Chonburi Sponsored

พ่อร้องสื่อลูกถูกเพื่อนใช้กรรไกรแทงตาหวิดบอดคดีไม่คืบ ซ้ำผู้ปกครองเสนอเยียวยาแค่ 4,500 บาท

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวศรีราชา – พ่อเด็กชายวัย 11 ปี ใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ร้องสื่อ ลูกชายถูกเพื่อนใช้กรรไกรแทงตาหวิดบอดจนต้องทำการรักษาในระยะยาว เผยเหตุเกิดนาน 4 เดือน คดีไม่คืบ ขณะผู้ปกครองเด็กคู่กรณีเสนอเยียวยาแค่ 4,500 บาท บอกหากไม่เอาหลังจากนี้แค่ผ่อนเดือนละ 50 บาทก็ไม่ได้ วอนตำรวจให้ความเป็นธรรม

วันนี้ (6 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายวรุตม์ ว่องวิทย์ อายุ 44 ปี ว่า ลูกชายวัย 11 ปี ซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนชื่อดังใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้ถูกเพื่อนนักเรียนด้วยกันทำร้ายจนตาหวิดบอด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันคดีกลับไม่มีความคืบหน้า
 
พร้อมบอกว่าลูกชายของตนเองถูกทำร้ายโดยเพื่อนนักเรียนคนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งถูกตัดหน้ากากอนามัย ไถเงินและรุนแรงสุดถึงขั้นใช้กรรไกรแทงตา และไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงอุบัติเหตุหรือการล้อเล่นกัน ที่สำคัญเหตุการณ์ผ่านมานาน 4 เดือน แต่เด็กที่ก่อเหตุยังคงเดินทางไปโรงเรียนตามปกติ

แต่ลูกชายของตนเองกลับต้องเข้าออกโรงพยาบาลจนแทบจะกลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวได้เสนอจ่ายเงินเยียวยาแค่เพียง 4,500 บาท และหากตนเองไม่ยอมรับเงินจำนวนดังกล่าวหลังจากนี้แม้แต่จะผ่อนให้เดือนละ 50 บาทก็ไม่ได้


นายวรุตม์ ยังบอกอีกว่าผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุขับรถคันละ 2 ล้าน รับส่งลูกทุกวันแต่กลับไม่เยียวยาการบาดเจ็บของลูกชายให้สมน้ำสมเนื้อ และหลังจากที่ตนเองปฏิเสธรับเงิน จำนวน 4,500 บาท ไม่สามารถติดต่อคู่กรณีได้อีกเลย

วันนี้จึงต้องการที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชายอย่างถึงที่สุด และที่ผ่านมาได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.พนัสนิคม และยื่นเรื่องไปที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดชลบุรี แต่ผ่านไป 4 เดือน คดีไม่มีอะไรคืบหน้า ซ้ำลูกชายยังต้องไปให้หมอฉีดน้ำเกลือเข้าตาแทนสายท่อน้ำที่ขาด เนื่องจากหมอบอกว่าจะต้องมีการรักษาในระยะยาว

“ลูกของผมเป็นผู้ถูกกระทำแต่กฎหมายกลับคุ้มครองคนกระทำผิด และแม้ตอนนี้ลูกจะได้กลับไปเรียนตามปกติทางครอบครัวต้องพยายามบอกไม่ให้โกรธแค้นเพื่อนเพราะไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเหมือนในข่าวที่เพื่อนนักเรียนโกรธแค้นกันจนถึงขั้นต้องก่อเหตุรุนแรง” นายวรุตม์ กล่าว


และจากการสอบถามไปยัง นายคมสัน กัลยารัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนที่เกิดเหตุ เปิดเผยเพียงว่าขณะนี้ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการประชุมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อหาทางไกล่เกลี่ยให้เรื่องจบลงด้วยดี และในเบื้องต้น ทางโรงเรียนได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวเด็กที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อเป็นการเยียวยาไปแล้วจำนวน 10,000 บาท

ด้าน พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผู้กำกับการ สภ.พนัสนิคม เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 4 เดือนก่อน และผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บเพิ่งเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่หลังการเจรจาไกล่เกลี่ยกับครอบครัวเด็กคู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายด้วยการเรียกคู่กรณีเข้าสอบสวน โดยยังไม่ตั้งข้อหาใดๆ เนื่องจากจะต้องรอความเห็นจากแพทย์ก่อนว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี ก่อนตั้งข้อหากับผู้ก่อเหตุต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม