Chonburi Sponsored

เสี่ยอสังหาฯชลบุรี มาที่ปั๊ม หวังขอโทษเด็ก แต่ไม่เจอ ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เสี่ยอสังหาฯชลบุรี มาที่ปั๊ม หวังขอโทษเด็ก แต่ไม่เจอ ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ

จากที่ นายอนุพงษ์ โชติพงษ์ อายุ 23 ปี เด็กปั๊ม ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เอกชัย มูลสี สว.(สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง ที่ สภ.พลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า จากกรณีที่เด็กปั๊มได้เติมน้ำมันให้รถยนต์เก๋งยี่ห้อลัมโบร์กินี สีแดง หมายเลขทะเบียน ขง 7 ชลบุรี แล้วทำให้ฝาปิดถังน้ำมันรถยนต์คันดังกล่าวกระเด็นใส่ข้างๆ รถ ทำให้คนขับรถยนต์ที่เป็นชายไม่พอใจ แล้วได้ใช้หลังมือตบที่บริเวณใบหน้าของตน จำนวน 1 ครั้ง ทำให้ผู้แจ้งได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนสาย 331 ฝั่งจากทางห้วยใหญ่มุ่งหน้าแยกเกษมพล ม.5 พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยนำคลิปวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน ซึ่งภายหลังได้ส่งตัวแทนเข้ามาขอโทษและให้ค่าทำขวัญกับเด็กปั๊มดังกล่าวจนไม่ติดใจเอาความกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ซึ่งล่าสุดเจ้าของรถดังกล่าวทราบชื่อคือ นายบอย อายุ 34 ปี เสี่ยอสังหาริมทรัพย์ ได้เดินทางมาที่ปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุเพื่อจะขอโทษกับเด็กปั๊ม ผู้จัดการ เจ้าของปั๊ม กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ไม่พบเด็กปั๊มดังกล่าวโดยทางปั๊มได้แจ้งว่าออกเวรแล้ว

ทางด้าน นายบอย จึงได้กล่าวขอโทษทางผู้จัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับเรื่องดังกล่าว ที่เกิดขึ้นเมื่อวานยอมรับผิดทั้งหมดไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความควบคุมอารมณ์ไม่ทัน สิ่งที่น้องทำเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ซึ่งวันนี้ตั้งใจมาขอโทษน้องด้วยตัวเองแต่คลาดกัน ต้องขอโทษน้อง ครอบครัวของน้อง ขอโทษสังคมที่เป็นตัวอย่างไม่ดี ยินดีรับผิดชอบยอมรับผิดทั้งหมด ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุคือตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ทัน แต่เมื่อขึ้นรถแล้วก็รู้สึกผิด ซึ่งที่จริงตนแค่จะเอาทิชชูไปเช็ดเฉยๆ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนก็รีบไปงานประชุม 2 ที่ แล้วไปงานศพต่อ ที่จริงตั้งใจขอโทษตั้งแต่เมื่อวานพยายามติดต่อมาแต่ก็ติดต่อไม่ได้จึงให้เพื่อนขับรถมาขอโทษก่อน ก่อนที่จะมาขอโทษในวันนี้แต่คลาดกัน ซึ่งยังไงก็จะขับรถมาขอโทษอีกครั้ง ทั้งน้อง ผจก. เจ้าของปั๊ม และทุกคน ที่เป็นตัวอย่างไม่ดีต่อสังคม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้