21 ก.ค. 2565 | 05:46:44
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2565
>> จนท. ตรวจท่อมรณะ 3 ศพ พบก๊าซไข่เน่า – แอมโมเนีย ปริมาณสูง
09.00 น. พนักงานสอบสวน สน.บางนา เข้าตรวจสอบพื้นที่พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางนา, สำนักการโยธา, สำนักงานสิ่งแวดล้อม, กรมควบคุมโรค, กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุบ่อบำบัดน้ำเสียมรณะ 3 ศพ สำหรับที่เกิดเหตุเป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย มีลักษณะสีเหลี่ยม มีขนาดกว้าง3×4เมตร ลึกมากกว่า4เมตร อยู่ด้านหลังอาคารจอดรถของโครงการและแหล่งช็อปปิงแห่งหนึ่งย่านบางนา
โดยวิธีการตรวจสอบทางด้านกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการเปิดฝาท่อบ่อบำบัดน้ำเสีย จากนั้นหย่อยสายเซ็นเซอร์ของเครื่องก๊าซดีเทคเตอร์ หรือเครื่องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของก๊าซ ซึ่งจะหย่อนสายเซ็นเซอร์นั้นลงไปลึกจากผิวดินประมาณ 3 เมตร แต่จะอยู่เหนือผิวน้ำ 1 เมตร ซึ่งในบ่อมีประมาณน้ำสูง 80 ซม. สำหรับก๊าซที่ตรวจวัดหลักๆจะวัดค่าออกซิเจน ,ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ,และ แอมโมเนีย ซึ่งก๊าซเหล่านี้หากมีปริมาณมากจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย เป็นเหตุให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้
โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการหย่อนสายตรวจสอบปริมาณก๊าซในบ่อดังกล่าวทั้งสามระดับพบว่ามีปริมาณสูงอยู่ในระดับที่หนึ่งระดับที่สองซึ่งก็คือบริเวณใกล้เคียงกับผิวน้ำและบริเวณกลางบ่อซึ่งถือว่าปริมาณที่เครื่องสามารถอ่านค่าได้เป็นปริมาณสูงอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
พันตำรวจเอกมนต์เสก ตระกูลพานิชย์ ผกก.สน.บางนา ระบุว่า ในวันนี้เป็นการดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่คาดว่าจะเกิดเหตุ ส่วนแนวทางการสอบสวนยังไม่ได้มีการให้น้ำหนักไปในเรื่องของไฟฟ้าช็อต หรือในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญในวันนี้ จึงจะสามารถจะสรุปสำนวนในเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตได้
>> ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงปิด 3 คดีรวด
11.30 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. แถลงผลการจับกุม นายประภากร ศรีสมบัติ อายุ 42 ปี ในข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อพ้นการจับกุมและพาอาวุธเข้าไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” พร้อมของกลาง สร้อยข้อมือทองคำ 6 เส้น น้ำหนัก 6 บาท และเงินสด 12,550 บาท หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างโลตัส ย่านพัฒนาการ กทม. เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาอ้างว่านำเงินมาใช้หนี้นอกระบบ และหนี้จากการเล่นพนัน
คดีที่สอง ความคืบหน้ากรณีเด็กชาย อายุ 3-5 ขวบ ถูกชายคนหนึ่งนำตัวมาทิ้งไว้ที่หน้า รพ.สุขสวัสดิ์ อินเตอร์ ในสภาพได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ต่อมาทราบว่าเด็กชายคนดังกล่าวบาดเจ็บจากการถูกรถชน ล่าสุด นายอานนท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี คนขับรถคันดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามอบตัว ที่ สน.บุคคโล แล้ว โดยอ้างว่าตัดสินใจวางเด็กไว้เพราะคิดว่า ถึงมือหมอแล้ว และยังตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ยืนยันจะชดใช้ และเยียวยาค่ารักษาพยาบาลให้ ทั้งหมด เบื้องต้น แจ้งหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และ เมื่อประสบเหตุไม่แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ทราบ”
คดีสุดท้าย สามารถจับกุม นายอณุ อายุ 29 ปี และนางสาวปารวตรี อายุ 45 ปี พร้อมของกลางสายเคเบิล อุปกรณ์ หลังก่อเหตุตระเวนลักสายเคเบิล และสายไฟฟ้าในหลายพื้นที่ทั่ว กทม. จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาจะตระเวนลักลอบตัดสายเคเบิลและสายไฟฟ้า นำมาปอกสายหุ้มออก เพื่อนำทองแดงไปขายต่อในกิโลกรัมละ 180 ถึง 190 บาท เบื้องต้น นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> สาวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านขับ จยย. ข้ามฝ่ายน้ำ เจอน้ำพัดจมห้วยดับ พร้อมเด็กในครรภ์อายุ 7 เดือน
11.31 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยพ้งไล้16 ลำนารายณ์จังหวัดลพบุรี สภ.ชัยบาดาล ตรวจสอบเหตุ จยย.เสียหลักพลัดตกน้ำ แล้วคนขับได้จมหายไปด้วย บริเวณฝ่ายน้ำล้น เลียบทางรถไฟ ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นลำห้วยลึก ทีมนักประดาน้ำรีบลงไปงมค้นหา พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีดำ-แดง ทะเบียน 1 กฮ 4984 เชียงราย จมอยู่ใต้น้ำ ห่างไป 50 เมตร พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้หญิงทราบชื่อ นส.น้ำฝน อายุ 32 ปีซึ่งทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ 7 เดือน และยังเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
นายมงคล แสพลกรัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.ห้วยหิน บอกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ทราบว่าขี่รถออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปรับแม่ที่รพ.ชัยบาดาล พากลับบ้าน ปกติก็จะใช้เส้นทางหลักสายสระบุรี-หล่มสัก คาดว่าคงจะรีบร้อนไปรับแม่ เลยใช้เส้นทางลัดผ่านฝายน้ำจึงเกิดเหตุรถล้มลงห้วยจมน้ำเสียชีวิตพร้อมลูกในท้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่ง รพ. พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> นายกฯ แจงเวทีอภิปรายฯ ย้ำรัฐบาลเข้มงวดปราบปรามยาเสพติดจริงจัง
12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ร่วมการประชุมการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลฯ โดยกล่าวขอบคุณข้อห่วงใยของสมาชิกฯ เกี่ยวกับเรื่องปัญหายาเสพติด ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ทั้งป้องกัน ปราบปราม ฟื้นฟู และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้กลับเข้าสู่สังคมได้ ส่วนยาเสพติดที่มีการลักลอบเข้ามาในช่วงนี้ สามารถจับกุมได้มากขึ้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดขณะนี้ คือ เทคโนโลยีที่เร็วขึ้น ต้นทุนการผลิตต่ำ ดังนั้นอยู่ที่จะช่วยกันดูแลอย่างไรไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งการดำเนินการทางมาตรการทางสังคมที่เป็นความร่วมมือระหว่างกันของเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชน
พร้อมย้ำว่า หากใครรู้เห็นการค้ายาเสพติดสามารถแจ้งเข้ามายังหน่วยงานรัฐได้ เพื่อทำการตรวจสอบและจะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับการดูแลบริเวณชายแดน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทุกภาคส่วนดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องการลักลอบข้ามแดนและสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ โดยขอให้นึกถึงประโยชน์ของพวกเขาเหล่านั้นด้วย
>> ยอดผู้ติดเชื้อโควิด ประจำวัน
12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ว่า เบื้องต้นมีผู้ป่วยรายใหม่ (รักษาตัวใน รพ.) 2,886 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยในประเทศ 2,884 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 2 ราย และมีผู้ เสียชีวิตเพิ่ม 19 ราย
>> ตร. ทางหลวง แถลงจับหนุ่มหัวหมอ เก็บบัตรทางด่วนเวียนใช้ จ่ายค่าธรรมเนียม
13.00 น. ตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง แถลงผลการจับกุม ผู้ใช้ทางโกงค่าทางด่วนมอเตอร์เวย์ โดยเก็บบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางมอเตอร์เวย์ไว้หลายใบ เพื่อใช้เวียนในการจ่ายค่าทำเนียมในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ประจำด่านเก็บค่าผ่านทางอู่ตะเภา ได้ร้องเรียนถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหา ซึ่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน ขต 1262 ระยอง มีการกดรับบัตรผ่านตู้จ่ายบัตรอัตโนมัติครั้งละ 2 ใบ อยู่เป็นประจำ ตำรวจทางหลวงจึงทำการสืบสวนจนพบว่า ผู้ใช้ทางคนดังกล่าว ก่อเหตุรวมทั้งหมด 14 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย. 64 เป็นต้นมา จึงรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำมาสู่การจับกุมดังกล่าว พร้อมยึดของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางมอเตอร์เวย์ จากด่านจำนวน 20 ใบ
ด้าน พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า การก่อเหตุครั้งนี้ มีมูลค่าความเสียหายเพียง 3,780 บาท แต่ไม่คุ้มกับการถูกดำเนินคดี จึงฝากเตือนว่าพฤติกรรมดังกล่าว ถือเป็นการทำผิดกฎหมาย ไม่ควรลอกเลียนแบบ อย่างไรก็ตาม ตำรวจทางหลวงได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> นายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ
13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ โดยมีนายกฯ เป็นประธาน รองนายกฯ ที่เกี่ยวข้องเป็นรองประธาน รมว.คลัง รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.คมนาคม รมว.มหาดไทย รมว.อุตสาหกรรม ปลัดกระทรวง 7 กระทรวง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ ด้วย
การจัดตั้งกลไกนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบของเศรษฐกิจโลก การค้าการลงทุน พลังงาน การควบคุมราคาสินค้า และมาตรการด้านการเงินการคลังเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ให้สามารถแก้ไขปัญหาไปในทิศทางเดียวกันอย่างรวดเร็ว
ซึ่งนายกฯ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหา ตลอดจนแผนเตรียมความพร้อมรองรับวิกฤตการณ์ด้านพลังงานและอาหาร ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาว อย่างรอบคอบ ยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของประเทศให้น้อยที่สุด
>> เครื่องยนต์เรือสปีดโบ๊ท ระเบิดกลางทะเลชุมพร มีผู้บาดเจ็บหลายราย
14.30 น. มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดบนเรือเร็ว ในทะเลเมืองชุมพร ห่างจากฝั่ง 4-5 กม. พิกัดทุ่งมะขามน้อย ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร
โดยที่เกิดเหตุ พบว่าเครื่องยนต์เของเรือสปีดโบ๊ท ระเบิดกลางทะเล บริเวณเกาะลังกาจิว ตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร มีผู้บาดเจ็บจำนวน 20 คน หน่วยกู้ภัยได้ช่วยนำผู้บาดเจ็บที่กระโดดลอยคออยู่ในน้ำเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดศักดิ์ และโรงพยาบาลปากน้ำชุมพร จำนวน 6 ราย ส่วนที่เหลือมีบาดแผลตามร่างกายและผู้บาดเจ็บบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร
>> ผอ.เขตธนบุรี ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ข้อพิพาทระหว่างวัดบางสะแก กับผู้พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง
15.00 น. จากกรณีเรื่องราวพิพาทระหว่างวัดบางสะแกนอก ย่านตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ กับผู้อาศัยในคอนโดพื้นที่ใกล้เคียง เกี่ยวกับเรื่องเสียงจากการสวดศพของทางวัด ส่งผลให้ผู้อาศัยในคอนโดทำงานไม่ได้ ก่อนจะมีชายคนหนึ่งพยายามอธิบาย ขอให้พระสวดงานศพครึ่งชั่วโมง จนเกิดการโต้เถียงกันนั้น
ล่าสุด ว่าที่ ร.ต.สรวุฒิ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการเขตธนบุรี เดินทางเข้าพบพระอธิการสมคิด ญาณทีโป เจ้าอาวาสวัดบางสะแกนอก เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว ขณะที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมต้องลิดรอนประเพณีที่ทำกันมานาน จึงเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งสิ่งที่มีปัญหาไม่ใช่ทางวัด แต่เป็นทางคนในชุมชนกับผู้หญิงในคลิป อยากให้มาพูดคุย ทำความเข้าใจกัน
ทั้งนี้ ในวันที่ 24 ก.ค. นี้ เวลา 17.00 น. จะมีการประชุมหารือร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายของผู้ร้อง ชุมชน สำนักงานเขต และทางวัด เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งหากสำนักพุทธเข้าร่วม ก็จะเป็นผลดีช่วยให้เข้าใจกันทุกฝ่ายมากขึ้น
>> ล้อยางรถบรรทุก กระแทกหน้าเจ้าของร้านปะยางดับ
19.30 น. สภ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุยางล้อรถสิบล้อ ระเบิดใส่เจ้าของร้านปะยางเสียชีวิตที่ร้านปะยางไม่มีชื่อ ริมถนนสาย 344 ต.หนองเสือช้าง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุหน้าร้านปะยาง พบร่างของ ชายเจ้าของร้าน อายุ 73 ปี นอนหงายมีบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าผากซ้ายลึกจนเห็นกะโหลก ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว ใกล้กันมีล้อยางรถสิบล้อที่เพิ่งระเบิดทำให้เหล็กคิ้วล้อกระทะกระแทกใส่หน้าผากผู้ตายตกอยู่
ขณะที่เจ้าของรถสิบล้อ อยู่ในอาการตกใจ ให้การว่า ขับรถมาเปลี่ยนยางหลัง 4 เส้น ขณะผู้ตายกำลังใส่ยางเส้นคู่สุดท้าย โดยใช้ค้อนตีเหล็กแทงคิ้วล้อ ยางก็เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ผู้ตายหงายท้องลงไปนอนกับพื้น จึงรีบโทรแจ้งกู้ภัยแต่ไม่ทันเสียชีวิตไปแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาด สาเหตุถูกแรงอัดยางล้อรถระเบิดกระแทกหน้าผากเป็นแผลฉรรจ์ทำให้เสียชีวิต จากนั้นนำศพส่งชันสูตรพร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนให้ครอบครัวรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ไฟไหม้บ้าน หลังเพลิงสงบพบร่างผู้เสียชีวิต
23.10 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยลาดพร้าว 122 แยก 26 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก ใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
โดยที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว เลขที่ 51/19 ใช้สำหรับพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงได้โหมลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง รถดับเพลิงจำนวน 6 คนร่วมดำเนินการเร่งระดมหัวฉีดน้ำ จนเมื่อเวลา 23.48 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมและเพลิงสงบ
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นเพศชาย พบเสียชีวิตในห้องน้ำชั้นที่ 1 ภายในตัวบ้าน ทราบชื่อ นาย สมนึก ทับแสง อายุ 63 ปี ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง
>> ระทึก ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ย่านแสมดำ จนท.พร้อมรถน้ำระดมหัวฉีดดับทัน ไม่ลุกลาม
23.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ สถานที่เกิดเหตุชื่อร้านโชคดีการเจริญ เลขที่ 144,146,148 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 54 แยก 4 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ปลูกติดกัน 3 คูหา ประกอบกิจการชุบเหล็ก ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 เพลิงลุกไหม้เครื่องมือและอุปกรณ์การชุบเหล็ก พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 100 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้าใต้หลังคา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 570,294,384 ราย รักษาอาการดีขึ้น 541,374,055ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,393,023 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 91,562,856 ราย เสียชีวิต 1,049,806 คน (เพิ่มขึ้น 123 คน)
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 43,819,662 ราย เสียชีวิต 525,825 คน (เพิ่ม ขึ้น 40 คน)
3. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 33,454,294 ราย เสียชีวิต 676,217 คน (เพิ่มขึ้น 666 คน)
4. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 33,258,481 ราย เสียชีวิต 151,104 คน (เพิ่มขึ้น 125 คน)
5. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 29,994,679 ราย เสียชีวิต 142,771 คน (เพิ่มขึ้น 136 คน)
ประเทศไทยอยู่อันดับ 27 ของโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,565,854 ราย (เพิ่มขึ้น 2,886 ราย) เสียชีวิต 31,053 คน (เพิ่มขึ้น 19 คน)
Share this: