“ครม.” ไฟเขียวต่อสัญญาการทำงาน “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการ กกท.” วาระที่ 2 เรียบร้อยแล้ว มีวาระการทำงานจนถึงปี 2569 พร้อมอนุมัติให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33
จากการที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติต่อสัญญา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กกท. อีก 1 วาระ ในการประชุมครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 23 ก.พ.65 ที่ผ่านมา และได้นำเรื่องให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบนั้น
“บิ๊กก้อง” ต่อสัญญาผู้ว่าฯกกท.อีก 4 ปี
ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย มั่นใจไทยจัด “เวิลด์เกมส์” ได้
ผู้ว่า กกท.มั่นใจลูกยางสาวมีลุ้นตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2024
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 39/2565 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. อีกวาระ ตามมติ บอร์ด กกท. ในการประชุมครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 23 ก.พ.65 ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอแล้ว
“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี เริ่มต้นวาระแรกจากปี พ.ศ. 2561 ถือเป็นผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คนที่ 2 ที่ได้มีการต่อวาระการทำงานในหน้าที่นี้เป็นวาระที่ 2 ซึ่งเป็นการทำงานวาระละ 4 ปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยผู้ว่าการ กกท. คนแรก ที่ได้รับการต่อวาระที่ 2 ก่อนหน้านี้ คือ “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ที่ทำงานในช่วงปี พ.ศ. 2549-2557
ขณะที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ยังได้มีมติที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาที่เกี่ยวข้องอีกเรื่องคือเรื่องการเห็นชอบให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี พ.ศ. 2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอมา กรอบวงเงินงบประมาณค่าใช้จ่ายรวม 2,055 ล้านบาท แบ่งเป็น ขอรับสนับสนุนจากงบประมาณ 1,683 ล้านบาท, รายรับจากฝ่ายสิทธิประโยชน์ 200 ล้านบาท, ค่าจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน 20 ล้านบาท, ค่าลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ 134 ล้านบาท และค่าลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 16 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะมีจังหวัดเป้าหมายที่จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เช่น สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี, จังหวัดชลบุรี เช่น ศูนย์กีฬาภาคตะวันออก บางละมุง, จังหวัดนครราชสีมา เช่น สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา, จังหวัดภูเก็ตและสงขลา เช่น สนามกีฬาสุระกุล และสนามกีฬาติณสูลานนท์ และกรุงเทพมหานคร เช่น สนามราชมังคลากีฬาสถาน สนามศุภชลาศัย พร้อมกันนี้ ระหว่างการประชุม ได้มีการเสนอเพิ่มกลุ่มจังหวัดเป้าหมายอีก 1 พื้นที่ คือกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนองและสตูล
ส่วน สนามสำหรับพิธีเปิดและพิธีปิด จะต้องมีความจุตั้งแต่ 20,000 ที่นั่งขึ้นไป ส่วนการถ่ายทอดสดการแข่งขันจะขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
คอนเทนต์แนะนำ


อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline