เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา – วอนช่วย 2 พี่น้องยอดกตัญญู เดินเท้าวันละเกือบ 10 กิโลเมตรเก็บขวดพลาสติกขายหาเงินช่วยแม่จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าไฟ ลั่นอยากเรียนหนังสือ หวังโตขึ้นได้เป็นตำรวจ เผยแต่ละวันยังต้องช่วยงานหลวงตาที่วัดแลกข้าว นมให้แม่และน้อง
วันนี้ (1 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามชีวิต 2 พี่น้องยอดกตัญญูใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ประกอบด้วย ด.ช.พงศกร จุลกระโทก อายุ 9 ปี หรือตาต้า และ ด.ช.ศรเพชร จุลกระโทก อายุ 10 ปี หรือโตโต้ หลังผู้คนในโลกออนไลน์ได้พากันแชร์ภาพขณะ 2 เด็กชายกำลังเดินเก็บขวดตามถังขยะ และตามถนนสายจอมเทียน กระทั่งมีผู้คนที่ผ่านมาเห็นส่งเงินให้คนละ 100 บาท เพื่อซื้อข้าวกิน
เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึง ได้พบ 2 พี่น้องกำลังนั่งพักเอาแรงอยู่ริมถนนสายจอมเทียนสาย 2 โดยมีรถเข็นเก่าๆ 2 คัน ที่มีถุงกระสอบใบใหญ่ซึ่งภายในบรรจุขวดพลาสติก และสิ่งของต่างๆ อยู่เต็มคัน โดยในครั้งแรก เด็กทั้ง 2 คนยังมีอาการหวาดระแวง และไม่กล้าพูดคุยกับผู้สื่อข่าว
กระทั่งเกิดความไว้ใจจึงเล่าว่า แม่กำชับไม่ให้พูดคุยกับคนแปลกหน้า และห้ามไม่ให้ขึ้นรถไปกับคนที่ไม่รู้จัก ที่สำคัญเด็กทั้ง 2 คนไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนกับเด็กทั่วไป เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และปัจจุบันทางบ้านยังถูกตัดไฟมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ทั้งคู่จึงขออาสาออกมาเก็บขวดและของเก่าขายเพื่อหาเงินช่วยแม่
และบอกอีกว่า ในแต่ละวันจะต้องเดินเท้าเข็นรถเข็นไปตามถนนเลียบชายหาดจอมเทียน และถนนจอมเทียนสาย 2 รวมระยะทางประมาณ 9-10 กิโลเมตร เพื่อเก็บสิ่งของตามถังขยะ
ขณะที่ “น้องโตโต้” ผู้เป็นพี่เล่าว่า ในแต่ละวันตนเองและน้องชายจะต้องตื่นแต่เช้าเดินไปยังวัดบุญกาญจนราม ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเช่าประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อช่วยงานหลวงตา แลกกับข้าว และนมกล่องเพื่อนำมาให้แม่และน้องกิน
จากนั้นในช่วงสายจะพากันเดินหาของเก่าและขวดพลาสติกจนถึงเวลาประมาณบ่าย 3 โมง จึงจะเดินทางกลับบ้านเพื่ออาบน้ำแต่งตัวกลับไปช่วยงานหลวงตาที่วัด และจะกลับเข้าบ้านนอนในช่วงค่ำ และยังบอกอีกว่าเมื่อถูกตัดไฟตนเอง และน้องต้องนอนกับแบบร้อนๆ และถูกยุงกัดเพราะไม่มีทั้งไฟ และพัดลมช่วย
ส่วนเรื่องการเรียนนั้นก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยเรียนที่โรงเรียนห้วยใหญ่ แต่เนื่องจากโรงเรียนอยู่ไกล และที่บ้านไม่มีรถรับส่ง แม่จึงให้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเนินพลับหวาน แต่เนื่องจากเป็นการย้ายกลางเทอมจึงไม่สามารถเข้าเรียนได้ แต่ทั้งคู่มีความหวังว่าในเทอมหน้าอาจจะได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป แต่เนื่องจากฐานะยากจนจึงไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วจะได้กลับเข้าสู่โรงเรียนหรือไม่
“ไม่รู้จะได้เรียนหลังสืออีกหรือเปล่า หนูอยากเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นๆ เขา และมีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นตำรวจ” น้องโตโต้ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังพูดคุยกับเด็กทั้ง 2 คน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเช่าภายในซอยจุฬารัตน์ เทพประสิทธิ์ อ.บางละมุง เพื่อพูดคุยกับ นางน้ำอ้อย จุลกระโทก อายุ 43 ปี ผู้เป็นแม่ได้บอกว่า ดีใจที่ลูกทั้ง 2 คนพยายามช่วยหาเงินแบ่งเบาภาระครอบครัวด้วยการตระเวนเก็บขวดพลาสติกมาให้ขาย
และยังบอกอีกว่า ตนเองได้พยายามสั่งสอนลูกทั้ง 2 ไม่ให้หยิบหรือขโมยของของใครโดยเด็ดขาด และห้ามขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้า รวมทั้งระหว่างเดินหาขวดให้ระวังถูกรถชนด้วย ส่วนข้าวที่มีกินทุกวันเพราะลูกทั้ง 2 คน พากันไปช่วยงานหลวงตาที่วัดจนได้ข้าวกลับมา
นางน้ำอ้อย ยังบอกอีกว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 8 คน โดย น้องโตโต้ และตาต้า เป็นพี่น้องสุดท้อง ยอมรับว่าครอบครัวมีฐานะยากจนและต้องเช่าบ้านอยู่อาศัยในราคา 4,000 บาทต่อเดือน ขณะที่สามีเพิ่งได้งานเป็น รปภ. ซึ่งขณะนี้ที่บ้านถูกตัดไฟจึงต้องใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก
และจากการสอบถาม พระรพีพงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาสวาส วัดบุญกาญจนราม ทราบว่าเด็กชายทั้ง 2 คนเป็นเด็กดี กตัญญูรู้คุณ ทำให้ทางวัดอนุญาตให้เข้ามาช่วยงานเพื่อจะได้นำอาหารที่พระบิณฑบาตมาได้กลับไปให้ครอบครัว พร้อมยังฝากวอนไปยังผู้ใจบุญที่พอมีกำลังช่วยอุปการะส่งเสียเด็กทั้ง 2 ให้ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไปเพื่อให้มีอนาคตที่ดีขึ้น