เหิมหนักเผาอ้อยกลางดึก เขม่าปลิวว่อนเข้าบ้าน หน่วยงานเร่งแก้ไขอย่างจริงจังสักที บางคนทนไม่ไหว ย้ายบ้านหนี ปัญหาเรื้อรังมานาน
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
วันที่ 26 ม.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อว่า อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2 โพสต์ภาพนาทีขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้ป่าอ้อยอีกทั้งเขม่าซางอ้อยลอยคลุ้งเป็นหิมะดำลอยในอากาศปลิวเข้าในบ้านเรือนและหมู่บ้านจนได้รับความเดือดร้อนกันอย่างหนัก
พร้อมข้อความว่า ทุกข์ชาวบ้าน ก็ยังแอบเผาอีก ปัญหาที่น่าจะมีทางออกที่ดีทั้งสองฝ่าย จะทำกันอย่างไร ให้หมู่บ้านอยู่ร่วมกับชาวบ้านที่ทำไร่อ้อยได้ มานั่งคุยทำประชาคมข้อตกลงกันดีไหม หน่วยงานในพื้นที่รวมทั้งส่วนกลางขอให้รีบหาทางออกแก้ไขปัญหาด้วย พิกัดหมู่บ้านซีวิลเลจ 3 ไร่อ้อยอยู่ตรงข้ามหน้าหมู่บ้านพอดี เขตเทศบาล ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองบ้านบึง ได้รับแจ้งมีการขุดไฟเผาอ้อยบริเวณหลังหมู่บ้านดังกล่าว หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบพบว่ามีการจุดไฟเผาป่าอ้อยจริง เป็นป่าอ้อยขนาดใหญ่กว้างประมาณ 50 ไร่ถูกไฟไหม้จนวอดทั้งหมดแต่ไม่พบผู้ก่อเหตุในการจุดไฟเผา
ว่าที่เรือโท สมหมาย ชัยศิริ อายุ 38 ปี เปิดเผยว่า ตนได้ออกมาวิ่งออกกำลังกายพบชาย 3-4 คนเดินถือถังน้ำมันมาลากแล้วจุดไฟเผาป่าอ้อย โดยทั้งหมดไม่ได้พูดภาษาไทยก่อนจะวิ่งหายตัวไป ตนได้กลับเข้าบ้านเอาโทรศัพท์มือถือมาถ่าย แต่ด้วยความมืดจึงมองไม่เห็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งการเผาอ้อยในแต่ละครั้งทำความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งเขม่าลอยเข้าบ้านเศษซางอ้อยลอยปลิวเข้าบ้านและเป็นฝุ่นดำลอยในอากาศบ้างก็ลอยมาติดตามเสื้อผ้าที่ตากไว้ต้อง ลำบากมาซักตากใหม่ตน
อยากฝากให้ผู้เกี่ยวข้องได้ลงมาดูแลแก้ไขอย่างจริงจังสักที เพราะก่อนหน้าก็ออกข่าวไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดลงมาแก้ไขให้ประชาชนได้เลย ชาวบ้านก็เดือดร้อนกันถ้วนหน้า เพราะได้รับผลกระทบจากการเผาอ้อยของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยเป็นแบบนี้ทุกครั้ง
ด้านนายพิสุทธิ์ ทองปาน อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองบ้านสวน กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งจากทางตำรวจ สภ.บ้านบึงว่า มีเหตุเพลิงไหม้ป่าใกล้หมู่บ้านจึงรีบมาตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นเหตุไฟไหม้ป่าอ้อยที่ทำให้ชาวบ้านและประชาชนได้รับความเดือดร้อน เช่นเขม่าและเศษซางอ้อยลอยปลิวเข้าหมู่บ้านและบ้านเรือนของประชาชน ได้รับความเสียหายดังกล่าว
ล่าสุดที่หมู่บ้านสราญรมย์ ที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองบ้านบึง อำเภอบ้านบึง ที่ก่อนหน้านี้ได้รับความเดือดร้อนจากการเผาอ้อย และได้พบกับ นางสาวจิราภรณ์ พนมมรรค อายุ 25 ปี ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จากการเผาอ้อยแบบซ้ำซาก โดยได้พาไปที่บนห้องนอนชั้นสองของบ้าน เปิดหน้าต่างชี้ให้ดูว่า บ้านของเธอนั้นได้รับความเดือดร้อนแค่ไหน เพราะรั้วหลังบ้านนั้นอยู่ติดกับแปลงอ้อยที่เพิ่งจะเผาหมดไป และยังเหลืออีกแปลงที่ยังไม่ได้เผา และไม่รู้ว่าจะเผาเมื่อไร
นางสาวจิราภรณ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้เดือดร้อนมาก เพราะเหมือนถูกรมควัน ขนาดเวลานอนปิดบ้านปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด ควันก็ยังเข้ามาในตัวบ้าน ซึ่งปกติแล้วตัวเองก็เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว เมื่อเจอแบบนี้ยิ่งหายใจไม่ออก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหาแบบถาวร ตนซื้อบ้านที่นี่อยู่ ก็ต้องอยู่ไปตลอด แต่ก็มีเพื่อนบ้านบางหลังทนไม่ไหวประกาศขายบ้านไปก็มี
ขณะที่ นายพิสิษฐ สิริสวัสดินุกูล นายอำเภอบ้านบึง หลังทราบข่าวได้รีบเดินทางเข้ามาดูความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมพูดคุยกับประชาชนในหมู่บ้าน พร้อมกำชับว่าทางอำเภอ ตำรวจ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะการเผาอ้อย นั้นผิดกฎหมาย แต่ที่ผ่านมา ผู้ที่เผานั้นเลือกในเวลากลางคืน เมื่อจุดไฟเผาก็มักจะหายตัวไป
ทางเจ้าของที่ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นตนเผา ทางอำเภอ จึงได้กำชับขอให้ตำรวจ ช่วยตรวจป้องกัน ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวอ้อย เพราะหากพบกระทำความผิดซึ่งหน้าก็สามารถจับกุมได้ทันที โดยทางอำเภอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อได้รับแจ้งมีการเผาอ้อย ก็ได้ประสานไปทางรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาล ไปช่วยดับไฟทันที