สผ. จับมือกรมป่าไม้- ปตท. ร่วมปลูกป่า ลดโลกร้อน มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หวังปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์-หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองตะเคียน อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยว่า สผ. ได้ดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามวิสัยทัศน์ในการสร้างความสมดุลให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนควบคู่กับการดูแลสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการฟื้นฟู เพิ่มพื้นที่สีเขียว
ดังนั้นสผ. จึงจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม และกิจกรรมปลูกป่าพื้นที่ป่าต้นน้ำ ลดวิกฤติสภาวะโลกร้อน ลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ร่วมกับกรมป่าไม้ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 8-9 ก.ย. 65 ในพื้นที่จ.ชลบุรี – ระยอง
นอกจากนี้ได้จัดกิจกรรมปลูกป่าที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองตะเคียน อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ด้วยเล็งเห็นว่าการปลูกป่าในพื้นที่ต้นน้ำจะสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพพื้นที่แหล่งต้นน้ำ และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ปัญหาโลกร้อนที่เป็นวาระสำคัญระดับโลก รวมถึงช่วยรักษาฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติ และคืนความสมดุลให้กับความหลากหลายทางชีวภาพด้วย
อย่างไรก็ตามในการจัดกิจกรรมปลูกป่าต้นน้ำครั้งนี้ นอกจาก สผ. จะมุ่งหวังที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยังคิดเป็นโอกาสในการสานสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
นายพิรุณ กล่าวอีกว่า นอกจากกิจกรรมปลูกป่าต้นน้ำแล้ว สผ.ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม ที่โรงแรมอักษร จ.ระยอง โดยบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “ทิศทางการเติบโตทางด้านอุตสาหกรรมพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี กับปัญหาสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม” และ “เรื่องการปลูกป่าเพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำและแหล่งดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และประโยชน์ทางคาร์บอนเครดิต”
โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรของสผ. กรมป่าไม้ และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เรื่องนี้ถือว่าค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย การให้ความรู้ในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาสในตลาดคาร์บอน เร่งลดการปล่อยคาร์บอน สร้างโอกาสธุรกิจสีเขียว แปลงคาร์บอนเครดิตเป็นรายได้ เพื่อสร้างความสามารถการแข่งขันให้อยู่รอด พัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย ไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคตต่อไป
อย่างไรก็ตามพื้นที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่เคยออกใบอนุญาตให้สัมปทานปลูกไม้ยูคาลิปตัส แต่ปัจจุบันไม่มีการต่อใบอนุญาตสัทปทานดังกล่าว กรมป่าไม้ในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่จึงต้องดำเนินการฟื่นฟู พื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์โดยเร็ว ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวยังพบว่าเป็นเส้นทางเดินของช้างป่า ที่มาจากเขาอ่างฤไน ด้วย