วันที่ 21 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 , กก.สส.ภจว.ชลบุรี และ สภ.บ้านบึง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.บช.ภ.2 พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.บช.ภ.2 พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้ศึก ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.บ้านบึง พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.ประจักษ์พงษ์ สุริยา รอง ผกก.ฯ , พ.ต.ท.นรามินธร์ เทพจักรินทร์ รอง ผกกฯ , พ.ต.ต.เอกกร วรรณทอง สวฯ , พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สว.ฯ พ.ต.ต.อสวรรธน์ ศิระเวรินทร์ สวฯ, ร.ต.อ.สุธีร์ ณ พัทลุง, ร.ต.อ.มนตรี บุญเมือง , ร.ต.ท.ปัญญา กล้าหาญ กับพวก และ เจ้าพนักงานตำรวจ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ประกอบด้วย พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จิตต์สุนทร สว.สส.ฯ กับพวก และ เจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี ประกอบด้วย พ.ต.ต.สุวินัย กุ้ยบำรุง สว.ฯ , ร.ต.อ.อุเทน พินิจลึก พร้อมกับพวก ร่วมกันจับกุม
พร้อมของกลางเงินสดเป็นธนบัตรไทย ฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 2,970 ใบ, ฉบับละ 500 บาท จำนวน 387 ใบ และ ฉบับละ 100 บาท จำนวน 1,000 ใบ รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 3,263,500 บาท, โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่หน้าห้องพักเลขที่ 112 ชั้น 1 หอพัก ถ. เพชรเกษม 35/1 แขวง บางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจฯ”
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวถึงพฤติการณ์จับกุมว่า กล่าวคือ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2565 เวลาประมาณ 11.55 น. ขณะ นายกฤษชพัฒน์ คนขับรถ และ น.ส.ประภาภรณ์ บุญมีสนม พนักงานบัญชีของ บริษัท พีเจ ชลบุรี พาราวูด จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ ได้มาเบิกเงินที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านบึง จำนวน 3,500,000 บาท โดยแบ่งใส่กระเป๋าเป้ 3,460,000 บาท นายกฤษชพัฒน์ฯ เป็นผู้ถือ และใส่กระเป๋าสะพาย 40,000 บาท น.ส.ประภาภรณ์ฯ เป็นผู้ถือ ทั้งสองคนได้นำเงินเดินไปที่จอดรถที่อยู่ด้านหลังธนาคาร ขณะที่อยู่บนรถได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดข้างรถแล้วเอาอาวุธปืนออกมาข่มขู่และชกต่อย นายกฤษชพัฒน์ฯ พร้อมกับด่าว่าเป็นชู้กับเมียคนร้าย นายกฤษชพัฒน์ฯ จึงได้ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีไป คนร้ายจึงได้หยิบเอากระเป๋าเป้ซึ่งมีเงิน 3,460,000 บาท ที่วางอยู่บนรถ ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจสืบ ภ.2 สืบ จังหวัดชลบุรี และ สืบ สภ บ้านบึง ได้ร่วมกันสืบสวนจนพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ ถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในป่าข้างถนน จากการตรวจสอบพบว่าผู้ครอบครองรถคือ นายจตุพล บุญมีสนม ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของ น.ส.ประภาภรณ์ฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหายเอง และหลังเกิดเหตุ น.ส.ประภาภรณ์ฯ ก็ได้หลบหนีไป วิเคราะห์ว่าทั้งสองคนรู้เห็นกันในการก่อเหตุชิงทรัพย์ในครั้งนี้ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับ นายจตุพลฯ และ น.ส.ประภาภรณ์ฯ ต่อศาลจังหวัดชลบุรีเอาไว้ และร่วมกันสืบสวนติดตามตัวมาโดยตลอด จนต่อมาทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้หลบหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่หอพัก แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ที่หอพักดังกล่าว
จากการตรวจค้นพบเงินสดที่ได้จากการกระทำความผิด จำนวนรวม 3,263,500 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง อยู่ภายในห้องพักของผู้ต้องหาทั้งสอง โดย น.ส.ประภาภรณ์ฯ ให้การยอมรับว่า รู้เห็นกับ นายจตุพลฯ น้องชายที่มาก่อเหตุชิงทรัพย์ในครั้งนี้จริง เหตุผลที่ร่วมกันก่อเหตุครั้งนี้มาจากต้องการช่วยเหลือน้องชายหาเงินเนื่องจากน้องชายเป็นหนี้ไฟแนนท์รถอยู่ และต้องการเงินไปสร้างเนื้องสร้างตัวกัน จึงวางแผนร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนนายจตุพลฯยอมรับว่าเห็นโอกาสที่จะสามารถเอาเงินได้ พี่สาวจึงมาบอกให้มาทำทีชิงเงิน โดยนัดหมายเวลาที่ชัดเจนล่วงหน้าไว้แล้วว่า ประมาณ ก่อนเที่ยง วันที่ 20 กันยายนนี้ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งให้พนักงานสอบ
สวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ดำเนินการตามกฎหมา
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 กล่าวว่าคดีนี้คนร้ายลงมืออุกอาจตอนกลางวัน โดยมีการออกอุบาย เป็นคดีที่สนใจของประชาชน จึงได้มีการบูรณาการกำลังฝ่ายสืบสวนของ ภ.2 จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายทั้งหมดได้ พร้อมด้วยเงินสดของกลาง โดยได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ในการสืบสวนหาตัวคนร้ายใช้เวลาเพียง 1 วัน ผู้ต้องหาทั้ง 2 มีมูลเหตุจูงใจ เพราะอยากได้เงินไปก่อร่างสร้างตัวในวิธีการผิดๆ จึงต้องหมดอนาคต ทั้งที่ 2 คนไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน