หากยึดกันตามกระแส ยึดกันตามข่าวลือที่ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ในทำนองช่วงเดือนเมษายน ที่จะมีการแต่งตั้งวาระเดือนเมษายน เพื่อตบโบนัสให้ตำรวจระดับ นายพล ที่รับราชการมาจนเหลืออายุราชการอีกเพียง 6 เดือน ได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ตั้งแต่ระดับเทียบเท่า ผู้บังคับการ, ผู้บัญชาการ และรอง ผบ.ตร. รวมทั้งแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งที่ว่างจากที่มีผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล หรือเออร์ลีรีไทร์ จะมี รอง ผบ.ตร. โอนย้ายไปหน่วยงานอื่น เพื่อเปิดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ให้ว่างลง และจะมี ดาวรุ่ง พุ่งแรง ขยับจาก ผู้ช่วย ผบ.ตร. มาเป็น รอง ผบ.ตร. ที่สำคัญ ดาวรุ่ง คนดังกล่าวยังมีดีกรีไม่ธรรมดา หากขยับขึ้นมาเดือน เม.ย. มีโอกาสจ่อเก้าอี้ ผบ.ตร. ต่อคิวจาก ผบ.ปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.65 ทันที ดังนั้นเมื่อมีเก้าอี้ รอง ผบ.ตร. ของ บิ๊กต้อย ว่างเช่นนี้ โอกาสที่ในการแต่งตั้งวาระเดือน เม.ย.จะแต่งตั้ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตามที่มีกระแสข่าวลือก็ยิ่งเพิ่มความชัดเจนขึ้น เพราะชอยส์ที่จะปล่อยเก้าอี้ รอง ผบ.ตร. ว่างเอาไว้เพื่อรอให้คดีความสิ้นสุดลง ตามทฤษฎีมีความเป็นไปได้ แต่ถ้าตามปฏิบัติดูท่าจะน้อย ไม่อย่างนั้นในการแต่งตั้ง นายพล วาระประจำปี 2564 เดือนกันยายนที่ผ่านมา จะแต่งตั้ง ผู้ช่วย ขึ้นมาเป็น รอง ผบ.ตร. แทนเก้าอี้ บิ๊กต้อย เลยหรือ จนศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งทุเลาคำสั่งสำรองราชการ ทำให้ บิ๊กต้อย ต้องกลับมาตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ตามเดิม จน กรมปทุมวัน ต้องขอเปิดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เฉพาะตัว รับการขึ้นมานั่งเก้าอี้ รอง ผบ.ตร. ของ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย เพื่อให้ไม่เกิดปัญหา 2 คน 1 เก้าอี้ ฉะนั้นงานนี้เดือน เม.ย.เก้าอี้ รอง ผบ.ตร. ที่ว่างลง มีโอกาสแต่งตั้ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขึ้นมาแทนทันที แบบที่ไม่อยากท้าแลกกับขี้หมากองนึง เพราะไม่รู้จะเอาขี้หมาไปทำอะไร (ฮาฮา) ๐
ไฟสปอตไลต์ต้องสาดส่องทันที เมื่อมีชื่อ พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยื่นใบสมัคร เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เลขาฯ กกต.) แข่งกับ แสวง บุญมี รองเลขาฯ กกต. ที่ตามคุณสมบัติ กกต.กำหนดไว้จะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สัญชาติไทย อายุไม่เกิน 60 ปีในวันที่ได้รับการแต่งตั้ง และมีอายุไม่เกิน 65 ปีในขณะดำรงตำแหน่ง ไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครจะต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี, ไม่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่, ไม่ถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และไม่เคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกหรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่ง ผู้ช่วยฯ ชยพล มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่เหตุที่สปอตไลต์ต้องสาดส่อง ก็เพราะออปชันเสริมคือ พล.ต.ท.ชยพล ถือเป็นลูกน้องสุดเลิฟของ บิ๊กปู-พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรอง ผบ.ตร.และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) อยู่ข้างกาย บิ๊กปู มาตลอดตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.ศรีวราห์เป็น ผบช.น. จนมาเป็น รอง ผบ.ตร.ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ โดย พล.ต.ท.ชยพล เชี่ยวชาญด้านสอบสวนและร่วมทำคดีสำคัญๆ กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์มาตลอด การมาลงชิงเก้าอี้สำคัญอย่าง เลขาฯ กกต. จึงต้องจับตากันเป็นพิเศษ ๐
จะเรียกว่า ล้อมคอก ก็คงไม่ผิดนัก หลังเกิดเหตุ ส.ต.ต.ขี่บิ๊กไบก์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิตขณะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย ทำให้หน่วยงานต่างๆ ตื่นตัว บิ๊กเด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) ประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มีมติให้สั่งการสถานีตำรวจทั่วประเทศ ตรวจสอบทางม้าลายร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขวงการทาง หรือหน่วยงานภาคเอกชนที่เป็นเจ้าของถนน เพื่อหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขเส้นทางข้ามให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งการทาสี ตีเส้น ทำแถบชะลอความเร็ว ทำป้ายเตือน ปรับทัศนวิสัย ติดตั้งไฟสัญญาณจราจรควบคุมทางข้าม การติดตั้งกล้อง CCTV นอกจากนี้ตำรวจจะร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ พิจารณากำหนดอัตราความเร็วในเขตชุมชนที่มีประชาชนหนาแน่น หรือบริเวณสถานศึกษาหรือโรงพยาบาลตั้งอยู่ รวมถึงความเร็วขั้นต่ำก่อนถึงทางม้าลาย จัดทำป้ายจำกัดความเร็ว ซึ่งในเขตชุมชนอาจจำกัดความเร็ว 30-40 กม./ชม. นอกเขตชุมชนจำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. และจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ฝ่าฝืน รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และอาสาจราจรดูแลความปลอดภัยบริเวณทางม้าลาย และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดข้อหาที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลัก เช่น ฝ่าไฟแดง ย้อนศร ขับรถเร็ว เมาแล้วขับ อย่างจริงจัง ๐
จำกัดจำนวนคนเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลเกียรติยศประจำปี 2565 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้บรรยากาศวันที่ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเงียบเหงา โดย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำ ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมพิธีวันสถาปนาแบบมีระยะห่าง ปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลถึง 22 คน นับว่ามากกว่าทุกปี เพราะมีการรวบรางวัลเกียรติยศจักรดาวโดยการสรรหาประจำปี 2564 มารับรางวัลในปีนี้ เนื่องจากงดจัดงานปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ต่างเกษียณอายุราชการไปแล้ว เช่น พล.อ.อ.ปรีชา ประดับมุข อดีตผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ นักเรียน ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด สาขาการทหาร พล.อ.ธรรมนูญ วิถี นักเรียนเตรียมทหาร อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พ.อ.ณรงค์ สวนแก้ว รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 น.อ.ธนากร พีระพันธุ์ รอง ผอ.สำนักบัณฑิตศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช น.ท.พินัย มุ่งสันติสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมารีนโพรเทคชั่น ๐
ในงานยังได้มอบรางวัลจักรดาวสดุดี สำหรับศิษย์เก่าเตรียมทหารที่ได้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้แก่ พล.ต.กิตติคุณ เจริญ นายทหารฝ่ายยุทธการ ฉก.ร.4 ออกไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ฝนตกถนนลื่นรถฮัมวีเสียหลักชนต้นไม้เสียชีวิต โดยในงานมี คุณสุภาภรณ์ เจริญ (ภรรยา) เป็นผู้รับรางวัลแทน นอกจากนั้นยังได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นจากการโหวตของศิษย์เก่า ให้แก่ น.อ.ภราดร คุ้มทรัพย์ อดีตนักบิน F-16 กองบิน 4 ที่ ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำการบิน ทำให้ขาพิการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการรับราชการต่อไป….โดยก่อนหน้าที่จะมาถึงวันนี้ก็มีประเด็นดรามาเล็กๆ จากกรณีที่มีกระแสข่าว การจับมือขวาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ ไม่ให้รับรางวัล ด้วยการปรับหลักเกณฑ์ไม่ให้รางวัลแก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ในที่สุดก็ยังเปิดช่องทางให้ ผู้กอง เข้ามารับรางวัลในครั้งต่อๆ ไปได้ ด้วยวิธีการเสนอของรุ่น (เตรียมทหารรุ่น 25) ให้บอร์ดพิจารณา ไม่ได้สิทธิ์รับตามตำแหน่งเหมือนเมื่อก่อน ๐
โมเดลธำรงวินัยของ บิ๊กเฒ่า-พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บังคับบัญชาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดแหกคอก ใช้ความเป็นทหารไปเบ่งหรือกร่างในสังคม กลายเป็นแนวทางที่ผู้บังคับบัญชาใน ทร.นำไปใช้ปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน และเมื่อ งานเข้า ทร.อีกครั้ง จากคลิป พันจ่าเอก พูดจาคะนองปาก สร้างความตื่นตระหนกให้เจ้าหน้าที่สนามบินหาดใหญ่ ผู้บังคับบัญชา 2 ลำดับชั้น ตั้งแต่เจ้ากรมการสื่อสารฯ ทหารเรือ และ ผอ.กองกลางฯ คงอยู่นิ่งไม่ได้ จัดกระเป๋ามุ่งหน้าไปยังศูนย์ธำรงวินัย ภายในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อธำรงวินัยตัวเอง หลังแจ้งให้ ผบ.ทร.ได้ทราบถึงการแสดงความรับผิดชอบตามโมเดล “ผบ.เฒ่า” แล้ว.