ศรัทธาล้นหลาม! เสือตะปบทรัพย์พระอาจารย์เอ้ รุ่นแรกหมดใน 1 ชม.

© สนับสนุนโดย EJAN

จากกรณี เฟซบุ๊กชื่อว่า “เฉลิมฤทธิ์ คุเณสโก” ได้โพสต์ข้อความว่า

“#สร้าง 2999 ตน หมดภายใน 1 ชั่วโมง

#วันนี้พระอาจารย์ขออภัยและขอโทษจากใจครับ

#ที่สร้างเสือรุ่นแรกไม่พอกับความต้องการของญาติโยมศิษยานุศิษย์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างน้อยและไม่พอรองรับศรัทธาญาติโยมที่มีต่อพระอาจารย์และที่มาวัดในวันนี้#ขอโทษจากใจครับ ปีหน้าเริ่มกันใหม่ครับจะทำให้ดีกว่าเดิม ขออภัยจริงๆ

#ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ อย่าว่ากันนะครับขออภัยจริงๆ”

จากนั้นได้มีลูกศิษย์ต่างเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

โดยวันนี้ (27 พ.ย. 65) ทีมข่าวอีจันได้มีโอกาสเข้าไปร่วมในงานพิธีภายในวัดดอนทอง ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พบศิษยานุศิษย์กว่าพันคน กำลังนั่งรอคิวบูชาเสือตะปบทรัพย์ รุ่นแรกของพระอาจารย์เฉลิมฤทธิ์ คุเณสโก หรือ พระอาจารย์เอ้ วัดดอนทอง

© สนับสนุนโดย EJAN

ซึ่งพระอาจารย์เอ้ นั้นโด่งดังในเรื่อง อาบน้ำมนต์ เจิมหน้า และเจิมมือ เปิดโชคลาภค้าขาย เป็นที่รู้จักกันด้านสายมูแห่ง จ.ชลบุรี อย่างมาก

© สนับสนุนโดย EJAN

ส่วนเสือตะปบทรัพย์นั้น ได้มีการจัดสร้างเพียง 2,999 ตน เท่านั้น ทำให้เป็นที่ต้องการของศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมในพิธีและมารอเช่า ซึ่งมานอนรอแบบค้างคืนก็มี

© สนับสนุนโดย EJAN

จากการสอบถาม นายเอก หนึ่งในลูกศิทษย์ เล่าว่า ตนได้เดินทางมารอบัตรคิวตั้งแต่ 5 ทุ่ม ของคืนที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อรอรับบัตรคิวในตอนเช้า ซึ่งตนดีใจที่ได้เสือมาไว้บูชา เพราะศรัทธาพระอาจารย์มาก หลังได้มาอาบน้ำมนต์แล้วเจิมมือก็มีอะไรดีๆ เข้ามาในชีวิต จึงอยากได้วัตถุมงคลไว้ติดตัว

© สนับสนุนโดย EJAN

ทั้งนี้ ศิษยานุศิษย์ที่มารอแต่เช้าแต่ไม่ได้เสือ ซึ่งหลายคนก็มีของติดมือกลับกันทุกคน ไม่ผิดหวัง ต่างมีลุ้นเลขขันน้ำมนต์และเลขบัตรคิวที่มากดกันไว้ หวังจะได้เอาไปเสี่ยงโชคในงวดประจำวันที่ 1 ธ.ค. 65 ด้วย

Microsoft และคู่ค้าอาจได้รับค่าคอมมิชชันหากคุณซื้อบางสิ่งผ่านลิงก์ที่แนะนำในบทความนี้

อำเภอ พนัสนิคม

อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม

ข่าว ที่เกี่ยวข้อง

Recommended

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.