เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา - ยังไม่ฟื้นท่องเที่ยวพัทยา แม้รัฐบาลจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ภาคธุรกิจยังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก จนนายก PBTA ต้องยื่นหนังสือตรงถึงเมืองพัทยา ขอปรับลดค่าจัดเก็บภาษีอากรต่างๆ และค่าสาธารณูปโภค หวังแบ่งเบาค่าใช้จ่าย
เมื่อเร็วๆ นี้ นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา (PBTA) เป็นตัวแทนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยื่นหนังสือต่อ นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ในฐานะตัวแทนนายกเมืองพัทยา เพื่อให้พิจารณาปรับลดค่าจัดเก็บภาษีอากรประเภทต่างๆ และค่าสาธารณปูโภค
ประกอบด้วย 1.การจัดเก็บภาษีที่เมืองพัทยาเป็นผู้ดูแล และขอให้จัดเก็บในอัตรา 10% 2.ค่าจัดเก็บขยะติดเชื้อ ซึ่งปัจจุบันเก็บกิโลกรัมละ 25 บาท โดยให้จัดเก็บเท่ากับอัตราของโรงพยาบาลบางละมุงที่ 11-13 บาท และ 3.ค่า FT ไฟฟ้าขอให้ลดหย่อนโดยหยุดเก็บค่า FT และเก็บตามอัตราที่ใช้จริง
ทั้งนี้ ในเนื้อหาของหนังสือระบุว่า ตามที่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี ได้เผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2562 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและแรงงานเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปชะลอการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและการลงทุนในพื้นที่
อีกทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งเป็นตลาดหลักของพัทยาซึ่งหายไปเป็นเวลานาน ทำให้ธุรกิจภาคท่องเที่ยวเกิดวิกฤตทางการเงินจนต้องปิดตัวทั้งแบบถาวร และชั่วคราว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวต่างๆ ที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ในสภาพยากลำบาก
ขณะที่บางกิจการรายรับไม่พอที่จะจ้างพนักงานจากปัญหาการขาดสภาพคล่อง และหนี้สินเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อพยุงกิจการ
“และถึงแม้ว่าสถานประกอบการต่างๆ จะได้กลับมาเปิดอีกครั้งแต่ต้องประคองให้ธุรกิจอยู่รอดในช่วงเปิดประเทศ สมาคมฯ จึงขอให้หน่วยงานรัฐช่วยประคองให้พ้นในช่วงแรกไปก่อนและรอให้สถานการณ์ดีขึ้น รวมทั้งรอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้นพอที่จะมีเงินเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจและการจ่ายภาษีต่างๆ รวมทั้งขอให้พิจารณาออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในเรื่องการปรับลดค่าจัดเก็บภาษีอากร และค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ” นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าว
ด้านนายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ในเบื้องต้นเมืองพัทยาจะรับเรื่องจากสมาคมฯ และนำข้อเรียกร้องเข้าหารือกับคณะผู้บริหารเมืองพัทยาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือดังกล่าวตามระเบียบ และอำนาจหน้าที่ที่เมืองพัทยาสามารถกระทำได้ต่อไป