น้ำท่วมยังไม่คลายวิกฤติแม้ฝนหยุดตก เขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มระบายน้ำทำพนังกั้นน้ำแตกทั้งที่ขอนแก่นและร้อยเอ็ดทะลักท่วมหมู่บ้านจมมิดกว่า 2 เมตร พื้นที่ริมอ่างยังสาหัสหนัก 5 หมู่บ้านจมบาดาล น้ำมูลทะลักเข้าพื้นที่ชั้นในตัวเมืองอุบลใกล้ถึง รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ระดมป้องเต็มที่มั่นใจเอาอยู่ เขื่อนเจ้าพระยายังขึ้นธงแดงต่อเนื่องวันที่ 5 ตัวเมืองสรรพยาย่านเศรษฐกิจการค้าพังพินาศ น้ำล้อม รพ.อินทร์บุรี ต้องตั้งเต็นท์รับคนไข้ริมถนน ลุ่มน้ำท่าจีนสาหัสไม่แพ้กัน โดนทั้งน้ำเหนือ ฝน แถมทะเลหนุนเอ่อท่วมถนนบรมราชชนนี การจราจรอัมพาต “ธารใจไทยรัฐ” มุ่งสู่เมืองกรุงเก่า มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ชาวบางบาล รัฐบาลเตรียมงบ 2.3 หมื่นล้านฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัย
ถึงแม้ว่าพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานรวมถึงภาคกลางตอนบนฝนจะเบาบางลงแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจังหวัดยังไม่คลายวิกฤติ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. หลังจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีปริมาณน้ำเกินความจุจนต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนถูกน้ำท่วมสูงขึ้น ส่วนพื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำ 5 หมู่บ้านใน ต.เขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ ถูกน้ำท่วมกว่า 700 หลัง ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร โดยเฉพาะที่บ้านโนนสวรรค์ กลายสภาพเป็นเกาะถูกล้อมรอบด้วยแผ่นน้ำเวิ้งว้าง ถนนทางเข้าหมู่บ้านน้ำท่วมสูง ชาวบ้านขนของขึ้นที่สูงพร้อมอพยพไปศูนย์พักพิงชั่วคราว
เกิดเหตุคันคลองชลประทานขาดเป็นทางยาวกว่า 20 เมตร ที่บ้านคุยโพธิ์ ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น น้ำไหลทะลักเข้าไปยังทุ่งนาและฟาร์มเป็ดไล่ทุ่ง ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ชีพรีบเข้าไปรับผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงออกจากบ้านมาอยู่ในที่ปลอดภัย นายณัฐวรรธน์ ถิระวณิชยางกูล ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย เผยว่า ปริมาณน้ำพองเพิ่มสูงขึ้นจนล้นพนังไหลเข้ามาในคลองชลประทาน กัดเซาะคันคลองจนขาดตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 10 ต.ค. นำบิ๊กแบ็กและหินบรรจุเกเบี้ยนมาปิดแล้ว แต่เมื่อช่วงเช้าคันคลองขาดซ้ำและกว้างกว่าเดิมเนื่องจากน้ำไหลเชี่ยวมาก ต้องซ่อมใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่
จ.ร้อยเอ็ด ห้วยหนองแมว แนวกั้นน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำชี บ้านเปลือยตาล ต.ดงสิงห์ อ.จังหาร เกิดเหตุพนังกั้นน้ำขาดกว้างกว่า 12 เมตร มวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 50 หลัง รวมทั้งวัด และนาข้าวจมน้ำกว่า 1,000 ไร่ ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆชาวบ้านต้องขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 บางส่วนรีบอพยพไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านเปลือยตาลคุรุวิทยาประชานุกูล ส่วน จ.มหาสารคาม น้ำชีล้นตลิ่งเข้าท่วมหมู่บ้านดินดำ ต.เกิ้ง อ.เมืองมหาสารคาม บ้านเรือนริมน้ำจมบาดาลกว่า 100 หลัง น้ำยังเอ่อท่วมออกมาถนนถีนานนท์ ระดับน้ำ 30-40 ซม.
จ.อุบลราชธานี วิกฤติน้ำท่วมขยายวงกว้าง ระดับน้ำในแม่น้ำมูลยังเพิ่มขึ้นสูงกว่าตลิ่ง 4 เมตร ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ระดับน้ำที่แยกธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านดู่ สูงกว่า 30 ซม. อีกประมาณ 1 กม.จะไปถึงหน้า รพ.สรรพสิทธิประสงค์ นพ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ ผอ.รพ.เผยว่า โรงพยาบาลเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินไว้แล้ว ทั้งกระสอบทรายอุดท่อระบายน้ำ เครื่องสำรองไฟ สำรองน้ำ และแก๊ส ส่วนธนาคารเลือดปัจจุบันผู้บริจาควันละ 400 ยูนิต ใช้วันละ 80 ยูนิต หากเป็นไปตามคาดการณ์โรงพยาบาลยังคงรับมือได้
นายสำรวย เกษกุล รอง ผวจ.ศรีสะเกษ รรท.ผวจ.ศรีสะเกษ เผยว่า จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้ง 22 อำเภอ 166 ตำบล 1,319 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 52,763 ครัวเรือน 178,700 คน พื้นที่การเกษตร นาข้าว 267,900 ไร่เศษ พืชไร่ 22,100 ไร่เศษ และพืชสวนอีก 800 กว่าไร่ ถนนสายหลัก 21 สาย ประชาชนเสียชีวิตจากการจมน้ำ 11 ราย พื้นที่ยังท่วมหนักตอนนี้อยู่ริมลำน้ำมูล ประกอบด้วย อ.ศิลาลาด อ.ราษีไศล อ.เมืองศรีสะเกษ อ.ยางชุมน้อย และ อ.กันทรารมย์ เส้นทางอุทุมพรพิสัย-ราษีไศล น้ำท่วมถนนช่วงบ้านหนองอึ่ง ต.หนองอึ่ง อ.ราษีไศล น้ำไหลเชี่ยวรถทุกชนิดผ่านไม่ได้
เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำขึ้นไปที่ 3,154 ลบ.ม.วินาที ปักธงแดงแจ้งเตือนสถานการณ์วิกฤติต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 มีประชาชนในเขต อ.สรรพยา ได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 44 หมู่บ้าน 7,278 หลังคาเรือน โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดร้อยปีสรรพยา ถือเป็นศูนย์กลางย่านเศรษฐกิจการค้าของอำเภอ จมอยู่ใต้น้ำท่วมสูง 60 ซม.ถึง 1.8 เมตร สร้างความเสียหายให้ทั้งทรัพย์สินและโอกาสทางการค้า ธุรกรรมต่างๆต้องหยุดชะงัก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
จ.สิงห์บุรี ยังวิกฤติหนักทั้งบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ล่าสุดที่ รพ.อินทร์บุรี ถูกน้ำล้อมรอบทั้งจากเส้นทางวัดสำโรง วัดโบสถ์อินทร์บุรี และหมู่บ้านบางพระนอน เจ้าหน้าที่ทำถนนอัดให้ประชาชนเดินเข้าออกโรงพยาบาลได้ แต่รถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้ ทางโรงพยาบาลได้กางเต็นท์บริเวณริมถนนตั้งจุดวอร์รูมตรวจรักษาวินิจฉัยผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้น มีพยาบาลและเจ้าหน้าที่เข้าเวรตลอด 24 ชม. ส่วนเคสผู้ป่วยหนักถ้ามีการเคลื่อนย้าย จะต้องใช้เจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลทำเปลสนามและมีแพทย์พยาบาลคอยประกบขึ้นรถโฟร์วีลไปส่งที่จุดรักษาภายในโรงพยาบาล
จ.นนทบุรี เมื่อคืนวันที่ 10 ต.ค. ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นแนวคันกั้นบริเวณชุมชนวัดบางพัง ซอยวัดกู้ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด น้ำไหลบ่าข้ามถนนเข้าท่วมบ้านเรือนอีกฝั่งในซอยพระอินทร์ 2 เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันนำกระสอบทรายวางเสริมแนวป้องกัน 5 จุด ที่อยู่ริมน้ำ พร้อมนำรถแบ็กโฮมาทำแนวคันดินตามถนนป้องกันอีกชั้น เช่นเดียวกับบริเวณแยกสะพานพระราม 5 อ.เมืองนนทบุรี น้ำเอ่อท่วมถนน 50-70 ซม. รถเก๋งและรถ จยย. จอดเสียหลายคัน ส่วนที่หมู่บ้านบุรีรังสรรค์ หลังจากแนวคันกั้นน้ำพังทลายลงมาทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 300 หลัง เจ้าหน้าที่วางเสริมแนวกระสอบทรายเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่สามารถปิดกั้นมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าทุกวันได้ ทำให้น้ำล้นคันกั้นไหลเข้าท่วมหมู่บ้านจนล้นออกมาท่วมพื้นถนนผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูน้ำโพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี ทำให้หลายอำเภอใน จ.นครปฐม ที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เช่น บางเลน นครชัยศรี สามพราน น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและวัดต่างๆ อาทิ วัดพระปฐมเจดีย์ วัดกลางบางพระ วัดไร่ขิง วัดดอนหวาย ขณะที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องและยังมีน้ำทะเลหนุนสูงทำให้น้ำท่วมถนนบรมราชชนนี บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี หรือแม่น้ำท่าจีน พุทธมณฑลสาย 7 การจราจรวิกฤติหนักรถติดยาวเหยียด ระดับน้ำ 40 ซม.ช่วงน้ำหนุนสูงรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ อีกจุดถนนเพชรเกษม ช่วง อ.เมืองนครปฐม มุ่งหน้า จ.ราชบุรี หน้าห้างโลตัสน้ำท่วมถนนสูงกว่า 30 ซม. ทั้งสองฝั่งระยะทาง 3 กม.
ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 3 ต.พลูตาหลวง เขตรอยต่อ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยเฉพาะในซอยศาลาแดง 15 ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 50 หลัง เจ้าหน้าที่ ปภ. อบต.พลูตาหลวง ร่วมกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงพร้อมทั้งอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย
ช่วงเช้าวันเดียวกัน น.ส.จิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานคอนเทนต์ บริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด และบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จํากัด นำชาวคณะไทยรัฐกรุ๊ป เดินทางไป ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา มอบถุงยังชีพ 500 ชุดให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามโครงการ “ธารใจไทยรัฐ” มีนายไพรัตน์ เพชรยวน รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ต้อนรับ มีชาวบ้านออกมารอรับสิ่งของ จากนั้นคณะลงเรือท้องแบนนำถุงยังชีพไปมอบให้ผู้ประสบภัยกว่า 40 ครัวเรือนที่มีน้ำท่วมสูงไม่สามารถออกมารับได้ นอกจากนี้ยังเข้าเยี่ยมหญิงชราป่วยติดเตียงนอนอยู่ในบ้าน น.ส.จิตสุภาเผยว่า ไทยรัฐกรุ๊ปเห็นความยากลำบากที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยครั้งนี้ ขอมีส่วนร่วมเป็นกำลังใจและเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยเหลือพี่น้องทุกๆคนผ่านทางโครงการธารใจไทยรัฐ นำถุงยังชีพมามอบให้กับชาวชุมชนบ้านกุ่มที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ด้านนางรำพึง เพชรสังวาลย์ อายุ 59 ปี ชาวบ้านกล่าวว่า เป็นตัวแทนชาวชุมชนขอขอบคุณผู้บริหารไทยรัฐกรุ๊ปที่นำถุงยังชีพมามอบให้ชาวบ้านเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อน
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่า เป็นห่วงเกษตรกรได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สั่งการให้กรมปศุสัตว์ตั้งวอร์รูมทั้งส่วนกลางและทุกจังหวัดเพื่อพร้อมเข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่น้ำท่วม ก่อนหน้านี้ปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานไปช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมจัดส่งสัตวแพทย์และสัตวบาลเข้าดูแลรักษาสุขภาพสัตว์ป่วยทั่วประเทศแล้ว ล่าสุดกำชับให้กรมปศุสัตว์จัดหน่วยงานบริการเคลื่อนที่เร็วสนับสนุนตลอด 24 ชม. ทันทีที่เกิดภัยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ต้องเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือเร็วที่สุด ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อขอรับการชดเชยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดความสูญเสียของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เน้นย้ำว่าหลายพื้นที่ที่สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ต้องเร่งดูแลเรื่องการฟื้นฟูเยียวยา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายเพื่อเร่งเบิกจ่าย ส่วนการสร้างรายได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลอยู่แล้ว ทั้งการจัดปัจจัยการผลิต ตลอดจนการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง นายกฯเร่งทุกหน่วยงานเข้าไปดูแล คาดว่าในเบื้องต้นการฟื้นฟูเยียวยาน่าจะต้องใช้งบประมาณอย่างน้อย 2.3 หมื่นล้านบาท