สืบเตาปูนจับหนุ่มเข็นผักตลาดสี่มุมเมืองหัวใสหลอกซื้อขายโทรศัพท์ อ้างโอนเงินเกิด ให้เหยื่อโอนคืน ตามสืบพบเป็นบัญชีไรเดอร์ สุดซวยถูกจ้างมารับโทรศัพท์ กลับต้องรอเก้อ หอบเงินเหยื่อไปให้โจร รับสารภาพติดพนัน ทำมาตั้งแต่อายุ 17 ปลอมเฟซหลอกไปเรื่อยๆ ได้วันละร่วมแสนบาท
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ต.ท.สุรเดช ฉัตรไทย รอง ผกก.สส.สน.เตาปูน พร้อมด้วย พ.ต.ท.จำลอง สาดสูงเนิน สว.สส.สน.เตาปูน และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.เตาปูน ร่วมกันจับกุม นายกรภัทร หรือบอย อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.42/2565 ลงวันที่ 21 มกราคม 2565 ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน ได้มีผู้เสียหายแจ้งว่ามีคนร้ายหลอกซื้อโทรศัพท์ไป โดยพฤติการณ์ของคนร้ายจะทำทีสนใจซื้อโทรศัพท์ที่ได้โพสต์ขายโทรศัพท์ ไอโฟน 13 Pro max ต่อมาได้มีเฟซบุ๊กชื่อ “บอย ป่าวเนี่ย” ทักแชตเข้ามาเสนอซื้อในราคา 37,000 บาท และนัดหมายเจอกันที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือแถวบางซ่อน แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายบอยได้ขอเปลี่ยนสถานที่ซื้อเป็นที่ร้านโทรศัพท์ที่ชั้น 2 ห้างโลตัสประชาชื่น
เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายบอยอ้างว่าไม่ได้อยู่ที่ร้าน ให้ผู้เสียหายนำโทรศัพท์ไปขายให้คนหน้าร้าน เมื่อไปถึงพบนายณัฏฐ์ เจ้าของร้านโทรศัพท์ จึงได้มอบโทรศัพท์ให้เจ้าของร้านตรวจเช็ก หลังจากนั้นนายณัฏฐ์ได้ถ่ายเอาบัตรประชาชนของผู้เสียหาย จากนั้นนายณัฏฐ์ได้โอนเงินไปบัญชีธนาคาร ชื่อ น.ส.ชลธิชา เป็นจำนวนเงิน 37,000 บาท โดยที่ผู้เสียหายไม่ได้รับเงิน จึงรู้ว่าถูกนายบอยหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้าย
พ.ต.ท.สุรเดชเปิดเผยว่า หลังรับแจ้งได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา น.ส.ชลธิชา สอบถามเรื่องดังกล่าว น.ส.ชลธิชาแจ้งว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้มีเฟซบุ๊กชื่อ “บอย ป่าวเนี่ย” ทักเข้ามาสั่งซื้อครีมทาหน้าในราคา 1,000 บาท จากนั้นได้ขอเลขบัญชีธนาคารของ น.ส.ชลธิชา และแจ้งว่าขอไปเอาเงินเข้าบัญชีก่อน ต่อมาในเวลาประมาณ 14.16 น. เฟซบุ๊กดังกล่าวได้ทักแชตเข้ามาแจ้งว่าโอนเงินค่าสินค้าเกินไปให้โอนกลับมาให้ที่บัญชีธนาคารของนายสุเมธ น.ส.ชลธิชาหลงเชื่อจึงได้โอนเงินคืนไปหลังจากหักค่าสินค้าแล้ว เป็นเงิน 28,920 บาท
เมื่อทราบเส้นทางการเงิน จึงได้สืบสวนต่อจนพบว่า เจ้าของบัญชีคือ “นายสุเมธ” มีอาชีพขับไรเดอร์รับ-ส่งสินค้า ในวันดังกล่าวได้มีลูกค้าให้ไปรับโทรศัพท์โดยโอนเงินเข้าบัญชีตนเองจำนวน 28,920 บาท แต่ไปรอเป็นเวลานานก็ไม่มีใครเอาสินค้ามาให้ จึงบอกยกเลิกงานกับลูกค้าและจะขอโอนเงินคืน ทางลูกค้าออกอุบายว่าตอนนี้โทรศัพท์ที่ใช้สำหรับรับโอนเงินอยู่กับแฟน ไม่สามารถรับโอนได้ จึงให้ไรเดอร์กดเงินสดและนำเงินสดไปส่งที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ แถวคูคต เมื่อถึงเวลานัดหมายคนร้ายนั่งรถแท็กซี่มารับเงินและจ่ายค่าจ้างตนเอง จากนั้นก็แยกย้ายจากกัน
พ.ต.ท.สุรเดชเปิดเผยต่อว่า สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ ได้ก่อเหตุลักษณะนี้จำนวนมาก โดยเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2565 ได้ก่อเหตุหลอกซื้อ-ขายโทรศัพท์ ที่ห้างเกตเวย์ สาขาบางซื่อ ท้องที่ สน.เตาปูน จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าพฤติการณ์การก่อเหตุมีลักษณะเดียวกัน และคนร้ายได้ให้ไรเดอร์กดเงินสดที่หลอกมาได้ ไปส่งที่ตลาดสี่มุมเมือง จึงได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดจุดที่มีการส่งมอบเงินกัน จนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ นายกรภัทร หรือหนุ่ม หรือบอย จึงได้นำภาพของคนร้ายให้นายสุเมธได้ตรวจสอบดู และยืนยันว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่มารับเงินจากตนเองที่บริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่แถวคูคต เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565
จากการตรวจสอบพบว่า เดิมทีนายกรภัทรทำอาชีพเข็นส่งผักผลไม้ที่ตลาดสี่มุมเมือง ทดลองเล่นการพนันฟุตบอลออนไลน์ ได้เงินดีรวดเร็วและไม่ต้องทำงานเหนื่อย จนช่วงหลังไปเล่นพนันบาคาร่า จนติดการพนันออนไลน์อย่างหนัก จึงเป็นเหตุให้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายในรูปแบบต่างๆ เช่น หลอกขายของแบรนด์เนมแล้วไม่ส่งมอบสินค้า หลอกซื้อ-ขายโทรศัพท์ ได้ก่อคดีในลักษณะนี้มาตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยใช้เฟซบุ๊กปลอมเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ บางวันหลอกได้ 3-4 ราย ได้เงินร่วมแสนบาทต่อวัน มีผู้เสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่ามีหมายจับของ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และ สภ.เมืองเลย จ.เลย อีกด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายกรภัทร ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่