คดีลูกสาวแจ้งจับพ่อเนื่องจากไม่พอใจที่นำแมวที่ฝากแม่ดูแลไว้ไปปล่อยจนทำให้แมวถูกรถชนตาย จึงร้องไปยังมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ช่วยเรื่องกฎหมาย ซึ่งทางมูลนิธิยืนยันคดีนี้ฟ้องได้แม้เป็นคดี”อุทลุม” เพราะจะร้องให้อัยการฟ้องแทน ส่วนทางพ่อล่าสุดออกมาชี้แจงเรื่องนี้
ย้อนไปดูเรื่องนี้เปิดเผยหลังหญิงชื่อ เม นามสมมุติ วัย 24 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ให้ดำเนินคดีกับพ่อวัย 69 ปี หลังขโมยแมวชื่อ ฮาชิ อายุ 7 ดือน ที่เธอเลี้ยงไว้ไปปล่อยทิ้งจนถูกรถชนตาย
จากข้อมูลของเม เธอเล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังเธอต้องไปธุระที่กรุงเทพ จึงฝากแมวไว้กับแม่ โดยแมวจะอาศัยอยู่นอกบ้าน เนื่องจากปกติเธอไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่ออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียว เพราะทนพ่อที่มีอารมณ์โมโหร้ายชอบพูดจาหยาบคายไม่ได้ แต่ยังติดต่อพูดคุยอยู่กับแม่
พ่อชี้แจง ปมลูกแจ้งจับ เอาแมวสุดรักไปปล่อย ถูกรถชนตาย
ลูกฉุนจัด แจ้งจับพ่อ เหตุเอาแมวสุดรักไปปล่อย แล้วถูกรถชนตาย
ต่อมาพบว่าแมวหายไป เมื่อตรวจสอบอุปกรณ์แอร์แท็กที่ติดไว้พบโลเคชั่นว่าอยู่อีกซอย จึงออกตามหา ซึ่งตอนนั้นได้ถามพ่อแล้วว่าเห็นแมวหรือไม่ ก็ตอบว่าไม่เห็น จึงโพสต์โซเชียลตามหา และมีคนให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุเห็นได้ยินหมาเห่า และกำลังไล่กัดแมว จึงไปช่วยแมว ระหว่างนั้นมีรถพ่วงข้างขี่มาแล้วบอกว่า เป็นแมวของตัวเอง
จากนั้นก็นำแมวใส่รถไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้อง เมื่อออกไปดูก็พบว่าแมวกระโดดออกจากรถพ่วงข้างแล้วโดนรถชน ตอนนั้นยังไม่ตาย คนที่เห็นเหตุการณ์จึงไปนำแมวมา จากนั้นรถพ่วงข้างก็วนกลับมาเอาแมวขึ้นรถไป ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นก็ยังสงสัยว่าไม่น่าจะใช่เจ้าของแมวจริงเพราะไม่มีอาการเสียใจ และมีคนเห็นคนขับรถพ่วงข้างเอาแมวไปโยนทิ้งที่ป่าหญ้าจุดสุดท้ายที่จีพีเอสแสดง
ซึ่งตอนแรกเธอไม่ทราบว่า รถพ่วงข้างเป็นของใคร ต่อมาแม่โทรมาบอกพ่อสารภาพว่าเป็นคนเอาแมวไปปล่อยวัดทำให้โดนรถชนตาย และยังเอาแอร์แท็กไปทิ้งน้ำ ทำให้เธอเสียใจมาก และต้องการแจ้งความเอาผิดเพราะอยากให้พ่อรู้ในสิทธิของคนอื่นบ้าง
ด้านผู้เป็นพ่อ 69 ปี เล่าว่า มีอาชีพขายลูกชิ้น หลังลูกสาวนำแมวมาฝาก แมวมักจะรบกวนขณะทำลูกชิ้น กัดลูกชิ้นเสียหายหลายครั้ง ประกอบกับช่วงนี้ขายของไม่ดี ทุนก็ไม่มี ทำให้โมโห จึงนำแมวขึ้นรถพ่วงข้างที่ใช้ขายของเพื่อนำไปปล่อย
แต่ให้ข้อมูลต่างจากลูกสาวว่า แมวได้กระโดดลงจากรถพ่วงข้างจนถูกรถจักรยานยนต์ที่วิ่งตามมาชนแล้ววิ่งหนีเข้าข้างทาง ตนก็เลี้ยวรถไปจับแมวขึ้นมาจะพาไปโรงพยาบาล แต่แมวก็กระโดดออกจากรถอีกครั้งจนถูกรถยนต์ชนซ้ำ
เมื่อพลเมืองดีมาเห็นก็ช่วยจับแมวใส่รถ ตนตั้งใจจะพาไปส่งรักษา แต่แมวก็ตายระหว่างทาง จึงได้เอาไปทิ้งข้างทางไม่กล้าเอากลับมาบ้านเพราะกลัวภรรยา และ ลูกสาวจะต่อว่ายอมรับว่ารู้สึกเสียใจที่ลูกแจ้งจับ แต่ก็ได้ไม่โกรธลูก ซึ่งเมื่อคืนตำรวจได้เรียกไปสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะที่ผู้เป็นพ่อพูดคุยกับนักข่าวนั้น ทางแม่ก็ได้ตะโกนมาว่า “จะพูดไรก็คิดถึงจิตใจลูกบ้าง”
ด้านฝ่ายกฎหมายมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ระบุว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากฝ่ายลูกสาวว่าต้องการดำเนินคดีกับพ่อ ก็ได้ให้คำปรึกษาและประสานทางกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีทั้งในส่วนของคดีลักทรัพย์และคดีทารุณกรรมสัตว์ถือเป็นคดีอาญา ยอมความไม่ได้ ซึ่งในส่วนข้อหาทารุณกรรมสัตว์นั้นมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนที่เป็นคดี “อุทลุม” นั้น คือลูก จะฟ้องบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ที่สืบสายโลหิตโดยตรงไม่ได้ กรณีนี้จะร้องให้อัยการฟ้องแทน
ฝ่ายกฎหมายมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ยังระบุว่า กรณีนี้ทราบว่า ฝ่ายลูกสาวนั้นรักแมวที่เลี้ยงไว้มาก และมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับพ่ออยู่แล้ว เพราะไม่ได้เลี้ยงดูกันมา ส่วนแม่ก็มาเป็นพยานในคดีให้ โดยลูกสาวยืนยันอยากให้พ่อได้รับบทเรียนจากการกระทำครั้งนี้ และจะไม่ยอมความ
อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline