Chonburi Sponsored

สุนัขวิ่งตามหีบศพเจ้าของจนถึงวัด ขอไปส่งเป็นครั้งสุดท้าย

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

สุนัขวิ่งตามรถบรรทุกหีบศพเจ้าของ ไกลกว่า 10 กม. จนไปถึงวัด เพื่อไปส่งครั้งสุดท้ายก่อนทำพิธีฌาปณกิจ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “รู้หน้า ไม่รู้ใจ” ได้โพสต์คลิป “เจ้าอาน” สุนัขเพศเมีย อายุ 7 ปี วิ่งตามรถกระบะบรรทุกหีบศพเจ้าของ ซึ่งทางญาติๆ เคลื่อนจากบ้านพักไปยังวัดเพื่อทำพิธีฌาปณกิจ ซึ่งสร้างความประทับใจปนเศร้าให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เพราะรับรู้ถึงความรักที่เจ้าอานมีให้ต่อเจ้าของที่เสียชีวิตไป

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางปราณี อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่บ้านหลังนึง ในพื้นที่ ม.12 ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นางปราณี เล่าว่า เจ้าอานเป็นลูกของสุนัขจรจัด ที่สามีเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่แรกเกิด ลักษณะลำตัวสีขาว จุดน้ำตาลแดง หลังอาน จึงเรียกชื่อเจ้าอาน มาตั้งแต่เล็ก เป็นสุนัขที่ชอบนั่งรถ จยย.พ่วงข้างไปไร่ไปนากับสามีเป็นประจำ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่สามีออกไปเก็บผักบุ้งกลางทุ่ง เกิดเป็นลม เจ้าอานได้วิ่งกลับมาที่บ้าน คนที่อยู่บ้านแปลกใจว่าทำไมเจ้าอานกลับมาโดยที่สามีไม่ได้กลับมาด้วย จึงได้ตามไปดู ก็พบว่าสามีเป็นลมอยู่กลางทุ่ง เชื่อว่าเจ้าอาน นั้นได้วิ่งกลับมาบ้านเพื่อตามให้คนในครอบครัวไปช่วยเหลือ

สำหรับเหตุการณ์เมื่อวานตนเองนั้นไม่ได้ไปเผาศพของสามี ซึ่งเป็นความเชื่อมาแต่โบราณ คือเป็นสามีภรรยาจะไม่เผาศพกัน พอมาเห็นคลิปที่เจ้าอานวิ่งตามรถบรรทุกศพสามีก็รู้สึกสงสารและประทับใจต่อความรักความซื่อสัตย์ของมัน  

ด้านนายสมคิด อายุ 50 ปี ญาติอีกคน บอกว่า เจ้าอานไม่เคยออกนอกบ้านมาไกลถึงขนาดนี้ ปกติจะวิ่งตามอยู่ละแวกใกล้ๆ บ้าน  แต่ครั้งนี้วิ่งตามนับรวมระยะทางเกือบ 10 กม.โดยต้องผ่านตลาด ชุมชน แถมยังมีสุนัขเจ้าถิ่นหลายตัว ตนเองจึงต้องคอยกันไม่ให้เจ้าอานถูกรุมกัด กระทั่งวิ่งตามจนเข้าเขตวัดในจังหวะที่รถชะลอตัวเจ้าตาลจึงกระโดดขึ้นรถ และภายหลังหลังเสร็จสิ้นพิธี ตนเองจึงนำตัวเจ้าอาน ขึ้นหลังรถเดินทางกลับบ้าน ส่วนตัวเชื่อว่าเจ้าอาน มีความรักความผูกพันธ์กับผู้ตายมาก คงเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อเจ้าของโดยการไปส่งเป็นการสุดท้าย

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม