปจนถึง 11.30 น.และรอบบ่ายเริ่มตั้งแต่เวลา 12.30 น. ไปจนถึงเวลา 15.30 น. และประชุมผ่านระบบออนไลน์ การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นการจัดเวทีครั้งสุดท้าย เพื่อให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำไปประกอบการพิจารณาอนุญาตโครงการตามข้อกำหนดของกฎหมาย
โดยบริษัท ไทยหัวเวย แบตเตอรี่ จํากัด ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือหัวเวยกรุ๊ป หนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีผลิตแบตเตอรี่จำหน่ายทั่วโลก โดยบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินและประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อประกอบกิจการผลิตแบตเตอรี่ เมื่อปี พ.ศ. 2557 และปี พ.ศ. 2559 บริษัทฯ ได้แจ้งเริ่มประกอบอุตสาหกรรมเพิ่มเติม ในส่วนของการผลิตแบตเตอรี่ (การหลอมตะกั่วและผลิตแผ่นธาตุภายในโรงงาน เพื่อนำไปประกอบแบตเตอรี่) ได้รับใบอนุญาตฯ ส่วนขยาย ครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ.2561 โดยมีกำลังการหลอมตะกั่วไว้ที่ 9.84 ตัน/วัน (กำลังการหลอมจริงคิดจากชั่วโมงการผลิตเท่ากับ 6.992 ตัน/วัน) ต่อมาบริษัทฯ ได้ขยายกำลังผลิตและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยการเพิ่มเตาเตรียมอัลลอย 2 เครื่อง และเครื่องผลิตโครงแผ่นธาตุ 3 เครื่อง ส่งผลให้กำลังการหลอมตะกั่ว เพิ่มขึ้นจากเดิม 6.992 ตัน/วัน เป็น 34.117 ตัน/วัน จึงเข้าข่ายโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (รายงานอีเอชไอเอ) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และได้รับความเห็นชอบจาก สผ. เมื่อเดือนมกราคม 2565
ทั้งนี้ก่อนที่โครงการฯ จะขออนุญาตขยายกำลังการผลิตจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่ง กนอ. จะต้องดำเนินการตามประกาศ กนอ. ที่ 115/2563 เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องต่อโครงการหรือกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพ สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม อย่างรุนแรง ซึ่ง กนอ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ เพื่อให้ดำเนินการตามประกาศฯ ดังกล่าว และจะนำข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียไปประกอบการพิจารณาก่อนการอนุญาตขยายกำลังการผลิตต่อไป
การรับฟังความคิดเห็นฯ ในครั้งนี้ได้มีประชาชนกว่า 350 ราย ได้เข้ามาร่วมรับฟังและเสนอแนะในด้านต่างๆเพื่อให้ประชาชนที่พักอาศัยได้เกิดความเข้าใจในการดำเนินการดังกล่าว โดยมีการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางเกษมศรี หอมชื่น ประธานกรรมการรับฟังคามคิดเห็น และวิทยากรต่างๆร่วมรับฟังและเสนอแนะในที่ประชุมในครั้งนี้
ชำนาญ ใจเอื้อ ผู้สื่อข่าว ประจำ จ.ชลบุรี