วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.15 น.
เตือนฝนถล่มถึง21ก.ย.
ทั่วไทยระวังท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
รบ.สั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือ
‘ประยุทธ์’ลุยตรวจน้ำท่วมระยอง
ผู้ว่าฯกทม.ประกาศภัยพิบัติ
พื้นที่6แขวงในเขตลาดกระบัง
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนทั่วไทย ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากยาวถึง 21 กันยายนนี้ ระวังฝนตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก โฆษกรัฐบาลขอให้ทุกหน่วยงานพร้อมรับมือ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้าน “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ระยองช่วยปชช. หลังน้ำยังท่วมสูง 3 เมตรขณะที่ “ชัชชาติ” ผู้ว่าฯกทม. ประกาศให้6 แขวง ในเขตลาดกระบัง เป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 2 เรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17–21กันยายน 2565)ว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ส่งผลทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และมีลมกระโชกแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มในระยะนี้ไว้
อุตุฯเตือนทั่วไทยยังมีฝนตกหนัก
สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ดังนี้ ภาคเหนือ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจ.หนองคาย เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จ.นครสวรรค์อุทัยธานี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรีพระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร รวมทั้งกทม.และปริมณฑลภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา
อันดามัน-อ่าวไทยมีคลื่นลมแรง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
รัฐบาลขอให้ทุกหน่วยงานรับมือ
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงวันที่ 17-21 กันยายน 2565ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งรัฐบาลจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นทุกด้านทั้งติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม โดยปรับแผนระบายน้ำจากเขื่อนและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำ และบริหารพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิงหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากมวลน้ำที่จะไหลหลากมายังบริเวณพื้นที่เสี่ยง เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ บูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ขึ้น
ย้ำมีแผนบริหารสอดรับสถานการณ์
นายอนุชา กล่าวต่อว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนโดยวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และมีการปรับแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) วางแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มีการจัดทำ 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 เช่น คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าปกติ รวมจุดเฝ้าระวัง/เสี่ยงอุทกภัย 750 จุด ทั้งประเทศ ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำ แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 25 แห่ง ขนาดกลาง 412 แห่ง และเขื่อนระบายน้ำ 32 แห่ง บึงธรรมชาติ 2 แห่ง เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ 5,382 หน่วยทั่วประเทศ และตรวจความมั่นคงปลอดภัย คัน/ทำนบดิน/พนังกันน้ำแล้วเสร็จ 649 แห่ง ความยาวรวม 6,440 กิโลเมตร เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยง
‘บิ๊กตู่’รุดตรวจเยี่ยมพื้นที่ระยอง
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระยอง โดยทางรอง ผวจ.ระยอง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 บรรยายสรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผอ.ชลประทาน จ.ระยอง บรรยายเรื่องการบริหารจัดการน้ำ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปยังศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยโรงเรียนเทศบาลทับมา เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัย ก่อนจะลงเรือของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เยี่ยมผู้ประสบภัยที่หมู่บ้านแดนใหม่ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค
เร่งช่วยปชช.น้ำท่วมสูงถึง3เมตร
ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง น้ำยังคงท่วมสูงกว่า 3 เมตร ที่หมู่บ้านศักดิ์ทิพย์แดนใหม่วิลล่า และหมู่บ้านอยู่สบาย โดยทางเทศบาล ต.ทับมา กู้ภัย และจิตอาสา ร่วมกับกำลังทหารจากทัพเรือภาคที่ 1 ใช้รถยกสูงและเรือท้องแบน คอยรับส่งประชาชนและส่งอาหาร น้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยติดเตียง รวมทั้ง 8 หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้มีผู้อพยพแล้ว 6,530 ครัวเรือน
รร.5แห่งยังปิดการเรียนต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันมวลน้ำจากคลองทับมา ไหลลงพื้นที่ต่ำเอ่อเข้าท่วมเขตเทศบาลนครระยอง บริเวณศูนย์การค้าสตาร์ระยอง ต.ท่าประดู่ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ บริเวณด้านหลังติดถนนราชชุมพล (ถนน ค.2) น้ำท่วมขยายวงกว้างไปทั่วศูนย์การค้าดังกล่าวระดับน้ำสูงกว่า 50เซนติเมตร ทำให้โรงเรียนกวงฮั้ว ที่มีน้ำท่วมขังถนนหน้าโรงเรียน สั่งปิดการเรียนการสอนไปตั้งแต่วันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา และมีโรงเรียนอื่นๆ อีก 4 แห่ง คือโรงเรียนวัดเกาะลอย โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมาทาราม โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง และโรงเรียนเซนต์โยเซฟระยอง ได้ปิดการเรียนการสอนตามไปด้วยจากสถานการณ์น้ำท่วม
ผู้ว่าฯกทม.ประกาศเขตประสบภัย
อีกด้านหนึ่ง เพจเฟซบุ๊กกทม.โพสต์ข้อความว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ได้ออกประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกทม.เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่เขตลาดกระบังมีสาระสำคัญระบุว่า ด้วยได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกทม.และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่เขตลาดกระบัง เกิดอุทกภัยตั้งแต่ 8 กันยายน 2565 ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมขัง ปัญหาการจราจร สร้างความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน บ้านเรือน การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก ตลอดจนพื้นที่การเกษตรและสิ่งสาธารณะได้รับความเสียหาย สำหรับเขตลาดกระบัง 6 แขวง ได้แก่ แขวงลาดกระบัง แขวงคลองสามประเวศ แขวงคลองสองต้นนุ่น แขวงลำปลาทิว แขวงทับยาว และแขวงขุมทอง มีผลกระทบต่อสาธารณชน และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550
งัดแผนป้องกันฯใช้บังคับตามกม.
ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 2564–2570 จึงประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 2564-2570 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกทม.หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป