01 ต.ค. 2565 | 05:51:46
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 กันยายน 2565
>> ตำรวจ 300 นาย รักษาความปลอดภัยรอบศาลรัฐธรรมนูญ
11.00 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ข้อมูลการข่าวขณะนี้ ทราบว่ามีกลุ่มผู้ที่จะมารอรับฟังคำวินิจฉัยที่ศาล จึงประสานกับพนักงานศาลเพื่อวางกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณ พร้อมขยายเขตอำนาจศาลและประกาศให้พื้นที่รอบศูนย์ราชการอาคารA เป็นพื้นที่ควบคุมตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนถึงวันที่ 3 ต.ค. เพื่อให้การฟังคำพิพากษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้ประสาน บช.น.และสน.ทุ่งสองห้อง วางกำลังตำรวจ 300 นาย ซึ่งเป็นไปตามมาตรการเดียวกันกับการวินิจฉัยทุกครั้งที่ผ่านมา
สำหรับการชุมนุมที่สกายวอล์คปทุมวัน เป็นพื้นที่ของ สน.ปทุมวัน และแยกราชประสงค์ พื้นที่ของ สน.ลุมพินี ได้รับรายงานจาก ผกก.สน.ลุมพินี และ ผกก.สน.ปทุมวัน ว่ามีการแจ้งจัดการชุมนุม ก็ขอให้ผู้จัด ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เงื่อนไขและกรอบเวลาที่ทำเรื่องไว้ เพราะยังมีข้อบังคับตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาควบคุม เบื้องต้นมีการเตรียมกำลังตำรวจไว้เพียงพอต่อการดูแลสถานการณ์ ขอให้ผู้ที่จะออกมาชุมนุม ให้ศึกษาสิทธิและหน้าที่ให้ดี เพราะหากมีการปิดถนน ประชาชนก็จะได้รับผลกระทบ
>> เปิดแนวทางการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 หลังปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง 1 ต.ค.นี้
12.00 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 หลังมีการปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป สปสช. ยืนยันการรักษาพยาบาลได้ตามสิทธิฟรี ครอบคลุมทั้งสิทธิบัตรทอง สิทธิข้าราชการและสิทธิประกันสังคม โดยเป็นการดูแลรักษาตามอาการและตามดุลยพินิจแพทย์ ได้แก่ การรักษาแบบเจอ แจก จบ กรณีไม่มีอาการ ยังคงรับการรักษาในรูปแบบของ telehealth ผ่าน 4 แอปพลิเคชันตามปกติ โดยพบแพทย์ทางไกล วินิจฉัยอาการและจัดส่งยาทางไปรษณีย์ สามารถรับยารักษาโควิดตามอาการกับร้านยาที่เข้าร่วมโครงการกับ สปสช. ยกเลิกการแจกชุดตรวจ ATK ผ่านแอปเป๋าตัง หากไปโรงพยาบาลแล้วแพทย์พิจารณาให้ตรวจคัดกรอง จะไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยที่มีอาการหนักสามารถรับการรักษาเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาลตามสิทธิ และการใช้สิทธิ UCEP Plus กระทรวงสาธารณสุขปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้
กำหนดให้เฉพาะผู้ป่วยโควิดที่มีอาการเจ็บป่วยวิกฤต (สีแดง) สามารถใช้สิทธิ UCEP Plus เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุกแห่งได้ และไม่มีเงื่อนไข 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งต้องมีอาการเจ็บป่วยวิกฤตตามเกณฑ์ UCEP Plus เช่น มีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทางเดินหายใจอุดกั้น หายใจหอบเหนื่อย หรืออาการอื่นๆ ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 อาการสีเหลือง เช่น กลุ่ม 608 ที่ไม่มีอาการ จะไม่ครอบคลุมสิทธิ UCEP Plus แต่สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลตามสิทธิสุขภาพของตนได้
>> ยอดผู้ติดเชื้อโควิด ประจำวัน
12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ว่า เบื้องต้นมีผู้ป่วยรายใหม่ (รักษาตัวใน รพ.) 839 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยในประเทศ 839 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 9 ราย
>> นนทบุรี เร่งเสริมแนวกระสอบทราย หลังน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงต่อเนื่อง
13.30 น. เนื่องจากในวันนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าท่วม วัด โรงเรียน และบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้างตลอดทั้งแนวที่อยู่ใกล้กับริมแม่น้ำเจ้าพระยา 10 กิโลเมตร นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี พร้อมด้วยน.อ.สวาท นิมยมเหตุ รองนายกเทศมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณสูงขึ้น และกำชับให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเสริมแนวกั้นกระสอบทรายให้แข็งแรงและสูงขึ้น รองรับกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้เดินเรือขนาดใหญ่ขับเรือด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากคลื่นจะกระทบกับบ้านเรือนประชาชน
>> กทม.กำชับ 17 เขต เฝ้าระวัง-ตรวจสอบแนวเขื่อน “อิทธิพลน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน” ส่งผลระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น
14.00 น. นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมแนวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ หรือจุดที่ไม่มีเขื่อนป้องกันถาวร เช่น จุดพื้นที่เอกชน ท่าเรือ ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด และยกของขึ้นที่สูงในช่วงที่น้ำขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับทั้ง 17 สำนักงานเขตที่ดูแลพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังจุดอ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรวจสอบแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วม หากพบจุดที่มีแนวรั่วซึมให้ซ่อมแซมโดยใช้สอบทราย พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงของแนวกระสอบทรายที่ทำไว้เป็นแนวป้องกันชั่วคราวในจุดที่เป็นฟันหลอเข้าไปดูแลชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้ข้อมูลแจ้งเตือน เตรียมพร้อมย้ายสิ่งของ ปลั๊กไฟขึ้นที่สูง รวมทั้งประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ให้ได้รับความสะดวก เป็นต้น
>> โจรบุกเดี่ยว ชิงทองกลางห้างเมืองเลย ของกลางน้ำหนักรวม 55 บาท
14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุ คนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 40-50 ปี สวมเสื้อยืดแขนดำ แถบขาว กางเกงวอร์มสีดำ รองเท้ากีฬาผ้าใบ สวมหมวกแก๊ปสีดำ สะพายกระเป๋าแบบสะพายข้างสีดำ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด ก่อเหตุชิงทรัพย์ทองรูปพรรณร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ของ อ.เมืองเลย จ.เลย
เบื้องต้น ของกลางที่ได้ เป็นทองรูปพรรณ น้ำหนักทอง 3 บาท จำนวน 9 เส้น ทองหนัก 2 บาท จำนวน 6 เส้น ทองหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น และทองหนัก 50 สตางค์ จำนวน 12 เส้น รวมทองหนัก 55 บาท หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปทางหน้าห้าง ขึ้นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ยี่ห้อเอ็มจี สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปทางตัวเมืองเลย
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย ทราบเหตุ ได้วิทยุเร่งสกัดคนร้ายตามถนนที่คาดว่าคนร้ายขับรถผ่าน
>> ส่งมอบหน้าที่ ผบ.ตร. มั่นใจ “บิ๊กเด่น” จะเป็นผู้นำสีกากีคนใหม่สมศักดิ์ศรี
15.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ใหม่ ได้ขึ้นแท่นรับการเคารพ และเดินตรวจแถวกองเกียรติยศ จากนั้นได้วางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 และถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9 ก่อนเดินเข้าพิธีในห้องศรียานนท์ อาคาร 1 ตร. โดยมีข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบ.ตร. และ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าร่วมในพิธี
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า “เชื่อมั่นว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ จะปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร. เป็นผู้นำของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมศักดิ์ศรี สัมฤทธิ์ผล เป็นประโยชน์แก่ราชการ ขอกราบอาราธนาขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ และข้าราชการตำรวจทุกคน สามารถปฏิบัติหน้าที่ ฟันฝ่าอุปสรรค ทั้งหลาย ทั้งปวงไปได้ เพื่อชาติบ้านเมือง ให้มีความสุข ความเจริญ ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง”
จากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ฯ ได้เดินออกจากห้องศรียานนท์ และเดินลงบันไดลงมายังหน้าอาคาร 1 ระหว่างทางมีตำรวจทั้งชายหญิงยืนตั้งแถวพร้อมกับถือดอกกุหลาบมอบให้กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น บรรยากาศชื่นมื่น ตื้นตัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ ได้ไหว้ขอบคุณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ ก่อนที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ จะขึ้นรถออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปอย่างสมเกียรติ
>> ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยชี้ขาด พล.อ.ประยุทธ์ รอดปมวาระ 8 ปี นั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อ
15.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย คำร้องของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ กรณีดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี
ศาลเห็นว่า ผู้ถูกร้องได้รับพระบรมราชโองการการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2557 แต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีบทเฉพาะกาลที่ระบุให้ ครม. ที่เป็น ครม. ก่อนมีรัฐธรรมนูญนี้ เป็น ครม. ตามรัฐธรรมนูญนี้ ศาลจึงพิจาณาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 264 วรรค1 มีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ
-ยืนยันถึงหลักความต่อเนื่อง แม้จะเป็น ครม. ตามรัฐธรรมนูญฉบับอื่น แต่ถือเป็น ครม.ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้
-เพื่อให้อยู่ใต้กฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 โดยหากไม่ได้บัญญัติยกเว้นไว้ก็ให้ถือบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้เมื่อ 6 เมษายน 2560 การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของผู้ถูกร้อง จึงเป็นการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ จะต้องถือเอาวันเริ่มต้นของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเป็นวันเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องจึงยังดำรงตำแหน่งไม่ครบตามกำหนด และความเป็นนายกรัฐมนตรียังไม่สิ้นสุดลง ส่วนการเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 24 ส.ค.2557 ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตาม รัฐธรรมนูญ 2560 เพราะได้รับการแต่งตั้งจากสภานิติบัญญัตแห่งชาติไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎร ต้นไป
>> ปิดศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ หลังเปิดมา 477 วัน ให้บริการไปแล้ว 6.5 ล้านโดส
18.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนังและ ผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เดินทางไปร่วมพิธีปิด “ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ” โดยมีผู้บริหาร สธ. เจ้าหน้าที่สถาบันโรคผิวหนัง และประชาชนเข้าร่วมกว่า 1 พันคน
โดย นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ทุกคนฝันถึง แม้จะใจหายบ้างหลังทำงานที่มีเกียรติในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนมายาวนาน เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 64 จวบจนวันนี้ 477 วัน ให้บริการประชาชนไปแล้วกว่า 3.5 ล้านคน ฉีดวัคซีนรวมกว่า 6.5 ล้านโดส เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์โควิด 19 อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง
ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการให้บริการ ก่อนจะปิดอย่างเป็นทางการ จึงมาร่วมกันส่งเจ้าหน้าที่ทุกคนทั้งภาครัฐและเอกชน จาก 251 หน่วยงาน จิตอาสารวมกันกว่า 7,000 คน ที่มาร่วมบริการประชาชนในศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ที่ถือเป็นฮีโร่ในสถานการณ์โควิด ให้ได้กลับที่ตั้ง ถือเป็นการประกาศความสำเร็จในการต่อสู้ กับโควิด ซึ่งจากนี้ประชาชนยังรับวัคซีนได้ปกติที่สถานพยาบาลทุกแห่ง
>> หนุ่มใหญ่วัย 44 ขี่รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า กู้ภัยเร่งทำ CPR ไม่เป็นผล
19.10 น. กู้ภัยสว่างรัตนฯจุดเมืองสระบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนเสาไฟฟ้าริมทาง บริเวณถนนบายพาส กุดนกเปล้า-พระฉาย ก่อนถึงจุดกลับรถเคอรี่ ต.กุดนกเปล้า อ.เมือง จ.สระบุรี
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สปาร์ค สีขาว ทะเบียน สระบุรี ลักษณะเฉี่ยวชนกับเสาไฟฟ้าก่อนจะพลิกคว่ำ ความรุนแรงทำให้ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นชาย 1 ราย ไม่รู้สึกตัวและไม่มีชีพจร เลือดออกจำนวนมาก อาสากู้ภัยสว่างรัตนฯ เร่งปฐมพยาบาล ดำเนินการทำ CPR ในจุดเกิดเหตุ ประสานขอรถกู้ชีพร่วมสนับสนุน แต่ไม่เป็นผล ยืนยันเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นาย พรชัย อายุ 44 ปี ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอยสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี
>> รถจักรยานยนต์ Z-800 เสียหลักชนเสาไฟ สภาพรถพังยับ ส่วนผู้ขับขี่เสียชีวิตที่ รพ.
20.10 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา ทีมงานบายพาสชุด 3 เกิดอุบัติเหตุ ถนนหนองปรือ-เขาชี ซอย 19 บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนบ้านวังค้อ ม.6 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ แซด-800 สีขาว ทะเบียน -2934 ชลบุรี ลักษณะเฉี่ยวชนเสาไฟข้างทาง สภาพรถเสียหายอย่างหนัก ส่วนผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและหมดสติ อาสากู้ภัยเร่งทำการปั๊มหัวใจ เพื่อรอทีมกู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จฯศรีราชา เข้าสนับสนุน และทีมกู้ชีพได้เคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง
และเวลา 21.20 น. รับแจ้งว่าผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสารทราบชื่อ นายสุรเชษฐ์ อายุ 21 ปี ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของ สภ.หนองขาม
>> แผ่นดินไหว ขนาด 5.7 ทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย
02.28 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 5.7 แมกนิจูด ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 463 กม. ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง และลุกลามบ้านข้างเคียง
02.31 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ เลขที่ 46 ซอยประชาอุทิศ 56 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
ประกอบกิจการ สำหรับพักอาศัย ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ของบ้านเลขที่ 46 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดและลุกลามบ้านข้างเคียงเลขที่ 48 เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ
>> รถจยย.พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต
03.22 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุ ถนนคลองหลวง คลอง 2 บริเวณใกล้เคียงหมู่บ้าน อินนิซิโอ้ คลองหลวง จ.ปทุมธานี
โดยที่เกิดเหตุเป็น รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอ็กแม็กซ์ สีแดง ทะเบียน -6669 กทม. เสียหลักพลิกคว่ำ เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อต่อมา นาย นัฐวัฒน์ อายุ 32 ปี พื้นที่ สภ.คลองหลวง
>> รถจยย.พลิกคว่ำ พจอ.วัย 35 เสียชีวิต
04.01 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู แจ้งอุบัติเหตุ ถนนศรีสมาน ใกล้เคียงทางเข้าสวนสมเด็จ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน กทม.เสียหลักพลิกคว่ำ ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส อาสากู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ พันจ่าอากาศตรี อธิวัฒน์ อายุ 35 ปี พื้นที่ สภ.ปากเกร็ด
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 622,712,306 ราย รักษาอาการดีขึ้น 602,525,308ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,548,142 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 98,180,710 ราย เสียชีวิต 1,084,402 คน (เพิ่มขึ้น 120 คน)
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 44,588,798 ราย เสียชีวิต 528,629 คน (เพิ่มขึ้น 18 คน)
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 35,391,211 ราย เสียชีวิต 155,112 คน (เพิ่มขึ้น 34 คน)
4. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 34,706,757 ราย เสียชีวิต 686,027 คน (เพิ่มขึ้น 49 คน)
5. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 33,312,373 ราย เสียชีวิต 149,948 คน (เพิ่มขึ้น 140 คน)
ประเทศไทยอยู่อันดับ 29 ของโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,681,309 ราย (เพิ่มขึ้น 839ราย) เสียชีวิต 32,767 คน (เพิ่มขึ้น 9 คน)
Share this: