จากร่องมรสุมที่พัดผ่านไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ ทำให้น้ำห้วยสรอยไหลหลากทะลักท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ หมู่ 1, 6 และ 10 ต.สรอย อ.วังชิ้น บ้านเรือนเสียหาย 20 หลัง ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า ชาวบ้านบางรายอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว
ด้านนายอธิพงษ์ ตันศิริ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอแกลง จ.ระยอง รับแจ้งจากนายเสรี เจริญรื่น นายก อบต.วังหว้า ว่า เกิดดินจากภูเขาสไลด์ลงมาทับบ้านและรถยนต์ของชาวบ้าน และมีต้นไม้หักโค่นทับเสาไฟฟ้า ในพื้นที่บ้านเขาหินแท่น-เขาคอก หมู่ 10 ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบชาวบ้านมารวมตัวกันอยู่ในจุดปลอดภัย จุดดินสไลด์ที่เชิงเขาหินแท่น มีต้นยางพาราโค่นหลายร้อยต้นไหลลงมาทับบ้าน และรถกระบะ 1 คัน และรถเก๋ง 1 คัน เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮและเครื่องจักรเข้าเคลียร์พื้นที่
ขณะเดียวกัน น้ำป่าไหลเข้าท่วมถนนหลายสาย เช่นถนนสาย 344 แกลง-บ้านบึง น้ำไหลเข้าท่วมระดับน้ำสูงถึงเอวต้องปิดการจราจรชั่วคราว ส่วนใน ต.กระแสบน มีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านพักคนงานชาวพม่าต้องขนข้าวของออกจากบ้านย้ายไปอยู่โรงเรียนวัดหนองกันเกรา รถยนต์และรถ จยย.จมน้ำหลายสิบคัน ที่ อ.วังจันทร์ เกิดน้ำท่วม ถนนสาย 344 ช่วง กม.79 เป็นระยะทาง 200 เมตร เลยไฟแดงลงมาทาง อ.แกลง ทั้ง 2 ฝั่งถนนต้องปิดการจราจรเช่นกัน ส่วน ต.พลง ตาเอี่ยม บ้านชุมนุมในเขตติดต่อ ต.กระแสบน น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง มีรายงานจาก อบต.ตะบง มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและมีน้ำท่วมขังเส้นทางจราจรหลายจุดในพื้นที่ ต.ตะพง อ.เมืองระยอง แจ้งเลี่ยงเส้นทางถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปทาง ต.บ้านเพ มุ่งหน้าไป จ.จันทบุรี ให้ใช้เส้นทางถนนเลียบหาดเลียบชายทะเล เนื่องจากน้ำท่วมขัง
ด้าน ร.ต.ต.ส่งเสริม ศิริสุวรรณ รอง สวป.สภ.สำนักทอง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุรถรับส่งนักเรียนติดอยู่กลางสายน้ำเชี่ยวมีนักเรียนอยู่ภายในรถ 9 คน ที่ถนนสายสำนักทอง-กระเฉด หมู่ 1 ต.สำนักทอง อ.เมืองระยอง ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศลเข้าให้ความช่วยเหลือ พบรถสองแถวเตรียมไปส่งนักเรียน 9 คน ที่โรงเรียนศรีนครินทร์ ระหว่างทางเกิดน้ำป่า นักเรียนพยายามวิ่งลงจากรถ แต่ถูกสายน้ำซัดไปไกล 1 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยไว้ทัน ขณะเดียวกันยังมีนักเรียนติดค้างอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ใช้เชือกมัดตัวรถโยงสายยึดกับเสาไฟฟ้าข้างทาง เข้าไปช่วยนักเรียนเข้าฝั่งอย่างทุลักทุเล ทั้งหมดปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีรถตู้รับส่งนักเรียนโรงเรียนตากสินจมน้ำ เจ้าหน้าที่เร่งเข้าไปช่วยเด็กนักเรียนออกมาจากรถอย่างปลอดภัย

ที่ ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อ่างทอง ช่วงเช้าตรู่วันที่ 7 ก.ย. เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาทองหลาง ไหลเข้าโรงเรียนบ้านเขาทองหลาง หมู่ 14 ต.ไผ่เขียว ข้าวของเครื่องใช้ลอยน้ำประกอบด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การเรียนการสอน สมุด หนังสือเรียน และนมโรงเรียนเสียหายหมด หลังน้ำลดครู นักเรียน และชาวบ้านช่วยกันเก็บของทำความสะอาด ส่วนเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่เขียวนำรถฉีดน้ำมาฉีดล้างพื้น ขณะที่นายสายชล ไชย์คชสีห์ ผู้ใหญ่บ้านทองหลาง หมู่ 14 ต.ไผ่เขียว ไปช่วยพระและแม่ชีที่สำนักสงฆ์พระชนกน้ำท่วมสูงถึงเอว ห้องครัว ตู้เย็น และเครื่องครัวจมน้ำเสียหาย รวมถึงพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ปลูกข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเสียหายไปกว่า 2,000 ไร่

ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เกิดฝนตกกระหน่ำน้ำไหลลงมาสะสม และระบายไม่ทันเอ่อล้นท่วมหลายจุดโดยเฉพาะถนนไร่กล้วย-นาพร้าว บริเวณหมู่บ้านเดอะพลัส หมู่ 5 ต.สุรศักดิ์ มีน้ำเอ่อท่วมขึ้นมาบนพื้นผิวการจราจร ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่าและไหลเชี่ยว รถเล็กสัญจรลำบากและบางจุดไม่สามารถขับผ่านได้ สำหรับ จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วม 8 อำเภอ 97 ตำบล 510 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 19,275 ครัวเรือน รวมพื้นที่การเกษตร 7,801 ไร่ ไม้ผลและไม้ยืนต้น 7 ไร่
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนายโบว์แดง ทาแก้ว ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ และ ร.ต.อ.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ร่วมประชุมหาแนวทางการแก้ไขน้ำท่วมขัง ปัญหาหลักคือเครื่องสูบน้ำที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์จำนวน 20 เครื่องเสียไม่สามารถใช้งานถึง 10 เครื่อง ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า พล.ต.ท.คำรณวิทย์สั่งการให้ระดมเครื่องสูบน้ำของ อบจ.ไปติดตั้งที่สถานีสูบน้ำ เพื่อเร่งผลักดันน้ำคลองรังสิตลงแม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจพื้นที่น้ำท่วมขัง หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันพบว่าชุมชนหมู่บ้านประชานิเวศน์ 3 และ 4 ชุมชุนซอยสามัคคี 58 ชุมชนซอยทานสัมฤทธิ์ ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากฝนที่ตกลงมามีปริมาณมาก ทำให้น้ำท่วมขังไม่สามารถระบายได้ทัน มีระดับน้ำสูง 30 ซม.ส่วนซอยแยกย่อยที่มีพื้นต่ำกว่าถนนสายหลักมีน้ำท่วมสูง 50-60 ซม. บางจุดน้ำดันฝาท่อเปิดออก ทำให้ประชาชนที่สัญจรเดือนร้อน ป้าสมศรี อายุ 60 ปี ชาวบ้านหมู่บ้านประชานิเวศน์ 3 กล่าวว่า หากน้ำยังท่วมขังแบบนี้หลายวันอาจส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่ต้องเดินลุยน้ำออกไปทำงาน หรือมีโรคที่จะตามมาจากน้ำที่ผุดขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไข
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ มีฝนตกหนักโดยทั่วไป ปริมาณฝนรวมสูงสุดที่จุดวัดคลองบางบัว เขตบางเขน 178 มม. จุดวัดสำนักงานเขตหลักสี่ 124 มม. จุดวัดสำนักงานเขตพญาไท 99 มม. จุดวัดสำนักงานเขตห้วยขวาง 93 มม. จุดวัดสถานีสูบน้ำรัชดา-วิภาวดี เขตจตุจักร 90.5 มม. ส่งผลให้น้ำท่วมขังบนถนนสายหลักในความรับผิดชอบ 17 จุด
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า คืนวันที่ 6 ก.ย.ฝนตกหนักมาก โดยเฉพาะแถวบางเขนฝนตกมากกว่า 170 มิลลิเมตร (มม.) ถือว่าเป็นฝนที่ตกหนักในรอบ 20 ปี ทำให้น้ำในคลองเพิ่มขึ้น ตั้งแต่คลองลาดพร้าวไปจนถึงคลองเปรมประชากรมีระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การระบายน้ำพื้นที่ต่างๆทำได้ยาก จุดน้ำท่วมหลักคือบริเวณวงเวียนบางเขน เป็นจุดที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า สิ่งที่ทำได้คือการเร่งระบายน้ำออกให้มากที่สุด เพราะด้านเหนือของกรุงเทพฯ ทางฝั่ง จ.ปทุมธานีมีน้ำมากเช่นกัน ขณะนี้แต่งตั้งนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์แล้ว รวมทั้งรองปลัด กทม.ที่คุมโซนพื้นที่ต่างๆต้องลงบัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 ชั่วโมงล่วงหน้า ต้องนำรถเครื่องมือลงพื้นที่ก่อนเลย ทั้งรถซ่อมและรถลากต้องอยู่ประจำในพื้นที่
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สั่งการให้ตำรวจจราจรทุกพื้นที่เตรียมรับมือฝนตกหนัก หวั่นเกิดน้ำท่วมขังในเส้นทาง ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต ให้ทุกหน่วยออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมรสุม จะส่งผลกระทบจนถึงวันที่ 9 ก.ย. ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ และน้ำท่วมขังในเส้นทางการจราจร กำชับให้ทุกหน่วยระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน
ขณะที่ พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักใน กทม.และปริมณฑล เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ย. กระทรวงกลาโหม หน่วยทหารทุกเหล่าทัพ ที่มีที่ตั้งใน กทม.และปริมณฑลกระจายกำลังเครื่องมือช่างและเครื่องสูบน้ำ ตามสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม สนับสนุนทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ และจิตอาสา เข้าเร่งเปิดทางน้ำระบายน้ำท่วมขังในชุมชนและเส้นทางต่างๆที่เป็นปัญหาการจราจร จัดยานพาหนะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทาง จัดชุดช่างเข้าช่วยเหลือรถยนต์ที่เครื่องยนต์ดับตามเส้นทางน้ำท่วมขัง ทั้งนี้กำลังทหาร จิตอาสา และเครื่องมือช่างของหน่วยทหารยังคงกระจายกำลังสนับสนุนมาตรการป้องกันน้ำท่วมของ กทม.และจังหวัดปริมณฑล บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบฝนตกหนัก กำชับให้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ทำงานเชิงรุกรับมือฤดูฝนที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ มีข้อสั่งการเพิ่มเติม 7 ข้อ ดังนี้ ในพื้นที่ กทม. ให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงาน มอบหมายให้มีผู้ประสานงานติดตามกับกรุงเทพฯ ให้แก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ ให้เฝ้าระวังระบบระบายน้ำของประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ และบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม รายงานปริมาณน้ำฝนรวมถึงขีดความสามารถในการรับน้ำ เพื่อสร้างความเข้าใจและง่ายต่อการปฏิบัติการระบายน้ำทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ให้ประเมินสถานการณ์น้ำจากทุกแหล่ง ทั้งปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำในเขื่อน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และระดับน้ำทะเลหนุนตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบความพร้อมและประสิทธิภาพแนวกระสอบทราย และหากมีสิ่งใดต้องดำเนินการเร่งด่วน และติดขัดให้รายงานรองนายกรัฐมนตรีทันที
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาว ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ควรหลีกเลี่ยงเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 ก.ย.นี้