วันจันทร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.
เดือดร้อนทะลุ4แสนครัวเรือน
น้ำท่วม59จังหวัด
ภูเก็ตเจอฝนกระหน่ำจมบาดาล
ย่านเศรษฐกิจน้ำสูง50ซม.-1เมตร
เตือนฝนหนักทั่วปท./อุณหภูมิลดฮวบ
‘ชัยนาท-อ่างทอง’ระดับน้ำยังสูง
อยุธยาเร่งป้องกันโบราณสถาน
อุตุฯคาดการณ์ทั่วไทย อุณหภูมิลดต่ำสุด 19 องศาฯ ลมหนาวปกคลุมภาคเหนือ ส่วนมรสุมถล่มภาคใต้ ยังมีฝนตกหนัก กอนช.สรุปเกิดน้ำท่วม 59 จังหวัด เดือดร้อนกว่า 4 แสนครัวเรือน นายกฯ กำชับเร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย ส่วนภูเก็ต ฝนกระหน่ำข้ามคืน เมืองเก่า-ย่านเศรษฐกิจ จมบาดาล ตร.ปิดการจราจร
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่าบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน
ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีลมแรง และมีฝนบางแห่ง ขณะที่ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
อุตุฯเตือนภาคใต้มีฝนตกหนัก
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
‘เนสาท’อ่อนกำลังไม่กระทบไทย
อนึ่ง พายุโซนร้อน ‘เนสาท’บริเวณตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันเดียวกันนี้ คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนช่วงวันที่ 19-20 ตุลาคม 2565 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงตามลำดับอย่างรวดเร็วในระยะต่อไป โดยไม่กระทบกับประเทศไทย
พายุเซินกาทำ12จว.อีสานฝนตก
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ‘พายุ เซินกา’ (SONCA) ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2565 ระบุว่า พายุโซนร้อนเซินกา เคลื่อนขึ้นฝั่งที่เมืองกว๋างหงาย ประเทศเวียดนามแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 109 กิโลเมตร ทางตะวันออกของแขวงเซกอง ประเทศลาว มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยพายุนี้มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกทม.และปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ12 จังหวัด
ระวังอันตรายลมแรง-ฝนหนัก
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมแรง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับอ่าวไทยตอนล่าง ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตรขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
กอนช.สรุปมีน้ำท่วม59จังหวัด
ด้านกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) รายงานสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ ว่าอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย รวมถึงพายุโนรู (NORU) ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย ประกอบกับมีการระบายน้ำจากเขื่อนลงแม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขา ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง ระหว่างวันที่ 28 กันยายน-15ตุลาคม 2565 รวม 59จังหวัด314อำเภอ1,574ตำบล9,669หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 425,287 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์รวม 34 จังหวัด
นายกฯกำชับเร่งช่วยผู้ประสบภัย
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนัก ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับส่วนราชการให้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงเคลื่อนย้ายคน สิ่งของและสัตว์เลี้ยงไปในที่ปลอดภัย เน้นย้ำให้ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น สำหรับการดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่ ผ่านการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด
สัตว์รับผลกระทบกว่า4.4ล้านตัว
ทั้งนี้ รายงานสถานการณ์ผลกระทบและความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรด้านปศุสัตว์ ที่ประสบอุทกภัยระหว่างวันที่ 28 กันยายน-14 ตุลาคม 2565 มีดังนี้ ได้รับผลกระทบสะสมรวม 19 จังหวัด 139 อำเภอ 651 ตำบล 2,466 หมู่บ้าน เกษตรกร 67,762 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 4,469,563 ตัว (โค 193,358 ตัว กระบือ 42,078 ตัว สุกร 35,949 ตัว แพะ/แกะ 14,357 ตัว สัตว์ปีก 4,183,821 ตัว) แปลงหญ้าได้รับผลกระทบ 2,002.75 ไร่
อพยพสัตว์พื้นที่น้ำท่วมแล้วกว่า 2 แสนตัว แจกอาหาร 8.7 แสนกิโลกรัมให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าดังนี้ อพยพสัตว์ 210,920 ตัว รักษาสัตว์ 1,582 ตัว แจกจ่ายถุงยังชีพ 1,570 ถุง แจกจ่ายพืชอาหารสัตว์ 873,710 กิโลกรัม แจกจ่ายเวชภัณฑ์เสริมสร้างสุขภาพสัตว์ 23,606 ชุด
ปศุสัตว์ตั้งวอร์รูมช่วยเกษตรกร
น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า กรมปศุสัตว์ได้ตั้งวอร์รูมทั้งส่วนกลางและทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์ พร้อมเข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่น้ำท่วม จัดส่งสัตวแพทย์และสัตวบาลเข้าดูแลรักษาสุขภาพสัตว์ป่วยทั่วประเทศ ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ กำชับให้จัดหน่วยงานบริการเคลื่อนที่เร็วสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือเร็วที่สุด ตลอดจนสำรวจความเสียหายของเกษตรกรเพื่อขอรับการชดเชย
สำหรับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยที่ต้องการรับการช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ หรือติดต่อศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร 0 2653 4444 ต่อ 3315 หรืออีเมลล์: disaster@dld.go.th หรือแจ้งในแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันที
‘เฉลิมชัย’สั่งจัดส่งเสบียงสัตว์-ยา
ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ได้สั่งการกรมปศุสัตว์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ทั้งการอพยพสัตว์ ส่งเสบียงอาหารสัตว์ รวมถึงมอบเวชภัณฑ์สร้างเสริมสุขภาพสัตว์ ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่อง หลังจากปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานเพื่อสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ช่วยเหลือเกษตรกร
พร้อมกันนั้น ได้ส่งสัตวแพทย์และสัตวบาลเข้าดูแลรักษาสุขภาพสัตว์ป่วยทั่วประเทศแล้ว ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย จึงกำชับให้หน่วยงานบริการเคลื่อนที่เร็วพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยทันทีที่วอร์รูมจัดตั้งขึ้นทั้งในส่วนกลางและทุกจังหวัดได้รับทราบถึงภัยที่เกิดขึ้น ต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือให้เร็วที่สุด
ศรีสะเกษรับความช่วยเหลือแล้ว
นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ได้ย้ำให้ขนส่งเสบียงอาหารสัตว์ไปถึงมือเกษตรกรอย่างทั่วถึง โดยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้นำรถบรรทุกหญ้าอาหารสัตว์ไปยัง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษซึ่งรถบรรทุกต้องลุยน้ำท่วมสูง จากนั้นจึงนำลงเรือท้องแบนอีกทอดหนึ่ง เพื่อจัดส่งไปให้ถึงชุมชน กระทั่งปศุสัตว์ที่เกษตรกรเคลื่อนย้ายไปอยู่ในที่สูงได้กินหญ้าที่นำไปให้ พร้อมกันนี้ยังมีที่สัตวแพทย์และสัตวบาลเข้าไปดูแลสุขภาพสัตว์ให้ด้วย
ระทึก!คันกั้นน้ำเมืองอ่างทองพัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุระทึกขึ้นเมื่อคันกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่หมู่ 6 ต.บ้านแห อ.เมือง จ.อ่างทอง พังเป็นทางยาว ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ติดแนวคันกั้นน้ำ ทางกู้ภัยต้องนำเรือฝ่ากระแสน้ำเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในบ้าน แต่การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะกระแสน้ำไหลแรง ประกอบกับเป็นช่วงเวลากลางคืนแสงสว่างไม่เพียงพอ แต่สุดท้ายสามารถช่วยชายพิการ ผู้สูงอายุ ผู้หญิงและเด็กออกมาจากบ้านพักได้อย่างปลอดภัย
หนึ่งในผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ได้ยินเสียงน้ำซัดแรงมาก พอเปิดประตูบ้านไปดู ก็พบว่าน้ำทะลักเข้าบ้านแล้ว ต้องรีบขนย้ายของขึ้นที่สูง แต่น้ำไหลแรงและเร็วมาก ทำให้ออกจากบ้านไม่ได้ และไม่ได้หยิบฉวยเอาทรัพย์สินติดตัวมาด้วย นอกจากอุ้มสุนัขออกมาส่วนน้ำที่เพิ่มสูงรวดเร็วได้ไหลบ่าข้ามถนนอ่างทอง-ป่าโมกลงคลองชลประทาน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับสถานการณ์
น้ำไหลท่วมวัด-บ้านเรือนปชช.
ส่วนที่บริเวณหน้าวัดไชยสงคราม หมู่ 6 ต.บ้านแห อ.เมือง จ.อ่างทอง น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลอดใต้เขื่อนบริเวณหมู่ 5 ต.บ้านแห ช่วงคืนที่ผ่านมา ได้เอ่อล้นขยายวงกว้าง ก่อนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 5-6 ต.บ้านแห และวัดไชยสงคราม อย่างต่อเนื่อง โดยท่วมภายในวัด ระดับน้ำสูงเกือบ 2เมตร และยังเอ่อล้นไหลข้ามถนนอ่างทอง-ป่าโมกสายในเป็นระยะทางยาวกว่า1กิโลเมตร กัดเซาะถนนจนเริ่มพังในหลายจุดรวมทั้งเสาไฟฟ้าส่องสว่างหักโค่นภายในคลองชลประทาน และน้ำยังคงไหลข้ามถนนขยายวงกว้าง โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอ่างทอง นำแบร์ริเอ่อร์ มากั้นริมถนนขณะเดียวกัน ทาง อบต.บ้านแห ได้ทำคันดินเพื่อเชื่อมต่อกันไม่ไห้น้ำขยายวงกว้างออกไป
น้ำท่วมโบราณสถานในกรุงเก่า
อีกด้านหนึ่ง นายภัทรพงษ์ เก่าเงิน ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า กรมศิลปากร ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์น้ำที่อาจกระทบต่อโบราณสถานใน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งบริเวณใกล้เคียง โดยตรวจสอบพบว่าพื้นที่นอกเกาะเมือง มีโบราณสถานได้รับผลกระทบจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำด้านทิศเหนือและริมน้ำมีโบราณสถานได้รับผลกระทบแล้ว 67 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงแล้ว ถูกน้ำแช่ขังโดยไม่กระทบโครงสร้างความมั่นคงของโบราณสถาน แต่มีความเสียหายบ้างเล็กน้อยในเรื่องการชำรุดของวัสดุ เช่น อิฐผุกร่อน ซึ่งสกัดเปลี่ยนได้ ภายหลังน้ำลด ทั้งนี้ ทางกรมศิลปากรจะเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อบูรณะและเสริมความมั่นคงต่อไป
เขตเศรษฐกิจอุบลฯระดับน้ำสูง
ที่ จ.อุบลราชธานี ภายหลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ พบว่าที่ถนนแยกบูรพาใน ได้มีน้ำท่วมขังจนกาสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เปิดเผยว่าขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำมูล เริ่มนิ่ง ซึ่งเข้าสู่วันที่ 3แล้ว จึงนับเป็นสัญญาณที่ดี และทางเทศบาลนครอุบลราชธานีได้เข้าช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และที่พักอาศัย รวมถึงกระสอบทราย พร้อมกับทำทางเดินให้ประชาชนได้ใช้สัญจร
สำหรับเส้นทางจราจรในตัวเมือง ตั้งแต่ถนนบูรพาใน จนถึงสี่แยกถนนสรรพสิทธิฯ มีน้ำท่วมขังตลอดเส้นทาง โดยย่านนี้ถือเป็นเขตเศรษฐกิจของ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากใกล้โรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ บางร้านที่น้ำไม่ท่วมยังคงเปิดทำการปกติ บางร้านวางกระสอบทรายขึ้นสูง
ขอนแก่นเร่งดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วย
ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น พร้อมคณะ นั่งเรือนำถุงยังชีพ ไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่บ้านโนนสวรรค์ อ.อุบลรัตน์ ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในเขื่อนที่เพิ่มขึ้นสูงเกินระดับกักเก็บ กระทบกับหมู่บ้านประมาณ20 ครัวเรือน โดยกลางหมู่บ้านเป็นจุดที่น้ำท่วมไม่ถึง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ทีมแพทย์ได้เข้าตรวจสุขภาพและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ขอนแก่นจะคงสถานการณ์อยู่ไม่น้อยกว่า 2 เดือน
จิตอาสาศรีราชาช่วยผู้ประสบภัย
วันเดียวกัน ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.เขาชี ปิ่นทอง3 ริมถนนมาบเอียง-แหลมฉบัง ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้ถูกใช้เป็นจุดรวมพลจิตอาสา ‘ชาวศรีราชาคนไทยไม่ทิ้งกัน’ นำโดย นายปพนพัชญ์ณัฐดุลย์พานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.หนองขาม และกู้ภัย รวมทั้งประชาชนจิตอาสากว่า 50 คน นำรถยนต์ 15 คัน ขนอุปกรณ์การทำอาหาร พร้อมกับอาหารสด อาหารแห้ง น้ำดื่ม 400 แพ็ค ถุงยังชีพ 300ถุง ไปแจกจ่ายช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่หมู่บ้านบางพระนอน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรีโดยตั้งโรงทานทำอาหารกล่องแจกถุงยังชีพ น้ำดื่ม ให้กับกว่า 500 ครอบครัว
น้ำท่วมตลาดเก่า100ปีคุ้งสำเภา
ส่วนสถานการณ์น้ำใน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ยังคงวิกฤติ เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง ไหลมารวมกัน ทำให้มีปริมาณมากกว่า 3,600 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที จนน้ำที่ท่วมตลาดเก่า 100 ปี คุ้งสำเภา แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนชื่อดังของ อ.มโนรมย์ มีระดับน้ำสูง 30-80 เซนติเมตร โดยเฉพาะบ้านเรือนและร้านค้าที่เป็นเรือนไม้เก่าติดแม่น้ำเจ้าพระยา กว่า 40 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องอาศัยอยู่บนชั้น 2 หลังจากประสบปัญหาไม่มีห้องน้ำใช้ ต้องออกไปใช้ห้องน้ำตามสถานที่ต่างๆ แต่ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถออกไปใช้ห้องน้ำนอกบ้านได้ ต้องหาซื้อส้วมเคลื่อนที่ไว้ใช้งานแทน
เร่งตั้งเครื่องสูบน้ำป้องกันพื้นที่
ที่บริเวณใต้สะพานมโนรมย์ สะพานเชื่อมระหว่าง จ.ชัยนาท กับ จ.อุทัยธานี มีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ทางเทศบาล ต.คุ้งสำเภาได้นำกระสอบทรายมากั้นน้ำเพิ่มเป็น 5 ชั้น 3 แถว ระยะทาง 1 กิโลเมตร และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำออกตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมทางหลวงชนบท 3265 และเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับอิทธิพลของพายุเซินกา ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นอีก
สรุปอุทกภัยในเส้นทางคมนาคม
ด้านกระทรวงคมนาคม สรุปรายงานอุทกภัยในเส้นทางคมนาคม มีรายละเอียดดังนี้1.โครงข่ายคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ รวม 206 สายทาง 296 แห่ง ผ่านได้ 132 แห่ง ผ่านไม่ได้ 164 แห่ง โดยแยกตามประเภทโครงข่าย ได้แก่ 1.ถนนทางหลวง ได้รับผลกระทบ 48 สายทาง 71 แห่ง ผ่านได้ 40 แห่ง ผ่านไม่ได้ 31 แห่งถนนทางหลวงชนบท ได้รับผลกระทบ 158 สายทาง 225 แห่ง ผ่านได้ 92 แห่ง ผ่านไม่ได้ 133 แห่ง
2.จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 29 จังหวัด 3.บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สามารถเดินรถได้ตามปกติ4.ท่าอากาศยาน ไม่มีการรายงานการได้รับผลกระทบ5.ท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินเรือโดยสารของเรือด่วนเจ้าพระยา และเรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry มีการปรับตารางเวลาการให้บริการ
ทางหลวงติดป้าย-อุปกรณ์แจ้งเตือน
6.กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ติดตั้งป้ายเตือน อุปกรณ์ความปลอดภัย และอุปกรณ์นำทาง ในถนนที่ถูกน้ำท่วม และวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้นน้ำสายทางที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเฝ้าระวังจนกว่าจะคลี่คลาย และ 7.กรมเจ้าท่า ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย 9 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ 79 คน เรือ 18 ลำ และรถยนต์/รถบรรทุก 21 คัน ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย รวมทั้งเฝ้าระวังระดับน้ำ/ปริมาณน้ำไหลผ่านของแหล่งน้ำธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ และเขื่อน เพื่อเตรียมรับมือและประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ
ช่วยเหลือจนสถานการณ์คลี่คลาย
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะติดตามสถานการณ์อุทกภัยทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ทันท่วงที รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งสามารถสอบถามเส้นทาง ข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัย ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม โทร.1356 สายด่วนกรมทางหลวง โทร.1586 สายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร.1146สายด่วนบริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 เรียก บขส.สายด่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690และสายด่วนกรมเจ้าท่า โทร.1199
ย่านธุรกิจเมืองเก่าภูเก็ตจมบาดาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ภูเก็ต หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เขตเทศบาลนครภูเก็ตจมบาดาล โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจเมืองเก่าภูเก็ต เช่น แยกธนาคารชาร์ตเตอร์ ถนนเทพกระษัตรีตัดถนนถลาง ซึ่งเป็นย่านอาคารชิโนโปรตุกีส บริเวณวงเวียนหอนาฬิกามีน้ำท่วมสูง 50เซนติเมตร-1 เมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้
ป่าตอง-กมลาไม่รอดน้ำทะลักถนน
เช่นเดียวกับพื้นที่หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ก็มีน้ำท่วมถนนทำให้จักรยานยนต์และรถยนต์ที่จอดอยู่ตามริมถนนได้รับความเสียหายด้านฝ่ายจราจรตำรวจสภ.เมืองภูเก็ต แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าเนื่องด้วยปริมาณฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทำให้บริเวณตัวเมืองย่านเมืองเก่ามีน้ำท่วมสูง จึงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจร รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และขอให้เดินทางด้วยความระมัดระวัง หากไม่จำเป็นควรชะลอการเดินทางในช่วงนี้ไว้ก่อน