วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ศบค.เฝ้าระวังคลัสเตอร์สถานศึกษา
โควิดรุกคืบยึดรร.
โผล่11จว.-นร.ราชบุรีติดเชื้อ311คน
บิ๊กตู่มั่นใจไทยพร้อมรับนักท่องเที่ยว
ลงทะเบียน‘เทสต์แอนด์โก’1ก.พ.นี้
สธ.ยันคุมได้/ยอดป่วย-ตายจะดีขึ้น
ยันยังไม่ประกาศเป็นโรคประจำถิ่น
ติดเชื้อรายวันพุ่ง8,450/เสียชีวิต28
ไทยติดเชื้อโควิดรายวันขยับขึ้น 8,450 ตาย 28 ศพ ศบค.แจงอย่าตื่นตระหนกตรวจเจอโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ยังไม่มีรายงานน่าห่วง ใช้ “ATK- RT-PCR” ตรวจได้
ฉีดวัคซีนแล้ว 114 ล้านโดส-ห่วง 7 จว.ฉีดไม่ถึง 60% ส่วนกทม.-ปริมณฑล ติดเชื้อรายวันยังพุ่งต่อเนื่อง ขณะที่คลัสเตอร์สถานศึกษาน่าห่วงลาม 11 จังหวัด สาเหตุจากการทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ แข่งกีฬา ปัจฉิมนิเทศ กินข้าวด้วยกัน ควันหลงปีใหม่ทำให้รร.ที่ราชบุรี ตรวจเจอนักเรียนผลเป็นบวก 311 คน “อนุทิน” ยันติดเชื้อ-ตายอยู่ในระดับคุมได้ ย้ำคลัสเตอร์ปาร์ตี้สังสรรค์ต้นตอทำเชื้อกระจาย ปัดประกาศเป็นโรคประจำถิ่นตอนนี้ แค่ทำแผนวางเป้าหมาย
เมื่อวันที่ 28 มกราคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในประเทศไทย รวมถึงความคืบหน้าการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศผ่านระบบเทสแอนด์โกอีกครั้งต้นเดือนหน้า
สธ.ย้ำBA.2ยังไม่มีรายงานน่าห่วง
โดยพญ.อภิสมัยแถลงถึงการตรวจพบโควิด-19 สายพันธ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2ว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เน้นย้ำยังไม่มีรายงานชัดเจนที่น่าเป็นห่วง และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ติดตามสถานการณ์โลก ติดตามผู้ติดเชื้อในประเทศใกล้ชิด แม้จะพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวในไทยเกิน 14 ราย เบื้องต้นยังไม่พบความแตกต่างทางพันธุ์กรรมมากมายจากโอมิครอนเดิม แม้ต่างชาติจะระบุตรวจหาเชื้อดังกล่าวได้ยาก แต่กรมวิทย์ฯยืนยันว่ายังตรวจสายพันธุ์ดังกล่าวได้จาก ATK และ RT-PCR ซึ่งเป็นมาตรฐานสาธารณสุขของไทยได้ตามปกติ เราจะเฝ้าระวังใกล้ชิดและนำมารายงานให้ทราบตลอด
ติดเชื้อเพิ่ม8,450-ตาย28ราย
สำหรับพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวกันนี้เพิ่มขึ้น 8,450 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,191 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8,153 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 38 ราย มาจากเรือนจำ 48 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 211 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 7,484 ราย อยู่ระหว่างรักษา 83,698 ราย อาการหนัก 528 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 102 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 28 ราย โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาย 17 ราย หญิง 11 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่อายุ 60 ปีขึ้นไป 23 ราย มีโรคเรื้อรัง 4 ราย ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,415,472 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,309,648 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 22,126 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 366,694,287 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 5,656,642 ราย
ฉีดวัคซีน114ล.โดส-7จว.ฉีดไม่ถึง60%
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนวันที่ 27 มกราคม ฉีดได้เพิ่มขึ้น 465,154 โดส ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 114,087,421 โดส เป็นการฉีดวัคซีนเข็ม 3 สะสมเพียงร้อยละ 19.3 ของจำนวนประชากร จึงอยากให้เร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ป้องกันโอมิครอน เมื่อดูจากข้อมูลมีถึง 7 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนประชาชนทั่วไปไม่ถึง 60% ของจำนวนประชากร ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี แม่ฮ่องสอน ตาก ลพบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และมี 3 จังหวัดที่ฉีดผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ได้ไม่ถึง 60% ของจำนวนประชากรได้แก่ ปัตตานี ราชบุรี และกาญจนบุรี อย่างไรก็ตาม ศบค.เน้นย้ำประชาชนให้เข้าฉีดวัคซีน หากคนไหนไม่สะดวกเดินทางไปฉีดที่สถานที่ฉีดวัคซีน ให้แต่ละจังหวัดพิจารณาอำนวยความสะดวกในการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนด้วย
กทม.-ปริมณฑลพุ่งต่อ/คลัสเตอร์เดิมอื้อ
สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.)พบ 1,292 ราย สมุทรปราการ 743 ราย นนทบุรี 499 ราย ชลบุรี 446 ราย ภูเก็ต 379 ราย ปทุมธานี 245 ราย ราชบุรี 239 ราย นครราชสีมา 192 ศรีสะเกษ 182 ราย ลพบุรี 168 ราย ส่วนคลัสเตอร์ที่ยังต้องเฝ้าระวังยังเหมือนเดิมคือ คลัสเตอร์ร้านอาหาร โรงเรียน ตลาด โรงงาน สถานประกอบการ พิธีกรรมทางศาสนา ในส่วนพิธีกรรมทางศาสนานั้น ไม่ได้ติดเชื้อจากการร่วมพิธีกรรม แต่เป็นการติดเชื้อหลังพิธีกรรมที่ทานอาหารร่วมกัน เล่นการพนัน จึงฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเข้มงวดในการรวมกลุ่มคนด้วย
คลัสเตอร์โรงเรียนโผล่11จังหวัด
ขณะที่คลัสเตอร์โรงเรียนพบในหลายจังหวัด ประกอบด้วย ราชบุรี น่าน เพชรบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ หนองคาย ยโสธร เลย ศรีสะเกษ และจากการตรวจสอบทุกโรงเรียนเคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคลและบุคคลากรในโรงเรียนได้ฉีดวัคซีน แต่สาเหตุที่ระบาดมาจากกิจกรรม เช่น แข่งกีฬา ปัจฉิมนิเทศที่ทานอาหารร่วมกัน
ควันหลงปีใหม่นร.รร.ราชบุรีติด311คน
จากการวิเคราะห์โรงเรียนแห่งหนึ่งที่จ.ราชบุรี ที่เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วนมีนักเรียน 570 คน อนุญาตให้กลับบ้านช่วงปีใหม่และให้กลับมาเรียนช่วงวันที่ 14-16 มกราคม ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK ครั้งแรกผลเป็นลบหมด แต่เมื่อตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 23 มกราคมพบเป็นบวก 120 ราย จังหวัดจึงส่งทีมควบคุมโรคแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูงออกมา ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมรวม 311 ราย รักษาที่โรงพยาบาล 26 ราย รักษาโรงพยาบาลสนาม 285 ราย เห็นได้ว่าการติดเชื้อมาจากกิจกรรมรวมกลุ่ม
เล็งใช้สมอลบับเบิลสกัดโควิดในรร.
“ศปก.ศบค.อยากให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติที่สุด จึงต้องเน้นย้ำมาตรการป้องกันโควิดในสถานศึกษาตามที่กำหนดไป และอาจให้นำมาตรการสมอลบับเบิลเหมือนที่โรงงานต่างๆแยกการรวมกลุ่มของพนักงานเป็นแผนกๆมาปรับใช้”พญ.อภิสมัยกล่าว
1กพ.เริ่มเทสแอนด์โกแบบเข้มข้น
ผู้สื่อข่าวถามว่านักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านระบบเทสแอนด์โก วันที่ 1 กุมภาพันธ์เตรียมความพร้อมรับมืออย่างไร พญ.อภิสมัยกล่าวว่า เทสแอนด์โกจะเริ่มต้นให้ลงทะเบียนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และขอเน้นย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือเป็นคนไทยเดินทางกลับบ้านก็ตาม เริ่มลงทะเบียน วันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยจะมีกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน บางครั้ง 3 วันก็ประเมินสำเร็จ แล้วอนุญาตให้เดินทางได้ การประเมินต้องเข้มงวด มีกรมควบคุมโรค ตรวจสอบหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โรงแรมที่พัก สถานประกอบการต้องร่วมด้วยช่วยกันตรวจสอบว่าชำระค่าที่พักถูกต้องหรือไม่ โรงแรมดังกล่าวเป็นโรงแรมSHAพลัส หรือไม่ แล้วนักท่องเที่ยวก็เดินทางเข้ามาได้ จากนั้นนักท่องเที่ยวต้องถูกกำหนดโดยมาตรการอย่างเข้มงวด ที่สำคัญนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขที่กำหนด คือ ตรวจ RT-PCR ซ้ำเป็นครั้งที่สอง ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ซึ่งต้องทำให้ได้ 100% ถ้าตรวจพบว่าติดเชื้อนักท่องเที่ยว ต้องมีประกันคุ้มครองในการรักษาอย่างเบ็ดเสร็จไม่เป็นภาระกับระบบสาธารณสุขของไทย
วอนปชช.ช่วยดูแลนทท.การ์ดตก
พญ.อภิสมัยกล่าวด้วยว่า ขอฝากประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา ดูแลสุขภาพของตัวเอง คนใกล้ชิด และคนในครอบครัว หากเห็นนักท่องเที่ยวไม่ปฏิบัติตามกฎ ไม่สวมหน้ากากอนามัย สถานบริการทำผิด หละหลวมมาตรการ ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ไม่เข้มงวดปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ขอให้ประชาชนเป็นกระบอกเสียงสำคัญ
สธ.มั่นใจไทยคุมยอดติดเชื้อ-ตายได้
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้ชุมนุมพีมูฟที่ชุมนุมข้างทำเนียบฯหลายราย กระทรวงสาธารณสุขต้องเข้ามาคัดกรองหรือไม่ว่า เข้าใจว่ากทม. เป็นผู้ดูแล ขณะนี้สิ่งที่ดีที่สุดคือ ทำตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่สถานการณ์ระบาดทั่วประเทศ โดยเฉพาะวันนี้ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงขึ้นนั้น ตนยังเชื่อว่าจะค่อยๆลดลง อย่างไรก็ตาม วันนี้เน้นการดูแลผู้ป่วยหนัก และยังยืนยันว่าจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตยังอยู่ในจำนวนที่ดี ยังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ ส่วนที่สหรัฐอเมริกามีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงขึ้นทั้งที่เชื้อโอมิครอนมีอาการไม่รุนแรงนั้น ต้องดูรายละเอียด อย่างที่สหรัฐฯมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และวิถีใช้ชีวิตไม่เหมือนเรา คนไทยยังให้ความร่วมมืออย่างดี โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย ทำให้การติดเชื้อยังอยู่ในระดับที่เราคุมได้
คลัสเตอร์ปาร์ตี้ต้นตอหลักแพร่เชื้อ
“ส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อมา มาจากการรวมตัวกัน การปาร์ตี้สังสรรค์ ตรงนี้ยอมรับว่ายังมีอยู่ เพราะทุกคนถือว่าฉีดวัคซีนกันแล้ว ระวังกันเต็มที่แล้ว เหมือนเป็นการคัดกรองชั้น 1 แล้ว ย้ำว่าวันนี้เรื่องวัคซีนไม่ใช่ปัญหา แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการรวมตัวเฮฮาปาร์ตี้ การสังสรรค์ ได้รับรายงานว่าขณะนี้เป็นคลัสเตอร์หลัก มาจากกิจกรรมเหล่านี้”พญ.อภิสมัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ประสานกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการดูแลการสอบทีแคสแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขฉีดวัคซีนให้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแล และกระทรวงสาธารณสุขได้ให้มาตรการ อย่างไรก็ตาม ขอให้รักษามาตรการสุขอนามัยส่วนบุคคล เมื่อมีการฉีดวัคซีน ตรวจคัดกรองด้วย ATK ก่อนเข้าสอบแล้ว ก็สามารถดำเนินการได้
ยังไม่ประกาศเป็นโรคประจำถิ่น
ถามถึงว่า สถานการณ์ระบาดขนาดไหนถึงจะปรับให้เป็นโรคประจำถิ่นได้ นายอนุทินชี้แจงว่าต้องดูหลายปัจจัย ทั้งเรื่องอัตราป่วยหนัก การเสียชีวิต ติดเชื้อ จำนวนผู้ได้รับวัคซีน รวมถึงความร่วมมือที่ได้รับ หากตัวเลขไม่กระโดดขึ้นสูงนัก เชื้อจะค่อยๆลดความรุนแรงลง แต่การที่จะประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่นได้ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าจะประกาศพรุ่งนี้ ตอนนี้เป็นเพียงเป้าหมายและแนวทาง ทุกคนจะได้มีการวางแผนล่วงหน้าในการประกอบอาชีพ
นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ครบรอบประชุมศูนย์ EOC ของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องโควิด -19 รอบ 2 ปี รวมประชุมกว่า 411 ครั้ง ยืนยันขณะนี้สธ.ยังไม่ได้ประกาศให้โควิด -19 เป็นโรคประจำถิ่น เป็นเพียงการวางหลักเกณฑ์ ไว้ในอนาคตว่า 6 เดือนจากนี้ หากไม่มีการกลายพันธุ์ต้องปฏิบัติอย่างไร ความสามารถในการรักษาพยาบาล การรับรู้ของประชาชน เชื่อว่า ไม่เกินปีนี้ หากสถานการณ์คงที่ก็สามารถประกาศได้
นายกฯมั่นใจเทสต์แอนด์โกพร้อมรับนทท.
ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มั่นใจทุกระบบของไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้เข้ามาในประเทศไทยในรูปแบบ Test and Go อีกครั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาได้เร็วที่สุด หลังรัฐบาลตัดสินใจระงับไปเมื่อปลายปี 2564 เพราะเกิดโควิดสายพันธุ์โอมิครอนระบาด เชื่อมั่น แพทย์และระบบสาธารณสุขไทยพร้อมรับมือหากเปิด Test and Go อีกครั้ง คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางข้าไทยทั้งปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านคน สร้างรายได้ 4.8 แสนล้านบาท
สั่งผู้ว่าฯคุมเข้มชายแดนสกัดหนีเข้าปท.
นอกจากนี้ นายกฯยังสั่งการกระทรวงมหาดไทยให้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด เน้นย้ำนายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีช่องทางผ่านแดนที่เป็นช่องทางธรรมชาติคุมเข้มทุกด่านให้ระวังป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงช่องทางธรรมชาติทุกแห่ง รวมทั้ง ขอให้เครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ทั้ง อสม. ฝ่ายท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมช่วยสอดส่องว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ หากพบ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะจนถึงขณะนี้ยังมีผู้พยายามลักลอบเข้าไทย เพื่อหางานทำอย่างผิดกฎหมายต่อเนื่อง
ชลบุรีป่วยเพิ่ม446คน-คลัสเตอร์ใหม่3รง.
สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ในหลายจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีรายงานว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 446 ราย 1.คนที่อาศัยในจ.ระยอง เข้ามารักษาในจ.ชลบุรี 36 ราย สะสม 682 ราย และจังหวัดอื่นสะสม 178 ราย 2.CLUSTER บริษัท อิโต้ (ประเทศไทย) จำกัด อ.บางละมุง 24 ราย สะสม 24 ราย 3.CLUSTER บริษัท ไทยไดโซแอโรโซล จำกัด อ.เมืองชลบุรี 10 ราย สะสม 10 ราย 4.CLUSTER บริษัท ซองซอล ไฮเทค จำกัด อ.ศรีราชา 3 ราย สะสม 3 ราย 5.อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 15 ราย 6.บุคลากรทางการแพทย์ 11 ราย 7.ให้ประวัติเดินทางมาจากต่างจังหวัด 7 ราย ดังนี้ กทม. 3 ราย ตราด 1 ราย เลย 1 ราย สุรินทร์ 1 ราย หนองคาย 1 ราย 8.สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน จากในครอบครัว 97 ราย จากสถานที่ทำงาน 71 ราย บุคคลใกล้ชิด 38 ราย ร่วมวงสังสรรค์ 4 ราย 9.สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 13 ราย 10.อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 117 ราย
ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนถึงวันนี้ (28 มกราคม)จ.ชลบุรี มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม 536,898 คน ซึ่งเดือนนี้มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 987 คน ปอดอักเสบ 3 ราย ใส่ท่อหายใจ 1 ราย และไม่พบผู้เสียชีวิต มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,851,157 คน เดือนนี้มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 6,702 คน ปอดอักเสบ 21 ราย ใส่ท่อหายใจ 2 ราย และเสียชีวิต 9 ราย ส่วนผู้ฉีดวัคซีน 1 เข็ม 93,170 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 384,746 คน รวม 477,916 คน เดือนนี้พบผู้ติดเชื้อฉีดวัคซีนไม่ครบ 338 คนและไม่ได้ฉีดวัคซีน 8,036 คน ปอดอักเสบ 24 ราย ใส่ท่อหายใจ 7 ราย และเสียชีวิต 10 ราย